ข่าว

เรื่อง-ประตูซัย

เรื่อง-ประตูซัย

07 ธ.ค. 2552

เผลอประเดี๋ยวเดียวผมมาอยู่เมืองลาวได้ครบ 7 วันแล้ว แต่ถึงตอนนี้ "เวียงจันทน์เกมส์" ยังไม่เริ่มต้นเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการเลยครับ เพราะซีเกมส์ ครั้งที่ 25 จะมีพิธีเปิดที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติลาวในวันที่ 9 ธันวาคม เรียกว่าผมมาล่วงหน้าแบบไก่โห่ทีเดียวเชียว


 ช่วงเวลาที่ทัวร์นาเมนต์ยังไม่เริ่มต้นและมีการแข่งขันไม่กี่ชนิดกีฬาแบบนี้เลยค่อนข้างที่จะมีเวลาว่างนิดๆ หน่อยๆ โอกาสอันงามแบบนี้ผมจึงไม่พลาดที่จะสวมบท อนันดา เอเวอริงแฮม ท่องเมืองลาวเหมือนหนังเรื่อง “สบายดี หลวงพระบาง”
 ถึงหน้าตาจะห่างกันไกลลิบ แต่ก็ขอสวมบท อนันดา หน่อยล่ะกัน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่ อนันดา ถ่ายทำในหนังก็เป็นสถานที่ที่ผู้มาเยือนเมืองลาวต้องไปชม ด้วยเหตุนี้ผมเลยต้องขอสมอ้างสวมบท อนันดา ซะหน่อย...อิอิอิ
 ที่เที่ยวของเมืองลาวมีเยอะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นโบราณสถานและวัดวาอาราม แต่ถ้าเป็นนอกเวียงจันทน์จะเน้นไปทางแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างที่ หลวงพระบาง ปากเซ ที่ดังขึ้นชื่อเหลือหลาย
 ด้วยภารกิจใน "เวียงจันทน์เกมส์" ทำให้ผมไม่มีโอกาสได้ออกไปไหนไกลจากเวียงจันทน์จึงต้องขออนุญาตนำเที่ยวแค่ในเมืองหลวงของลาวนะครับ
 สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของเวียงจันทน์คือ ประตูซัย (ออกเสียงแบบลาว) และ วัดธาตุหลวง ที่ตั้งอยู่ตรงกลางเมือง ใครมาลาวต้องไม่พลาด 2 สถานที่นี้ แต่ผมเองมีโอกาสไปแวะชมแค่ประตูซัยเท่านั้น
 ประตูซัย ตามการออกเสียงของคนลาวก็คือ “ประตูชัย” ตามภาษาบ้านเราล่ะครับ เพราะว่าที่ลาวเขาจะไม่ค่อยมี ชอช้าง แต่จะออกเสียงเป็น ชอซ้าง
 ทำเลที่ตั้งของ “ประตูซัย” ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของถนนล้านช้าง เป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่จำลองมาจาก “ประตูชัย” ของประเทศฝรั่งเศส อดีตประเทศที่ลาวเคยตกเป็นอาณานิคม
 การก่อสร้าง “ประตูซัย” เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1962 หรือพ.ศ.2505 แต่สร้างไม่เสร็จเพราะเกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หลายอย่าง กว่าจะสร้างเสร็จต้องใช้ระยะเวลารวมกันถึง 6 ปีเลยทีเดียว
 ปัจจุบัน “ประตูซัย” คือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในเวียงจันทน์ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวทั้งคนลาวในต่างจังหวัดและชาวต่างชาติ มาเยี่ยมชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันแบบคึกคักตลอดทั้งวัน


 ช่วงซีเกมส์แบบนี้บรรดานักข่าวจากทุกชาติต่างต้องไปสัมผัสกันทั้งนั้นครับ บางรายอาจจะแค่ชมภายนอก แต่ถ้าจะให้ถึงแก่นแท้ต้องเข้าไปชมภายในด้วย
 “ประตูซัย” มีความสูง 7 ชั้น หากใครสภาพร่างกายไม่ฟิตคงต้องทำใจนิดนึง กว่าจะไต่บันไดปีนขึ้นไปถึงชั้นบนสุดได้ก็เล่นเอาหอบแฮ่กๆ เหมือนกัน
 แต่ถ้าขึ้นไปถึงชั้นบนสุดแล้วต้องบอกว่าหายเหนื่อย เพราะชั้นบนสุดคือจุดชมวิวที่เห็นทิวทัศน์ทั้งเมืองเวียงจันทน์ นอกจากนี้ยังมีชั้นขายของที่ระลึกให้เลือกซื้อสินค้ากลับไปฝากคนที่บ้านอีกด้วย
 ที่สำคัญก็คือเมื่อขึ้นไปถึงชั้นเกือบสูงสุดของ “ประตูซัย” ผมก็ได้รู้ซึ้งถึงคำว่า “สาวลาวงามหลาย” หลังจากได้พบเจอกับสองพี่น้อง “หมุ่ย-มี้” ที่ขายของอยู่บนชั้นนั้น พี่น้องคู่นี้งามหลายซะจนสองช่างภาพรุ่นใหญ่ของ “คม ชัด ลึก” และ “มติชน” ลั่นชัตเตอร์แบบรัวเป็นปืนกลชนิดว่าไม่กลัวเปลือง “เมมการ์ด” ที่เก็บรูป โดยมีหนุ่มไทยอย่างผมต้องเป็นนายแบบจำเป็นอยู่เคียงข้างน้องเขา...วี้ด...วี้ว