
วิบากกรรม "สื่อ" (ไทย)
กระแส "เวียงจันทน์เกมส์" ที่เมืองลาวเริ่มคึกคักขึ้นตามลำดับแล้วครับ เพราะเหลืออีกแค่ 4 วันพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติลาว ตอนนี้กองทัพนักข่าวหลายสำนักจากหลายชาติเริ่มทยอยเคลื่อนทัพเข้าสู่ลาวกันแล้ว
สื่อมวลชนไทยเริ่มทยอยกันมามากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับสื่อมวลชนจากชาติอื่นๆ ที่เริ่มโผล่หน้ามาให้เห็นมากกว่าวันแรกๆ ที่เจอกันเป็นประจำคือนักข่าว “เวียดนาม” ที่ว่ากันว่าขนนักข่าวมาถึง 100 ชีวิตเลยทีเดียว
นักข่าวเวียดนามกับนักข่าวไทยค่อนข้างสนิทสนมกันพอสมควร โดยเฉพาะพวกที่ทำสาย "ฟุตบอล" เพราะเจอกันในสมรภูมิข่าวมาแล้วหลายแห่ง นอกจากจะเจอกันในที่ทำงานแล้วบางทียังเจอกันนอกที่ทำงานอีกต่างหาก
เวียงจันทน์เกมส์ครั้งนี้ผมก็ได้มีโอกาสเจอเพื่อนนักข่าวชาวญวนหลายคน เวลาเจอกันทีไรมักจะเกทับกันเรื่องทีมฟุตบอลอยู่เสมอว่าใครจะได้เหรียญทอง บางครั้งก็แลกเปลี่ยนทัศนะความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ แบบสนุกเฮฮา
ดูๆ ไปน่าจะชื่นมื่นนะครับ แต่ตอนนี้มันชักจะไม่ค่อยดีอย่างว่าซะแล้ว เพราะเพื่อนนักข่าวชาวญวนบางรายดันเอาคำพูดที่เสวนากันไปลงตีพิมพ์เป็นเรื่องเป็นราว แถมยังเพิ่มเติมความคิดเห็นของตัวเองเข้าไปเสริม
นักข่าวไทยบางคยเลยออกอาการ "งานเข้า" เพราะคำพูดที่เอาไปตีพิมพ์มันค่อนข้างจะเป็นแนววิพากษ์วิจารณ์แบบตรงๆ จน สตีฟ ดาร์บี้ เฮดโค้ชทีมฟุตบอลไทยที่เป็นผู้ถูกวิจารณ์ออกอาการ "เนื้อเต้น"
สตีฟ ดาร์บี้ ดูจะอ่อนไหวเกินไป พออ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเจอข่าวที่ว่าก็มีอาการไม่พอใจนักข่าวไทย ตามหาคนที่เป็นผู้ให้ข่าวและกล่าวในเชิงตำหนิแบบน้อยใจ ไม่ได้เข้าข้างนักข่าวนะครับ แต่ผมว่า สตีฟ ดาร์บี้ ควรจะนิ่งกว่านี้ เพราะซีเกมส์แต่ละครั้งโค้ชที่คุมทีมชาติไทยก็ต้องแบกรับความกดดันแบบนี้อยู่แล้ว หากมัวแต่เอาเวลามาสนใจข่าว เชื่อเหอะว่ามันไม่มีอะไรดีแน่
แต่ถ้าว่ากันตามจริงก็ต้องโทษนักข่าวเวียดนามล่ะครับที่เอาคำสัมภาษณ์ไปปรับแต่งใหม่เพิ่มความคิดเห็นส่วนตัวลงไปจนความหมายมันรุนแรง
ตอนนี้นักข่าวไทยเลยให้นักข่าวเวียดนามที่สนิทกันไปเคลียร์กับคนเขียนข่าวแล้ว เพราะเริ่มมีชื่อนักข่าวไทยไปโผล่ในสื่อญวนหลายแห่ง รวมถึงตัวผมเองด้วยที่ยังไม่เคยให้สัมภาษณ์ใครแท้ๆ แต่ก็ดันไปมีชื่อเอี่ยวกับเขา
ไม่มีใครอยากทะเลาะกับใครหรอกครับ โดยเฉพาะกับแหล่งข่าวที่เป็นคนงานให้ทีมชาติไทยของเราเองเพราะคงไม่มีใครอยากหาเหาใส่หัวอีก ลำพังแค่เจอวิบากกรรมในการทำงาน "เวียงจันทน์เกมส์" หนนี้ก็แย่แล้ว
อย่างที่เคยบอกนั่นล่ะว่า "เจ้าภาพ" เขาไม่ค่อยพร้อม การทำงานค่อนข้างจะมีปัญหา ที่นั่งของนักข่าว หรือ "เพรสบ็อก" เท่าที่ไปมา 2 สนามก็ยังหาไม่เจอแม้แต่แห่งเดียว
แถมในเกมฟุตบอลชายนัดล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังทำท่าจะไล่ให้นักข่าวไปนั่งตรง "ขอบสนาม" อีกต่างหาก เลยโดนสวนกลับไปว่ามีที่ไหนในโลกเขาทำกันมันก็เลยเงียบไป
ตอนบอลแข่งเสร็จก็ไม่มีห้องแถลงข่าว พอเรียกนักเตะมาสัมภาษณ์หลังสนามก็โดนเจ้าหน้าที่มาดึงตัวนักกีฬากลับ แถมผลักนักข่าวไทยจนกระเด็น เล่นเอากองทัพนักข่าวไทยประสานเสียงร้อง "เฮ้ย" เสียงดังลั่นทุ่ง
นี่ยังดีว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรบานปลาย แต่เชื่อเหอะว่าหลังจากนี้ไปคงมีอะไรให้ได้ระทึกใจกันอีกแน่นอน....เชื่อข้อยเต๊อะ



