ข่าว

พระเทพฯเสด็จฯงานสโมสรสันนิบาต

พระเทพฯเสด็จฯงานสโมสรสันนิบาต

07 ธ.ค. 2552

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พสกนิกรสวมเสื้อชมพูลงนามถวายพระพรเนืองแน่นศิริราช "วาเด็ง ปูเต๊ะ" สหายสายบุรี นำทุเรียนก้านยาวทูลเกล้าฯ ถวาย สำนักพระราชวังเปิดเว็บไซต์โหลดฟรีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงเสด

เมื่อเวลา 18.55 น. วันที่ 7 ธันวาคม  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จฯ ไปทรงร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และภริยา รวมทั้งคณะรัฐมนตรี เฝ้ารับเสร็จ

ต่อมานายอภิสิทธิ์ กล่าวถวายพระพรชัยมงคล และเชิญชวนผู้ร่วมงานดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ความว่า "ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองพระบาท ข้าพระพุทธเจ้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ใต้ฝ่าละอองพระบาทเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาทรงเป็นประธานในงานสโมสรสันนิบาต ที่รัฐบาลจัดขึ้น เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในมหามงคลสมัยวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพได้เวียนมาบรรจบ ครบรอบ 82 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้

 ตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จเถลิงสิริราชสมบัติ เมื่อพุทธศักราช 2489 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ทรงมุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน ทรงทุ่มเทอุทิศกำลังพระวรกาย กำลังพระปัญญา ตลอดจนกำลังพระราชทรัพย์ ทรงงานด้วยพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถในสรรพศาสตร์และศิลป์ เพื่อสร้างสรรค์ความสุข ความเจริญแก่ราษฎร และทรงนำความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ามาสู่พระราชอาณาจักรอย่างยั่งยืน พสกนิกรล้วนมีความร่มเย็นเป็นสุข และมีความจงรักภักดี เทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณไว้เหนือเศียรเกล้า ก่อให้เกิดความรัก ความผูกพันอันยิ่งใหญ่ระหว่างราษฎรและพระมหากษัตริย์ อันมิอาจพรรณนาได้ถูกต้องครบถ้วน

 ณ โอกาสอันเป็นมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จึงพร้อมใจกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ แสดงความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติ และประชาชน ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา

 เนื่องในวาระอันเป็นมิ่งมงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษานี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชานุญาต เชิญชวนผู้ที่เฝ้าทูลละอองพระบาท ในงานมหาสโมสรสันนิบาตแห่งนี้ ร่วมจิตพร้อมน้อมตั้งสัตยาธิษฐาน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ได้โปรดอภิบาล บันดาลดลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จงทรงพระเจริญ พระชนมพรรษายิ่งยืนนาน มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง โรคาพาธลาฎล้างห่างไกล สถิตย์เสถียรในมไหศรูย์สมบัติ เป็นฉัตรแก้วร่วมเกล้าของเหล่าพสกนิกร ตราบจิรัฐิติกาล พร้อมทั้งขอเชิญชวนผู้มีเกียรติทุกท่าน ดื่มถวายพระพรชัยมงคล เพื่อความเป็นสิริสวัสพิพัฒนมงคลสืบไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม"

 หลังจากนั้นได้ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และสดุดีมหาราชา พร้อมทั้งจุดพลุ จำนวน 9 ชุด 83 นัด ประกอบด้วย ชุดทวยราษฎร์ถวายพระพร องค์อมรมิ่งมังคลา ไทยเกริกฟ้าร่วมน้อมเกล้า เหล่าประชาน้อมภักดี จิตเปรมปรีล้วนใหญ่ยิ่ง ทรงเป็นมิ่งขวัญภูมิพล ประทีปยลเจิดจำรัส เพชรพนัสแห่งแผ่นดิน และเกษมศิลป์สุวรรณภูมิ

 จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทแล้ว ขณะนี้ นายอภิสิทธิ์ พร้อมภริยา รวมถึงบุคคลสำคัญต่างๆ ได้เฝ้าส่งเสด็จ

 ทั้งนี้ งานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ สนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลนั้น รัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 7 ธันวาคม 2552 

 ผู้สื่อรายงานว่า มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิดบริเวณทางเข้าออก พร้อมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งในและนอกเครื่องแบบ เตรียมประจำการโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ในส่วนของสถานที่นั้นจัดเตรียมอาหารทั้งคาวและหวานจากโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล พร้อมประดับประดาดอกไม้จากโรงแรมปาร์คนายเลิศฯ โดยใช้ดอกไม้สีเหลืองเป็นหลักแซมด้วยดอกไม้สีขาวและฟ้าทั่วบริเวณ รวมทั้งประดับไฟเฉลิมพระเกียรติโดยรอบ

