ข่าว

ลดเกรดเมีย

ลดเกรดเมีย

06 ธ.ค. 2552

ท่องเที่ยว-ดูงาน ช่วงปลายปี ดูเหมือนจะเป็นประเพณีไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือ ส.ว. แม้กระทั่งบรรดารัฐมนตรีทั้งหลาย ที่อาศัยช่วงนี้เดินสายทัวร์นอกกันสนุกสนาน

 ไปแล้วค่อยกลับมาชี้แจงแถลงไขเรื่องใช้เงินภาษีของประชาชน (ฮ่าาา)

 แต่ที่กลายเป็นเรื่อง เม้าท์กันสนั่นทำเนียบ เมื่อ รัฐมนตรีน้องเดียว ทัวร์นอก พร้อมหนีบศรีภรรยาติดสอยห้อยตามไปด้วย

 แต่เรื่องของเรื่องมันไม่ใช่พาเมียเที่ยวแบบธรรมดานี่สิ...เพราะงานนี้เป็นการจัดงานโอท็อปนานาชาติ ที่กระทรวงพาณิชย์เป็นแม่งาน หะแรกตั้งใจเชิญ คุณชายชุนละเอียด ไปรวมงานที่บาหลี เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา

 บังเอิญๆ คุณชายชุนละเอียด ติดภารกิจ ไม่สามารถเดินทางไปร่วมงานได้ จึงมอบหมายให้ น้องเดียว บินไปแทน

 ..ก็ประสาคนรักเมีย น้องเดียวก็เลยควง ศรีภรรยาไปด้วย แต่เรื่องมันพิลึกพิลั่นก็อีตรงที่ ดันผ่าไปแทงหนังสือด่วนที่สุดถึง เด็กดื้อ หัวหน้าใหญ่ เพื่อขออนุญาตพาคณะผู้ติดตามไปในทริปนี้นั่นแหละ

 ขอมา ก็จัดให้ รายนามผู้ร่วมคณะเดินทางทริปนี้ จึงมีชื่อศรีภรรยาของน้องเดียวเดินทางร่วมไปด้วย ในฐานะผู้ติดตาม

 อะฮ้า...ลงมาถึงขนาดนี้แล้วมันจะเหลือเรอะ !!

 ขาเม้าท์ประจำทำเนียบก็ได้มันปากกันไป ก็ไหนว่า "รักเมีย" แต่เวลาไปเที่ยวดัน "ซุกเมีย" ลดเกรดจากภริยาท่านรัฐมนตรี เหลือแค่ผู้ติดตาม...ไปซะงั้น

 ว่าแต่ค่าใช้จ่ายนี่ จ่ายในฐานะ "ผู้ติดตาม" หรือศรีภรรยาละค่ะท่านรัฐมนตรีน้องเดียว...

“กิมจิสมานฉันท์ !!!”

 ใครว่าการเมืองไทยห่างไกลคำว่า สมานฉันท์ คงต้องคิดใหม่เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนคณะนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 1 (พ.ต.ส.1) ของ กกต.

 จัดโปรแกรมออนทัวร์แดนกิมจิ เกาหลีใต้ จำนวนกว่า 50 คน นำโดย "บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานรุ่น

 พร้อมด้วยบรรดานักเรียนโข่ง ที่มีตัวแทนนักการเมืองทุกพรรค ทั้งประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ภูมิใจไทย ไปจนถึง โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ส่ง "ปานเทพ วงศ์พัวพันธ์” มาร่วมวง

 เรียกว่า พักรบสงบศึก ไม่มีแยกสี แยกขั้วชั่วคราว ดูบรรยากาศไปมาคล้ายจะตั้งรัฐบาลสมานฉันท์อยู่เลาๆ

 ที่ตื่นเต้นมากหน่อยก็เห็นจะเป็นน้องใหม่การเมืองอย่าง "เด็จพี่" พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย

 เพราะนอกจากได้ไปทัวร์ดูงานด้านการเมืองการปกครองของเกาหลี ยังมีโอกาสได้ร่วมวงสนทนา กินหมูย่างกระทบไหล่ฝ่ายตรงข้าม หลังจากสาดน้ำลายกันตามหน้าสื่อแล้ว

