
บรมราชจักรีวงศ์จักคงคู่ไทยนิรันดร
ปีพุทธศักราช 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาราชวงศ์จักรี เริ่มต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีพระมหากษัตริย์เสด็จขึ้นสืบราชสันตติวงศ์ ทรงแผ่พระบารมีปกปักรักษาไทยทั้งประเทศ ให้อยู่เย็นเป็นสุข สถาพรสืบมาตราบถึงวันนี้เป็นปีที่ 227
วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2470 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชสมภพ และทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 มีพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม” ประดุจ “พ่อหลวง” ที่ทรงหวงใยในพสกนิกรของพระองค์ล่วงแล้ว 63 ปี ตลอดระยะเวลาที่สืบมา ไทยทุกหมู่เหล่าทั่วแคว้นแผ่นดินสยามต่างได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ และมิเพียงแว่นแคว้นแดนไทยเท่านั้น พระบารมีแห่งบรมราชจักรีวงศ์ ยังแผ่ไพศาลครอบคลุมไปถึงมิตรประเทศข้างเคียงให้พลอยอยู่เย็นเป็นสุข เสมือนหนึ่งอาศัยอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร มิต่างไปจากพสกนิกรชาวไทยได้รับ จนได้ยินเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญในพระมหากรุณาธิคุณ สะท้อนกลับมาสู่ปวงชนชาวไทยอีกด้วย
แล้วเหตุใดกันเล่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จึงอาจหาญนำเอาการล่มสลายของ “ราชวงศ์โรมานอฟ” ของรัสเซียมาพล่ามพูดในห้วงเวลานี้ ทั้งที่รู้ดีกว่าการสูญสิ้นนั้น มาจากการที่กษัตริย์ในราชวงศ์โรมานอฟ บีบบังคับให้ทหารเข้าสู้รบในสงครามระหว่างรัสเซียกับเยอรมนี ยังผลให้สูญเสียชีวิตทหารนับแสนๆ จนญาติพี่น้องของทหารเหล่านั้นพากันเคียดแค้นจึงร่วมกับพรรคบอลเชวิค โค่นล้มราชวงศ์โรมานอฟได้สำเร็จ
วานนี้ของรัสเซีย กับ วันนี้ของไทย ห่างไกลกันดั่งเวิ้งฟ้ากับหุบเหว หาก ชวลิต หวังอยู่ลางๆ ว่าหาก ทักษิณ ชินวัตร คืนสู่อำนาจ แล้วอาจได้รับการสถาปนาเป็น ประธานสภาเปรซิเดียม ละก็จงหวังลางๆ ต่อไปเถิด…แต่จงจำใส่หัวไว้อย่างหนึ่งว่า บรมราชจักรีวงศ์ จักคงคู่ไทยนิรันดร
คลี่ข่าวคลายปม
ภาณุมาส ทักษณา



