
น้อมใส่เกล้าฯทุกสิ่งด้วยสติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสร้างความปีติสุขให้เกิดขึ้นในหมู่ชนชาวไทยอีกครั้ง หลังจากที่เสด็จฯ จากโรงพยาบาลศิริราช ออกมหาสมาคม
อันประกอบด้วยองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย โดยมีพระราชดำรัสเพียงสั้นๆ หากแต่จับใจตอนหนึ่งว่า "...ความสุข ความสวัสดีของข้าพเจ้า จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญมั่นคงเท่านั้น ที่จะสำเร็จผลเป็นจริงได้ ก็ด้วยทุกคน ทุกฝ่าย ในชาติมุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด และด้วยความสุจริต จริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนอื่น"
นับจากเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 และจากนั้นเมื่อมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการแก่พสกนิกรไทยว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" อีกทั้งมีพระราชดำรัสต่อมหาสมาคมในครั้งนั้น ความว่า "...ข้าพเจ้าจะทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ และเพื่อความผาสุกของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ขอให้ท่านจงร่วมกันทำดังกล่าว" และนับแต่นั้นมา ก็ทรงอุทิศพระวรกาย ปฏิบัติพระองค์ ทรงงานเป็นแบบอย่างของคนไทย โดยยึดถือความสุจริต และสติเป็นที่ตั้งตลอดมา
พระสุรเสียงและสีพระพักตร์ที่เคยแสดงถึงความจริงจัง เคยเป็นเช่นใดเมื่อ 5 ทศวรรษก่อน วันนี้พระสุรเสียงและสีพระพักตร์ของพระองค์ก็ยังคงแสดงถึงความมุ่งมั่น และจริงจังไม่เปลี่ยนแปลง ถึงแม้พระสุรเสียงจะสั่นเครือไปตามพระชันษาอยู่บ้าง ด้วยเหตุที่ยามนี้บ้านเมืองเกิดความแปลกแยก แตกต่างทางความคิด อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ความแปลกแยก แตกต่าง ที่พร้อมจะแปรเป็นการใช้กำลัง และความรุนแรงเข้าห้ำหั่นกัน เพียงเพื่อยืนยันว่าแนวคิดของตนถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ คนไทยควรมีสติมากขึ้น ในการรู้คิดว่า ความแตกแยกทางความคิดนั้น ควรมีสติกำกับ ควรมีปัญญาเป็นเครื่องนำทาง
ภาพแห่งความปีติสุขของคนไทย ภาพคนใส่เสื้อสีชมพูที่คล้ายดอกไม้บานไปทั่วทั้งแผ่นดินในวันนี้ ย่อมเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อพระมหากษัตริย์ของเขาอย่างที่ไม่มีแผ่นดินใดเปรียบได้ กษัตริย์พระองค์อื่นอาจครองแผ่นดิน แต่กษัตริย์พระองค์นี้ทรงครองหัวใจคน เพื่อถวายหัวใจเป็นการปฏิบัติบูชา คนไทยทั้งหลายสมควรน้อมรับพระราชดำรัสใส่เกล้าใส่กระหม่อม รู้คิด รู้สติในการประพฤติ ปฏิบัติ เพื่อให้สังคมไทยหลุดพ้นจากบ่วงกรรมแห่งความร้าวฉานในหมู่คนไทยเช่นนี้ในที่สุด



