
ไม่อยากปรับก็ต้องทำ
ช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคนไทยได้ฉลองกับความสุขวันมหามงคล ยังมีข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมืองเหมือนเดิม กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศเรียกร้องโหยหาประชาธิปไตยภายใต้แผนเขย่าความมั่นคงของรัฐบาล
ด้านรัฐบาลเองก็มีข่าวแพลมออกมาว่าอาจมีการสลับปรับเปลี่ยนคนในคณะรัฐมนตรี โดยมี เสธ.หนั่น แห่งพรรคชาติไทยพัฒนา เสนอตัวโบกมืออำลาจากเก้าอี้รองนายกฯ และมอบให้บุตรชายได้สืบต่อมรดกเก้าอี้รัฐมนตรี
เสียงเรื่องปรับ ครม. สะท้อนกลับโดยมีทั้งเสียงติงและค้านว่าตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ได้เป็นมรดกครอบครัว แม้ว่าการเป็นรัฐมนตรีบ้านเราจะไม่คำนึงถึงคุณสมบัติ และความเหมาะสม ความสำคัญอยู่ที่ว่าใครเป็นตัวแทนมุ้งไหน
เสธ.หนั่น ย่อมมีสิทธิยัวะ เพราะครม.ปัจจุบันล้วนมีพ่อ ลูก เมียเดี่ยว เมียหลวง เมียน้อย พี่ ป้า น้า อา น้องเมีย พี่เมีย ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด
ที่สำคัญ ทำงานมาใกล้ครบ 1 ปี แล้ว ชาวบ้านยังจำชื่อจำหน้าไม่ได้กว่าครึ่งค่อนคณะรัฐมนตรีด้วยซ้ำ ดังนั้น การที่ เสธ.หนั่น จอมเก๋าจะเสนอให้ลูกชายเป็นต่อไปจึงเป็นเรื่องปกติ ถือว่าเป็นธรรมเนียมการเมืองนอมินีด้วยซ้ำ
ถ้าครอบครัว ป๋าเติ้ง ไม่โดนศาลจับแช่เย็น ป่านนี้ “อาชุมพล” คงยังต้องนั่งบี้สิวแก่อยู่ที่บ้าน ไม่ได้เป็นตัวแทนตระกูลมาเป็นรัฐมนตรีแน่นอน
เมื่อมีข่าวปรับ ครม. ย่อมมีแรงกระเพื่อม ทั้งพวกอยากนั่งต่อ และพวกนั่งรอมานานแล้ว ดังเช่น ป๋าไตรรงค์ ทั้งหาวเรอ เอิ๊กอ๊าก เลี้ยงฉลองตำแหน่งไปหลายรอบแล้ว ก็ยังไม่ได้นั่งเก้าอี้ รองนายกฯ แทนคุณกอร์ปศักดิ์ ซักกะที
คุณกอร์ปศักดิ์ ก็อิดเอื้อนนั่งเก้าอี้ไม่ให้ฝุ่นเกาะนานจนเบื่อแล้วมั้ง!
นายกฯ อภิสิทธิ์ จะว่าอย่างไร ก็คงพูดได้ไม่มาก เพราะไม่มีสิทธิเลือก เป็นเรื่องของหัวหน้าก๊วน มุ้ง และโควตา จะคัดสรรมาเสนอ ถ้าไม่เสนอตัวมา ทั้งๆ ที่ชาวบ้านเบื่อ หรือไม่รู้จักหน้า นายกฯ ก็ทำอะไรไม่ได้
หรือเสนอ “ยี้” และ “แย้” มา ก็จำเป็นต้องรับ ชาวบ้านจะร้องโวยวายอย่างไร ก็ต้องทนฟัง เมื่อเป็นรัฐบาลผสมพันธุ์ และภายในค่ายสะตอเองตอนนี้ก็มีพวกถือเลื่อย มีดพร้า ขวาน จ้องเล่นงานเก้าอี้ตัวที่เสี่ยงต่อการถูกสลับ
ถ้าจะมีการฟัดกันเละ เพราะพูดไม่รู้เรื่อง ก็คงเป็นศึกภายในค่ายสะตอนี่แหละ เพราะรอบที่แล้วมีคนอกหัก และพวกถึงคิวแล้วไม่ได้ โดนแซงหน้าอย่างน้อยก็ 4-5 คน อันที่จริงมากกว่านั้น เพราะทุกคนต้องการตำแหน่งแน่ๆ
อย่าว่าแต่ในพรรคร่วมรัฐบาลเลย แม้แต่ในพรรคเองหัวหน้าพรรคยังต้องให้เลขาธิการพรรคเป็นคนจัดสรร เข้าทำนองพวกใครพวกมัน
เว้นแต่ว่านายกฯ จะทุบโต๊ะ บอกว่า “ผมตามใจพวกคุณมามากแล้ว ถ้าอยากอยู่นานๆ รอดจากการโดนขึงพืดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องให้ผมเลือกคนที่เหมาะสม ทำงานได้ มีภาพลักษณ์ สังคมยอมรับ”
คนแบบนี้แหละ หายาก! มีแต่คนที่คนมองแล้วร้อง “ฮ่วย!” ทั้งน้านนิ! อิอิอิ!!!



