ข่าว

ทิศทางขัดแย้งและข้อยุติบนเส้นทางการเมืองไทย

ทิศทางขัดแย้งและข้อยุติบนเส้นทางการเมืองไทย

07 ธ.ค. 2552

ปัจจุบัน ทุกองค์กรใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เป็นฐานในระบบ นิติรัฐ เมื่อสถานการณ์สลับข้างและการเปลี่ยนขั้วการเมือง ส่งให้พรรคประชาธิปัตย์พรรคฝ่ายเดิมกลายมาเป็นพรรคแกนนำของรัฐบาลนี้ การเมืองที่ว่ายุ่งๆ ก็กลับมาแย่กันไปอีกยกใหญ่ๆ เสียด้วย แม้ว่าจะมองในมุมของ

 รัฐบาล ในฐานะที่ต้องรักษาอำนาจรัฐไว้ให้อยู่กับฝ่ายตน ในอันที่จะสามารถเอื้อประโยชน์ต่อการบริหารการปกครองทั้งแง่ผลประโยชน์สาธารณะและผลประโยชน์ทับซ้อน จึงต้องดำเนินการอย่างสุดกำลังความสามารถ เพราะถ้าฝ่ายของตนเองเพลี่ยงพล้ำลงไป หมดสิ้นอำนาจรัฐแล้ว ก็จะถูกรัฐบาลใหม่ที่เป็นฝ่ายตรงข้าม เล่นงานในระบบนิติรัฐเช่นกัน

 เรื่องสถาบัน เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องการแทรกแซงองค์กรอิสระ สื่อ และเรื่องคอมมิวนิสต์จึงเป็นสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามนำมาเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนและโจมตีฝ่ายตรงข้าม อย่างชนิดที่ว่าได้ผลทุกครั้งก็ว่าได้

 สงครามการเมืองไทยนี้คล้ายสงครามโลกครั้งที่สองในศึกมิดเวย์ ที่กองทัพเรืออเมริกัน กับกองทัพเรือญี่ปุ่นรบประจัญบานกันด้วยเครื่องบิน ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน แต่ผลแพ้ชนะตัดสินกันที่เวลาในการขึ้นลงเติมน้ำมันเท่านั้น

 ในขณะที่ เวลา ญี่ปุ่นผิด เครื่องบินดันลงเติมน้ำมันอยู่ แต่เวลาของอเมริกาถูก เติมน้ำมันเสร็จแล้วกำลังขึ้นบินอยู่  ญี่ปุ่นจึงแพ้ และอเมริกา ชนะ เพราะเวลานี้เอง

 การพัฒนาในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา จนถึง พ.ศ.2540 สิ่งที่ควบคู่มา กับความสำเร็จกลับกลายเป็นปัญหาที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น กลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยยุคโลกาภิวัตน์ คือปัญหาด้านสังคม “เศรษฐกิจก้าวหน้า สังคมมีปัญหา การพัฒนาไม่ยั่งยืน” ยิ่งพัฒนาด้านเศรษฐกิจและวัตถุมากเท่าใด สภาพด้านจิตใจกลับเสื่อมลง จิตใจคนขาดที่พึ่งทางใจ ครอบครัวอ่อนแอ ชุมชน หมู่บ้าน ที่เคยเข้มแข็งก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน

 ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทางด้านวัตถุ แต่เกิดความเสื่อมทางด้านจิตใจ ค่านิยมและสังคมคนไทยประพฤติปฏิบัติที่แสดงถึงความเสื่อมทางจิตใจอย่างเห็นได้ชัดเจน ยกย่องคนรวย โดยไม่คำนึงถึงว่าจะร่ำรวยมาได้โดยวิธีใด

 ความเจริญกระจุกที่ไม่กระจาย ทำให้คนชนบทอพยพเข้าสู่เมืองเกิดปัญหาตามมาทั้งในชนบทและในเมือง ระบบราชการขาดประสิทธิภาพ เพราะปรับสภาพไม่ทันกับปัญหาสังคมที่ซับซ้อนในเมืองหลวงและในชนบท 

 ระบบการเมืองของไทยอันเป็นแบบแผนของสังคมในการปกครองประเทศ และดูแลทุกข์สุขของประชาชนให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ขณะนี้การเมืองไทยมีปัญหา คือใช้เงินเป็นใหญ่ มีการผูกขาดการเมืองโดยคนจำนวนน้อย คนดีมีความสามารถเข้าไปสู่การเมืองได้ยาก การทุจริตมีอยู่ในทุกระดับ การเผด็จการโดยระบอบรัฐสภา การต่อสู้ขัดแย้งเรื้อรังและความไร้เสถียรภาพทางการเมือง การขาดประสิทธิภาพทางการบริหารและนิติบัญญัติ และการขาดสภาวะผู้นำทางการเมือง

 ระบบราชการอันเป็นเครื่องมือปัญหาสังคมไทยกลับกลายเป็นปัญหาเสียเอง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความเสื่อมศักดิ์ศรีของระบบราชการ ทำให้คนดีคนเก่งหนีระบบราชการ ปัญหาคอรัปชั่นในวงราชการ ปัญหาคุณธรรม จนกระทั่งรัฐสภาไทยอาจต้องออกกฎหมายห้ามสมาชิกโดดร่มหนีการประชุมก็ได้ 

 การศึกษา ที่ว่ากันว่าปฏิรูปกันมาหลายรอบแล้วก็ตาม ยังคงไม่สามารถเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาของสังคมไทยไม่ได้สักที แม้จะอยู่ใต้เงาของรัฐมนตรีฝีมือดีอย่างนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำในรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันกลับกลายเป็นตัวปัญหาเสียเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนแบบท่องจำ เนื้อหาไม่ทันต่อความรู้ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ปัญหาระบบการศึกษา การบริหาร การกระจายโอกาสการศึกษานั้น ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้แล้วเสร็จสักที

ประสิทธิชัย ชัชวาลย์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (แทน)