 ทริปทัวร์แดนกิมจิ ยังมีรายการอันซีนแอ๊บแบ๊ว สมกับไปเที่ยวแดนอินเทรนด์ ด้วยการตบเท้าเข้าไปช็อปปิ้งในร้านเครื่องสำอางวัยใส ยี่ห้อดัง ETUDE

 โดยมีหัวขบวน  "เด็จพี่พร้อมพงศ์” ในฐานะที่เคยอยู่วงการบันเทิงพอมีความรู้ด้านความสวยความงาม ควงแขน "บิ๊กบัง” แอนด์ "ปานเทพ" ที่ยอมจับมือพักรบชั่วคราว ทำในสิ่งที่ขัดหน้าตาและบุคลิก ด้วยการเดินเข้าร้านสีชมพูหวาน แถมในร้านก็มีแต่ "สาวเกาหลี” ยืนต่อคิวเลือกของแน่นร้าน ก่อนพากันควักกระเป๋าช็อปเครื่องสำอางรวม 3 ลังเขื่องๆ เข้าเนื้อกันไปร่วมหมื่นฝ่าๆ

 เมินข้อหา “เก้งกวาง” เพราะ "3 หนุ่มใหญ่" รีบออกตัวยืนยันกับเพื่อนร่วมทริปว่า มีคนเขาฝากซื้อมาอีกที

 ส่วนจะฝากใคร ก็สืบกันเองแล้วกัน หุหุ !!!

ชีวิตบนเส้นด้าย ของ “จินตนา”

 ไม่ใช่แค่ “มาบตาพุด” เท่านั้นที่กำลังเป็นประเด็นขัดแย้ง ลักษณะ “ยื้อแย่ง" แสวงหนทางในการดำรงอยู่ในพื้นที่ ระหว่าง “กลุ่มทุน” กับ “กลุ่มชาวบ้าน”

 แต่ปรากฏการณ์ที่ “ชาวบ้าน” ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิในการมีชีวิตอยู่ปลอดภัย ไม่ถูกทุบทำลายให้วินาศสันตะโรด้วยเครื่องจักรกล ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอด ในหลายพื้นที่ และแรงปะทะนี้ดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

 โดยเฉพาะ “เหล่าผู้นำชาวบ้าน” ที่ไปขัดขวางผลประโยชน์มหาศาลของนายทุน ที่หวังจะสูบจากธรรมชาติอันสมบูรณ์ของไทยแบบคล่องคอ ถูก “กาหัว” กำจัดพ้นเส้นทางหากิน

 อย่าง “หญิงเหล็กแห่งบ้านกรูด” จินตนา แก้วขาว หรือ “หน่อย” ของคนท้องถิ่นบ้านกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด

 ก็มีชะตากรรมที่น่าเห็นใจ เพราะล่าสุด “เจ้าตัว” เผยว่า ตำรวจที่ไว้ใจได้แจ้งข่าวว่ามีแก๊งวัยรุ่นจ้องจะ “เด็ดหัว” โดยใช้ “ปืนติดลำกล้อง” ชนิดแม่นที่สุด เล็งแล้วยิงเข้าไปในตัวบ้าน

 ทำให้ระยะหลัง “บ้านหลังเดิม” ที่เคยโปร่งๆ โล่งๆ ก็เลยต้องก่อกำแพงให้สูงขึ้น ขณะที่ สมัครพรรคพวก ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ก็มาอยู่โยงเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เปรียบเป็น “ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก” ที่แข็งแกร่งที่สุด

 ไม่ต้องพูดถึงวิถีชีวิตส่วนตัวตามประสาชาวบ้านก็ “งด” ทั้งหมด ไม่ว่าจะไปจ่ายกับข้าวในตลาดแบบแม่บ้านทั่วไป ไปงานแต่งงาน งานศพ งานบวช หรือไปเทศกาลที่มีการจุดพลุดังๆ อย่างลอยกระทง ก็หมดสิทธิ์ เพราะ “เสียงพลุ” กับ “เสียงปืน” มันคือ “เสียงเดียวกัน”

 นี่คือเสี้ยวหนึ่งของชีวิต “นักต่อสู้” ที่ต้องสละความสุขส่วนตัวเพื่อความอยู่รอดของชุมชนที่เธอรักยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง