ข่าว

ต้องเอาชนะเขมรในสงครามข่าวสาร

ต้องเอาชนะเขมรในสงครามข่าวสาร

06 ธ.ค. 2552

ความเป็นพี่เป็นน้องระหว่างไทยกับกัมพูชากำลังอยู่ในขั้นเสื่อมสลาย เริ่มจากระดับรัฐทำสงครามโวหาร เลยเถิดถึงขั้นตัดความสัมพันธ์ในเชิงสัญลักษณ์รูปแบบต่างๆ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องจิ๊บจ๊อยเงินกู้ไม่กี่ล้าน ทูตไม่กี่คน หรือสนธิสัญญาที่ยังไม่เกิดประโยชน์จริงจัง

 แต่หากไม่สามารถหยุดยั้งความขัดข้องระหว่างรัฐนี้ได้ ความชังกันในหมู่ชนที่ฝังรากอยู่แล้วด้วยภาวะเหยียดชาติของฝ่ายหนึ่งกับภาวะแค้นฝังไส้ของอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งล้วนแต่เป็นสำนึกจากอดีต นั้นจะลามขยายทำลายความร่วมมือระดับประชาชนได้ชนิดที่ต้องฟื้นฟูกันอีกยาวทีเดียว ต้นเหตุสำคัญหนึ่งนั้นคืออาวุธที่เรียกว่า ข่าวสาร

 กัมพูชามีความเหนือไทยในด้านของปฏิบัติการข่าวสารมานาน ขณะที่ไทยเองก้าวพ้นการใช้เครื่องมือประเภทการโฆษณาชวนเชื่อ ปฏิบัติการจิตวิทยาหรือการต่อต้านข่าวกรองไปแล้ว หมดกันตั้งแต่ยุคสงครามเย็น แต่กัมพูชากลับบูรณาการเครื่องมือเหล่านี้เข้ากับเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยได้อย่างน่าทึ่ง

 หลักการที่มาจากยุคคอมมิวนิสต์กลายเป็นมรดกที่ทำให้รัฐบาล ฮุน เซน ที่ครองอำนาจมายาวนานมีความแข็งแกร่งด้านการใช้ข้อมูลข่าวสารในปฏิบัติการเพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นลวง ล่อ แบ่งแยกกลุ่มชน ไปจนถึงดึงมิตรจากต่างประเทศ สิ่งนี้ทำให้ประเทศที่ด้อยกว่าไทยแทบทุกอย่างทะยานขึ้นมาเทียบเคียงกับเราและคงจะแสวงประโยชน์จากความอ่อนแอของสยามประเทศไปอีกนาน หากเราไม่สามารถเอาชนะในสงครามข่าวสารเสียก่อน

 ปฏิบัติการข่าวสารของกัมพูชามีเอกภาพ เพราะมีกระทรวงข่าวสารกุมส่วนหัว สื่อทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มั่วไม่แย้งกันจนจับได้ กอปรกับสภาพสังคมของประเทศที่ยังไม่เปิดตัวเต็มที่ การปลูกฝังอบรมใดๆ ของรัฐสามารถตรงเข้าสู่มโนทัศน์ชาวบ้านได้ง่าย ยิ่งถ้าเป็นผลประโยชน์ของชาติเหนืออดีตชาติผู้รุกรานอย่างไทยแล้ว ไม่ว่าเขมรไหนก็เอาด้วยกับแนวทางรัฐทั้งนั้น เมื่อย้อนมาเทียบกับไทย นอกจากเรายังไม่มีการกำหนดเจ้าภาพต่อสู้ด้านสงครามข่าวสารอย่างชัดเจนแล้ว ยังไม่สามารถควบคุมความคิดอ่าน การนำเสนอของสื่อฝ่ายเดียวกันเองไปในทิศทางเดียวกันเสียด้วย เสรีภาพเป็นสิ่งที่ประเทศประชาธิปไตยควรส่งเสริม แต่การตระหนักถึงความมั่นคงของชาตินั้นมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดมิใช่หรือ

 การจัดตั้งเจ้าภาพด้านปฏิบัติการข่าวสารนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ความน่าเชื่อถือของเจ้าภาพ ตลอดจนความรับผิดชอบของผู้จัดตั้ง และเนื้อหาข่าวที่ต้องปนเทาบ้างนั้นเป็นสิ่งยอมรับได้แค่ไหน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ควรจะมีหน่วยงานบริหารความร่วมมือกับสื่อ เพื่อให้การดำเนินการระหว่างรัฐกับเอกชนเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ต้องไม่ทำให้ประชาชนทั่วไปคิดว่านั่นคือการร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่ม ไม่ใช่เพื่อชาติอย่างแท้จริงกันอีกแล้ว

 เรือรบ เมืองมั่น
 www.ruarob.blogspot.com