 ขณะที่บรรยากาศการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ตลอดทั้งวันประชาชนจากทั่วสารทิศและคณะบุคคลต่างๆ ส่วนใหญ่สวมเสื้อสีชมพู มาลงนามถวายพระพรในหลวงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนายวาเด็ง ปูเต๊ะ อายุ 95 ปี พระสหายแห่งลุ่มน้ำสายบุรี เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมนำทุเรียน พันธุ์ก้านยาว ซึ่งเป็นทุเรียนจากสวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จฯ ไปทอดพระเนตร มาทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

 "ส่วนตัวแล้วรู้สึกเป็นห่วงพระอาการประชวรของพระองค์ท่านมาก จึงได้ละหมาดฮายัตร่วมกับโต๊ะอิหม่ามและชาวบ้าน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อภาวนาให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงโดยเร็ว" นายวาเด็ง กล่าว

 ต่อมาพระครูประวิตรวิตรพุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดเกาะยายฉิม และรองเจ้าคณะอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำคณะเนกขัมมะ ชีพราหมณ์กว่า 30 คน เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร โดยคณะชีพราหมณ์เหล่านี้บวชอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์ แห่งที่ 14 ตั้งแต่วันที่ 4-6 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 จากนั้นพระครูสุนทรธรรมาลังกา พร้อมด้วยคณะสงฆ์และแม่ชีกว่า 30 รูป/คน จากที่พักสงฆ์ธุดงค์สถาบันบ้านท้ายเขื่อนสิริกิติ์ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร ก่อนจะรวมตัวกันออกเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ ตามชายแดนไทย-พม่า จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ตามโครงการปฏิบัติธรรมธุดงค์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

 นอกจากนี้ พระครูพิมลสรภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งในอดีตเป็นข้าทาสบริวารอยู่ในพระราชวัง ร่วมเดินทางมาถวายพระพรในวันนี้ด้วย

คณะครูนำผลงาน นร.ทูลเกล้าฯ

 เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. คณะครูอาจารย์จากโรงเรียนวัดปากบึง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ มาร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมนำพานดอกไม้และสารที่คณะครูและนักเรียนชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้พร้อมใจกันรวบรวมผลงานเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในลักษณะต่างๆ เช่น บทกลอน คำขวัญ เรียงความ และภาพวาด มาทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 จากนั้น รศ.ดร.สมเจตน์ ภูศรี รองคณบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กว่า 30 คน มาร่วมลงนาม ในขณะที่ชมรมนาฏศิลป์และดนตรีไทยจากมหาวิทยาลัยสงขลา วิทยาเขตปัตตานี นำคณะมาร่วมลงนามถวายพระพรร่วมด้วย

พสกนิกรปักหลักเฝ้ารอรับเสด็จ

 ส่วนที่บริเวณพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ยังคงมีประชาชนใส่เสื้อสีชมพูปักหลักเฝ้ารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์กันเช่นเดิม แม้หลายคนจะได้เห็นพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งที่เสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลศิริราช เพื่อไปประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม และเสด็จฯ กลับมาประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราชแล้วก็ตาม

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร ต่างรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพักตร์แจ่มใส พร้อมกับโบกพระหัตถ์แก่ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ ทั้งนี้ยังคงมีประชาชนบางส่วนที่ร่วมกันสวดมนต์ภาวนาตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วหลังลงนามถวายพระพร

 นางละไม สายน้ำผึ้ง อายุ 74 ปี พักอาศัยอยู่ จ.สมุทรปราการ มาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า ตั้งใจเดินทางมาร่วมลงนามในวันนี้ด้วยใจรักและศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก

 "ที่มาในวันนี้ก็รู้สึกดีใจมาก และได้ติดตามความคืบหน้าพระอาการของพระองค์ท่านผ่านทางโทรทัศน์อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะนึกถึงพระองค์ท่านเสมอ และในวันที่ 5 ธันวาคม ได้ไปรักษาศีลภาวนาขอให้พระองค์ท่านหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ส่วนตัวแล้วยังซาบซึ้งในแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านมาก ในเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ทุกวันนี้ที่บ้านก็จะปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง เพื่อเป็นการประหยัดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน แถมยังเป็นผักที่ปลอดสารพิษด้วย" นางละไม กล่าว

 ขณะเดียวกัน บริเวณท่าเรือวังหลังของโรงพยาบาลศิริราช ประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ เลือกซื้อภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลศิริราช เพื่อไปประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา โดยจำหน่ายในราคาใบละ 5 บาท ถึง 1,200 บาท

