
ชาวสวนเฮปีหน้าลุ้นราคายางพุ่ง30%
ชาวสวนยางได้เฮ ปีหน้าราคายางพาราขยับตามความต้องการตลาดโลก คาดเห็น 100 บาทต่อกิโลกรัมภายในปีนี้ถึงต้นปีหน้า ขณะที่ราคาเฉลี่ยทั้งปี 53 เพิ่มขึ้น 30% จากปีนี้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 50 กว่าบาทต่อกิโลกรัม
นายหลักชัย กิตติพล นายกสมาคมยางพาราแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การส่งออกยางพาราขณะนี้ดีขึ้นมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด ส่งผลให้ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ขยับเพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 40% หรืออยู่ที่กิโลกรัมละ 98 บาท และคาดว่าจะพุ่งไปที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม ภายในปลายเดือนธันวาคมนี้ถึงต้นปีหน้า
"สาเหตุที่ราคายางเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตยางพาราของโลกลดลง จากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ่และภาวะโลกร้อน ขณะที่ความต้องการใช้ยางพาราไม่ได้ลดลงมากนัก ส่วนปีหน้าคาดว่าราคายางพาราจะเพิ่มขึ้นจากปีนี้อีกประมาณ 30% จากราคาเฉลี่ยประมาณ 50 กว่าบาทในปีนี้ และคาดว่าราคาเฉลี่ยของปีหน้าจะอยู่ที่ 80-100 บาทสำหรับยางแผ่นรมควันชั้น 3" นายหลักชัย กล่าว
สำหรับการส่งออกปีนี้น่าจะได้ 2.6 ล้านตัน มูลค่า 170,000-180,000 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ส่งออกได้ 2.7 ล้านตัน มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท ส่วนปีหน้ามีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ยางพาราที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และความต้องการใช้ล้อยางมากขึ้น โดยคาดว่าความต้องการใช้ยางพาราในปีหน้าจะเพิ่มขึ้น 3-5% จากปีนี้ที่ความต้องการใช้อยู่ที่ 9.3 ล้านตัน ขณะที่ผลผลิตของโลกมีประมาณ 9.4 ล้านตัน
"ปัจจัยเสี่ยงการส่งออกยางปีหน้าขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกว่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจดูไบหรือไม่ รวมทั้งเศรษฐกิจจีน แต่หากยังไปได้ดี การส่งออกยางพาราก็ไม่มีปัญหา ส่วนเงินบาทที่แข็งค่ามีผลกระทบน้อยเนื่องจากแบงก์ชาติได้เข้ามาดูแลไม่ให้ค่าเงินแข็งเกินไปอยู่แล้ว" นายหลักชัยกล่าวและว่าผลิตยางพาราของไทยปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 3 ล้านตัน เพิ่มจากปีนี้ประมาณ 3-5% จากปัจจุบันไทยมีพื้นที่ปลูกยาง 16 ล้านไร่ โดยพื้นที่ปลูกในภาคใต้มีประมาณเกือบ 8 ล้านไร่ และที่เหลืออยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงหนือ
สำหรับผลผลิตยางพาราของ 3 ประเทศได้แก่ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่เป็นผู้ส่งออกหลักของโลก ปีนี้ลดลงไป 7.4% หรือลดไปกว่า 5 แสนตัน โดยผลิตได้รวม 6.39 ล้านตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่ผลิตได้ 6.91 ล้านตัน



