ข่าว

พธม.เสียงแตก"ไชยวัฒน"ค้านตั้งพรรคการเมือง

พธม.เสียงแตก"ไชยวัฒน"ค้านตั้งพรรคการเมือง

05 มี.ค. 2552

พธม.เสียงแตก "ไชยวัฒน" ค้านตั้งพรรค ระบุไม่ใช่ภารกิจแกนนำ เสียสัตย์วาจาปชช. หวั่นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประเทศชาติหายไป ขณะที่ นักวิชาการ จุฬาฯ หนุนเต็มที่ พธม.ตั้งพรรค สร้างการเมืองใหม่

 นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ภารกิจของพันธมิตรฯ เป็นภารกิจเฉพาะกิจที่จะทำเมื่อประเทศชาติบ้านเมืองเกิดเรื่องใหญ่ โดยจะระดมกำลังทุกส่วนเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เอาไว้ ส่วนภารกิจการตั้งพรรคการเมืองไม่น่าจะใช่ภารกิจของแกนนำพันธมิตรฯ ที่จะสามารถตั้งพรรคการเมืองเสียเอง
 “ภารกิจหลักของพันธมิตรฯทำเพื่อส่งเสริมการปกครองแบบประชาธิปไตย ที่ให้อำนาจแก่ประชาชน ในการปกครองประเทศ ดังนั้นการออกมาตั้งพรรคการเมืองเสียเองของ 5 แกนนำ ไม่ได้มีผลดีเลย มีแต่ผลเสีย เพราะจากการปราศรัยบนเวทีของพันธมิตรฯทุกครั้งได้ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ตั้งพรรคการเมือง แต่มาวันนี้ กลับเสียสัตย์วาจา ที่เคยสัญญากับประชาคม กับประเทศชาติบ้านเมือง” นายไชยวัฒน์ กล่าว
 เมื่อถามว่า การออกมาตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า จะทำให้ภาคประชาชนที่ระดมคนได้เรือนหมื่นเรือนแสนคน และคุณูปการต่างๆ ที่พันธมิตรฯเคยทำไว้หายไป ถ้าหากพันธมิตรฯตั้งเป็นพรรคการเมือง แล้วสัญลักษณ์ของการต่อสู้ เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองก็จะหายไป แล้วจะมีองค์กรใดออกมาขับเคลื่อนต่อสู้กับระบบทุจริตในบ้านเมือง ความจริงมีพรรคการเมืองที่รองรับความแนวคิดของพันธมิตรฯอยู่แล้ว พันธมิตรฯเองไม่จำเป็นที่จะต้องออกมาตั้งพรรคการเมืองเองก็ได้
 ด้านนางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯประกาศตั้งพรรคการเมือง ว่า การออกมาตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นพัฒนาการที่ดี เพราะเขาเคยต่อสู่ในภาคประชาชน ต่อสู้บนถนนเรียกร้องประชาธิปไตย ลงทุนลงแรงมามาก เมื่อรัฐบาลประชาธิปัตย์ เข้ามาทำงานก็เหมือนกับชุบมือเปิป หากพันธมิตรฯ อยากจะเห็นผลที่เขาลงแรงไป หากต้องการเก็บเกี่ยวก็ต้องออกมาตั้งพรรคการเมือง เพราะหากไม่ตั้งพรรคการเมือง เขาก็จะไม่เห็นผลผลิตที่เขาทำลงไป
 ถามว่า เป็นการกลับคำพูดหรือไม่ เพราะพันธมิตรฯเคยประกาศกร้าวว่าจะไม่ตั้งพรรคการเมืองแต่กลับเปลี่ยนใจ นางสิริพรรณ กล่าวว่า ในประเด็นที่กลับคำพูดนั้น คิดว่าไม่สำคัญ เราไม่จำเป็นต้องกดดันพันธมิตรฯ มันเป็นการเปลี่ยนจุดยืนมากกว่า เมื่อภาวะบ้านเมือง ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้นมันก็ย่อมมีอะไรเปลี่ยนไป โดยส่วนตัวก็ไม่ได้สนับสนุนการตั้งพรรค แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี
 “ดีนะ ดีมากที่พันธมิตรฯจะตั้งพรรคการเมือง เพื่อสร้างการเมืองใหม่ จากที่เคยต่อสู้บนถนนอย่างเข้มข้น โดยใช้กติกานอกระบบสภา ซึ่งก็สร้างความเสียหายมาก ต่อมาเมื่อพันธมิตรฯตั้งพรรคการเมืองแล้ว ประเด็นที่น่าจับตามองก็คือหากเขามาทำงาน จะต่อต้านอำนาจนายทุนที่เคยประกาศว่าเกลียดนักเกลียดหนาได้หรือไม่ และเมื่อเข้ามาต่อสู่ในระบบ ก็ต้องมาดูว่านโยบายของพันธมิตรฯจะเป็นยังไง จะบริหารประเทศไปในทิศทางไหน ตอนนี้เรายังไม่เห็นหน้าตาว่าเป็นยังไง และคำถามหนึ่งที่สำคัญคือ แล้วใครจะเป็นหัวหน้าพรรค ที่หมายความว่า หากพันธมิตรฯได้เป็นรัฐบาลก็จะต้องมาเป็นผู้บริหารประเทศ ตรงนี้เราก็ต้องมาดูว่าในฐานคะแนนเสียงที่เคยสนับสนุน เคยต่อสู้ข้างถนนด้วยกันจะสนับสนุนหรือไม่ เป็นเรื่องในอนาคตที่ต้องจับตาดู” นางสิริพรรณ กล่าว