
ฉีดไวรัสเอดส์ให้เมียเพราะอยากอึ๊บด้วย
เวลลิงตัน-ชายติดเอดส์ใช้เข็มเปื้อนเลือดตัวเองจิ้มเมีย รับทำไปเพราะอยากให้เมียติดโรคด้วยจะได้นอนด้วยกันได้
หนังสือพิมพ์ซันเดย์ สตาร์-ไทม์สของนิวซีแลนด์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ (6 ธ.ค.) ว่าผู้อพยพเข้าเมืองชายวัย 35 ปีที่รู้ตัวว่าติดเชื้อเอดส์มาตั้งแต่ปี 2547 ได้ยอมรับสารภาพว่าใช้เข็มเย็บผ้าที่เปื้อนเลือดตัวเองจิ้มภรรยาเพราะต้องการให้ภรรยาของตัวเองติดโรคร้ายเหมือนกัน จะได้มีเพศสัมพันธ์ด้วยกันได้อีกครั้ง
ด้านภรรยา วัย 33 ปีที่ยอมอยู่กับสามีเพราะเห็นแก่ลูก แต่ไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วยเพราะกลัวติดเชื้อเอชไอวี กล่าวระหว่างขึ้นให้ปากคำในศาลว่า ถูกสามีเอาเข็มเย็บผ้าเปื้อนเลือดตัวเองจิ้มขาขณะนอนหลับไป 2 ครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเคยเห็นสามีถือเข็มฉีดยาที่มีเลือดอยู่เต็มหลอดด้วย เมื่อผลตรวจสุขภาพชี้ว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวีจึงมาคาดคั้นจนสามียอมสารภาพว่าใช้เข็มจุ่มเลือดตัวเองไปจิ้มเมีย เพราะต้องการให้เมียติดเชื้อเอชไอวีเหมือนกันเพื่อที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป แล้วก็ไม่ทิ้งเขาไป
ชายผู้นี้ได้ยอมรับสารภาพแล้วว่าจงใจทำให้ภรรยาติดเชื้อเอดส์ ขณะนี้เขาอยู่ในความควบคุมตัวของตำรวจเพื่อรอการพิจารณาคดีที่จะมีขึ้นในปีหน้า ซึ่งถ้าหากว่าถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงก็จะต้องโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี
ชายคนนี้ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อเอดส์ตอนที่ครอบครัวของเขาอพยพมายังนิวซีแลนด์ในปี 2547 และถูกบังคับให้ต้องตรวจสุขภาพกันทุกคน ขณะที่ภรรยา และลูกๆ ของพวกเขาตรวจไม่พบเชื้อ นอกจากนี้ คนเป็นเมียยังถูกตรวจพบว่าไม่ติดเชื้อเอดส์อย่างน้อย 4 ครั้งหลังจากนั้น ทำให้ตำรวจมั่นใจว่าเธอติดเชื้อเพราะถูกจิ้มด้วยเข็มเปื้อนเลือดของสามีนั่นเอง



