ข่าว

สิ้นตำนานสายลับหญิงที่รัสเซียยกผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก

สิ้นตำนานสายลับหญิงที่รัสเซียยกผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก

28 พ.ย. 2562

รัสเซียไว้อาลัยสายลับหญิงในตำนาน สกัดแผนลับนาซี เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก 

 


สำนักข่าวกรองต่างประเทศรัสเซีย ระบุในแถลงการณ์ว่า นางโกร์ วาร์ทาเนียน ( Goar Vartanyan ) สายลับหญิงในตำนาน ถึงแก่กรรมในวัย 93 ปี เมื่อวันจันทร์ ( 25 พ.ย.) 

 

 

 

สิ้นตำนานสายลับหญิงที่รัสเซียยกผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก

( AFP) 

 


โกร์ กับสามี เกวอร์ค วาทาร์เนียน ร่วมกันสกัดแผนลับของนาซีที่มีชื่อเรียกขานว่า ปฏิบัติการ “ลอง จัมพ์” มุ่งลักพาตัวหรือลอบสังหาร โจเฟซ สตาลิน  วินสตัน เชอร์ชิลล์  แฟรงคลิน ดี รูสเวลต์ สามผู้นำคนสำคัญฝ่ายสัมพันธมิตร ที่มีกำหนดประชุมกันครั้งแรกที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อปี 2486   

 


ศพของเธอจะได้รับการฝังในสุสาน Troyekurovskoye ที่กรุงมอสโก เช่นเดียวกับสามีของเธอ ที่เสียชีวิตก่อนในปี 255 ขณะอายุ 87 ปี  

 

สิ้นตำนานสายลับหญิงที่รัสเซียยกผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก

 


นายเซอร์เก  นาริชคิน ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย ระบุว่า โกร์ วาร์ทาเนียน เป็นแบบอย่างของการรับใช้มาตุภูมิอย่างสุดตัว “เราจะไม่ลืมคุณงามความดีต่องานข่าวของสุภาพสตรีที่ดูเหมือนแบบบางแต่แข็งแกร่ง กล้าหาญและเห็นแก่ส่วนรวม”

 


โกร์ วาร์ทาเนียน เกิดเมื่อปี 1926 ในอาร์เมเนีย ที่ขณะนั้น เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ก่อนย้ายตามครอบครัวไปยังกรุงเตหะราน 

 


ในวัย 16 ปี เธอเข้าร่วมกลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์ ที่นำโดยสามีในอนาคตของเธอ และเป็นสายลับของโซเวียตด้วย โดยขณะนั้นเขาอายุแค่ 19 ปี 

 


ในช่วงแรกของสงครามโลกครั้งที่สอง เชื่อกันว่ากลุ่มของวาร์ทาเนียน สามารถกระชากหน้ากากสายลับนาซีหลายร้อยคนในอิหร่าน แต่ภารกิจทรงอิทธิพลที่สุด ก็คือการค้นพบแผนลับของนาซี ก่อนหน้าประชุมสามฝ่ายครั้งแรกเพื่อหารือยุทธศาสตร์การรบระหว่างผู้นำสหภาพโซเวียต สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ในปี 1943 

 


นาซีต้องการลอบสังหารผู้นำทั้งสาม แต่กลุ่มของวาร์ทาเนียนแกะรอยทีมปฏิบัติการชุดแรกของนาซีเยอรมันได้ ก่อนส่งต่อให้ทางการสหภาพโซเวียตจับกุม  

 


นายวาร์ทาเนียน สามี เคยให้สัมภาษณ์รายการ สป็อตไลท์ เคเบิลทีวีอเมริกันหลายสิบปีต่อมา ว่า เขาไม่รู้ว่าผู้นำทั้งสาม ทราบหรือไม่ว่าอันตรายรออยู่ ในกลุ่มของเขา เป็นคนหนุ่มสาว 7 คนรวมถึงตัวเอง อายุ 17 18 ปี  พวกเขาพบสายลับเยอรมันกระโดดร่มลงมาใกล้กับสถานที่จะใช้จัดประชุม และจับคลื่นความถี่วิทยุได้ จนได้เบาะแสปฏิบัติการลอบสังหาร 
เมื่อผู้นำนาซีรู้ว่าแผนรั่ว ทีมส่วนหน้าถูกจับได้ จึงสั่งยกเลิกแผนลอบสังหาร  

 

การประชุมจึงเดินหน้าได้ตามกำหนด  

 

สิ้นตำนานสายลับหญิงที่รัสเซียยกผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก

 

 

เรื่องราวของเธอ ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ร่วมสร้างระหว่างรัสเซียกับฝรั่งเศส เรื่อง Tehran 43 นำแสดงโดย อเลน เดอลอง ในปี 2523 

 


 ( อย่างไรก็ดี นักประวัติศาสตร์บางคน เชื่อว่า ผลงานสะท้านโลกของสามีภรรยาวาร์ทาเนียน เป็นเรื่องราวที่เคจีบีแต่งขึ้นมา อีกทั้ง ออตโท สกอร์เซนี นายทหารคนดังของนาซีชาวออสเตรีย ได้เขียนบันทึกความทรงจำตอนหนึ่งว่า แผนลอบสังหารสามผู้นำฝ่ายสัมพันธมิตรที่ว่านี้ ไม่เคยมีอยู่จริง )

 

 

 

สิ้นตำนานสายลับหญิงที่รัสเซียยกผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก

 

 

สามีภรรยาวาร์ทาเนียน ย้ายไปพำนักในโซเวียต และทำงานเป็นสายลับในหลายประเทศทั่้งเอเชียและยุโรป ตั้งแต่ปี 1956 ภายใต้ชื่อรหัส ว่า อานิตา ส่วนสามี มีรหัสว่า อันรี  กระทั่งเกษียณในปี 1986 แต่ยังทำหน้าที่ฝึกสอนและอบรมสายลับรัสเซียรุ่นน้องต่อไป 


ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน กล่าวว่า หากปราศจาก โกร์ วาร์ทาเนียนและสามี ประวัติศาสตร์โลกอาจแตกต่างออกไป และว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ซึ่งเป็นอดีตสายลับเคจีบี รู้จักสามีภรรยาคู่นี้ดี และได้ส่งสารแสดงความเสียใจ พร้อมกล่าวยกย่องว่า ทั้งสองเป็นฮีโร่ที่อุทิศชีวิตเพื่อรับใช้ประเทศชาติ