เปิดเว็บไซต์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์

 ด้านนายรัตนาวุธ วัชโรทัย ที่ปรึกษาฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สำนักพระราชวัง กล่าวว่า ประชาชนที่ต้องการเก็บพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม สำนักพระราชวังได้นำพระบรมฉายาลักษณ์และพระฉายาลักษณ์ทั้งหมดเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ www.brh.thaigov.net โดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ ในส่วนของหัวข้อข่าวในพระบรมมหาราชวัง โดยสามารถคลิกเข้าไปดูภาพพระราชพิธีในแต่ละวัน และสามารถดาวน์โหลดเก็บพระบรมฉายาลักษณ์และพระฉายาลักษณ์เป็นที่ระลึก และเก็บไว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวได้ด้วย

จัดงานเฉลิมพระเกียรติถึง 9 ธ.ค.

 ส่วนงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 บนถนนราชดำเนินกลาง ที่กระทรวงการคลังจัดขึ้นร่วมกับ 14 กระทรวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน กล่าวว่า การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้แนวคิด "ความสุขของคนไทย ใต้แสงพระบารมี" ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการเนรมิตถนนราชดำเนินกลางตลอดสายให้เป็นถนนแห่งความสุขของคนไทย ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากประชาชนชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาร่วมงานนับแสนคนในแต่ละวัน ดังนั้นคณะผู้จัดงานจึงมีมติขยายเวลาการจัดงานออกไปจากเดิมสิ้นสุดวันที่ 7 ธันวาคม เป็นวันที่ 9 ธันวาคมนี้

 รมว.คลัง กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีความพร้อมเต็มที่ที่จะขยายการจัดงานครั้งนี้ไปจนถึงวันที่ 13 ธันวาคมนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าและพระที่นั่งอนันตสมาคม และสามารถรองรับความต้องการของประชาชนชาวไทยที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมแห่งประวัติศาสตร์และแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "รัฐบาลจะต้องรอดูท่าทีจากกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่มีการประกาศจะชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ก่อน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเคารพสิทธิการแสดงออกทางการเมือง ของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีการแสดงเจตจำนง ก่อนหน้าที่รัฐบาลจะประกาศขยายการจัดงาน" นายกรณ์กล่าว

ทำริสต์แบนด์ "รักพ่อ" เพิ่มเท่าตัว

 ส่วนการจำหน่ายสายรัดข้อมือเฉลิมพระเกียรติชุด "รักพ่อ" นั้น นายกรณ์ กล่าวว่า ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก กระทรวงการคลังจัดทำเพิ่มขึ้นอีก 99,999 เส้น จากที่จัดทำไปแล้ว 99,999 เส้น เพื่อจำหน่ายแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมบริเวณถนนราชดำเนินกลาง โดยเขียนข้อความถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงบนกระดาษรูปหัวใจสีแดง ขาว และน้ำเงิน นำไปหยอดลงกล่องรวมใจไทยที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ป้อมมหากาฬ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งดวงใจทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีมอบใจภักดิ์แด่พระผู้เป็นที่รักของคนไทยทั้งชาติในวันสุดท้ายของการจัดงาน

แห่ดูละครเล็กเรื่อง "พระมหาชนก"

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โรงละครแห่งชาติมีการแสดงนาฏยศาลาหุ่นละครเล็ก “โจหลุยส์” ในงานมหกรรมวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับความสนใจจากประชาชนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีชมพูเข้าชมกันจนเต็มทุกรอบ โดยนำเสนอในตอน “พระมหาชนก” ในท้องเรื่องช่วงที่เรือสำเภาล่ม และพระมหาชนกได้ใช้ความเพียรพยายามในการว่ายน้ำตลอด 7 วัน 7 คืน เพื่อว่ายข้ามมหาสมุทรเข้าสู่ฝั่ง การแสดงได้ใช้แสงสีเสียงงดงาม สร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมซึ่งมีทั้งเด็ก และผู้สูงอายุ พร้อมสอดแทรกแนวปรัชญาในเรื่องความเพียรให้แก่ผู้ชม

 ทั้งนี้การแสดงที่โรงละครแห่งชาติ และเวทีสังคีตศาลา จะปิดลงในค่ำคืนนี้ ส่วนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การสาธิตงานช่างสิบหมู่และหัตถกรรมชั้นเลิศและเวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่ป้อมมหากาฬ ถนนราชดำเนิน จะขยายต่อไปจนถึงวันที่ 9 ธันวาคม ตามนโยบายรัฐบาล ส่วนที่ท้องสนามหลวงมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และในค่ำวันนี้มีการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติด้วย