
ระบำริวกิวยาแห่งชีวิตจากโอกินาวา
ตลอดปี 2552 ประเทศไทยมีโอกาสเข้าร่วมโครงการต่างๆ กับรัฐบาลญี่ปุ่นหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากปีนี้ เป็นปีแห่งการแลกเปลี่ยนระหว่างญี่ปุ่น-ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งการแลกเปลี่ยนนั้นมีหลายด้าน ครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม
เมื่อเร็วๆ นี้ ชาวไทยก็มีโอกาสชมการแสดงระบำแม่โขงสัญจร โดยคณะ ชูร่า จากเกาะโอกินาวา ซึ่งเป็นการแสดงการเต้นระบำพื้นเมืองโอกินาวา หรือระบำริวกิวอันทรงเสน่ห์ของชาวเกาะใต้ ที่ถือว่าศิลปะคือหนึ่งในยาอายุวัฒนะ
จังหวัดโอกินาวา ประกอบด้วยหมู่เกาะกว่า 60 แห่ง ที่ร้อยเรียงตัวอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น แต่เดิมได้รับการขนานนามว่า หมู่เกาะริวกิว หรือ ราชอาณาจักรริวกิว ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 ยาวนานไปจนถึงปีค.ศ.1879 หรือตรงกับ พ.ศ.2422 ก่อนจะตกไปอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลญี่ปุ่น และเปลี่ยนชื่อเป็นจังหวัดโอกินาวา
แต่หลังจากญี่ปุ่นแพ้สงครามมหาเอเชียบูรพา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับโอกินาวาอีกครั้ง และเปลี่ยนกลับมาเป็นการปกครองของรัฐบาลริวกิวภายใต้การดูแลของกองทัพสหรัฐ จนกระทั่งถึงปี 2515 หมู่เกาะริวกิวก็กลับไปอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลญี่ปุ่น และกลับมาใช้ชื่อโอกินาวาอีกครั้ง
ยูจิ คุมะมะรุ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น กล่าวถึงเกาะโอกินาวาว่า มีความสำคัญในการสัญจรทางเรือที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลเอเชียตะวันออก และทะเลตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้โอกินาวาเป็นจุดที่มีการแลกเปลี่ยนด้านการค้าและวัฒนธรรมกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี และหลายประเทศในแถบเอเชียอาคเนย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทย ที่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรอยุธยา ทั้งด้านการค้าและวิทยาการ
ทูตคุมะมะรุ ยังถึงกับระบุด้วยว่า เหล้าอาวาโมริ สินค้าของจังหวัดโอกินาวาในเวลานี้ ก็มีความเป็นมาจากประเทศไทย โดยเริ่มใช้ข้าวไทยในการผลิตจนกลายเป็นเหล้าชื่อดังของจังหวัด และมีความคล้ายคลึงกันอย่างมากระหว่างเหล้าอาวาโมริ และเหล้าขาวของไทย ปัจจุบันเหล้าอาวาโมริก็ยังต้องใช้ข้าวที่นำเข้าจากไทยในการผลิตด้วย
ท่านทูตจากแดนอาทิตย์อุทัยกล่าวอีกว่า ด้วยความที่โอกินาวาเป็นจุดสำคัญในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจึงได้ผสมผสานวัฒนธรรมต่างๆ ของเอเชียเข้าด้วยกัน เกิดเป็นวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโอกินาวา และมีการพัฒนาศิลปะการแสดงให้มีรูปแบบที่งดงาม เป็นศิลปะชั้นสูง เพื่อใช้ต้อนรับคณะทูตจากต่างประเทศ รวมทั้งคณะราชทูตจากราชอาณาจักรอยุธยา และการแสดงเช่นนี้ยังหาชมได้ยากในต่างประเทศด้วย
ระบำริวกิวนั้น เป็นการร่ายรำที่มาจากการบูชาเทพเจ้า โดยในอดีต หญิงพื้นเมืองจะมีบทบาทหลักในการบูชาเทพธิดาในพิธีกรรมต่างๆ โดยพวกเธอจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเทพเจ้า เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังธรรมชาติ และแสดงออกมาเป็นความหรรษาด้วยการร้อง และเต้น รวมทั้งสวดมนต์เพื่อปกป้องเหล่าชายชาญในหมู่บ้านให้รอดภยันตราย รวมทั้งการทำเช่นนี้ยังทำให้ชาวบ้านได้เห็นโลกที่อุดมสมบูรณ์ และความรุ่งเรืองที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะบูชาเทพเจ้า
สิ่งที่เกิดจากการปฏิบัติเช่นนี้ คือ ทำให้ผู้คนมีความคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เคารพในธรรมชาติ และมีจิตใจอ่อนโยน
การแสดงระบำริวกิว ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่แท้จริงของชาวโอกินาวาที่ใช้ชีวิตด้วยความร่าเริง อดทน ใจเย็น และมองโลกในแง่ดี ชาวเมืองต่างรับมรดกการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวานี้มาบวกกับการรับเอาวัฒนธรรมจากประเทศต่างๆ มาสร้างสรรค์การร่ายรำร้องเพลงที่ชาวเมืองต่างมองว่าเป็นความสุขแห่งชีวิต จนถึงกับเรียกการแสดงศิลปะเหล่านี้ว่า เป็น "ยาแห่งชีวิต" ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวเมืองยกย่องว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจและวิญญาณของโอกินาวาที่หวังให้โลกอุดมสมบูรณ์ และสงบสุข
และด้วยหลักคิดนี้ ทำให้โอกินาวาเป็นเมืองหนึ่งที่มีคนอายุยืนยาวที่สุดในโลก
ส่วนเนื้อหาที่คณะชูร่านำมาแสดงให้ชมนั้น ก็เป็นการระบำ 2 ชุด ประกอบด้วย "นันโทอุฟุโดกิ" ที่เป็นการบอกเล่านิทานพื้นบ้านจากเกาะใต้ ที่มีการร่ายรำเพื่อขอพรจากเทพ "นิราอิคานาอิ" โดยมีเรื่องราวความรักและการต่อสู้กับปีศาจของ มิมิ สาวชาวเกาะ และ ตูน ตูน สิงโตที่แปลงร่างเป็นชายหนุ่มเป็นตัวเดินเรื่อง ส่วนชุดที่ 2 เป็นระบำ เกาะชูร่า ถิ่นหรรษา ที่แสดงการร้องเพลง และระบำอันเป็นศิลปะล้ำค่าของชาวโอกินาวาที่ใช้หลักการใช้ชีวิตแบบมองโลกในแง่ดี ร่าเริงในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา และถือว่าการแบ่งปันความสุขคือ "ยาแห่งชีวิต"
ส่วนความเป็นมาของคณะ ชูร่า นั้น เริ่มก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2541 และเป็นคณะการแสดงแรกที่ก่อตั้งขึ้น โดยมีสมาชิกเป็นผู้หญิงทั้งหมด และเริ่มออกแสดงครั้งแรกที่เกาะเจจู-โด ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2543 ปัจจุบันเดินทางไปแสดงเผยแพร่ศิลปะอันงดงามของญี่ปุ่นแล้ว 38 เมืองใน 25 ประเทศทั่วโลก
เรอิโก โอตะ หัวหน้าคณะชูร่า เผยว่า สมาชิกคณะพยายามฝึกซ้อม และแสดงออกถึงการร่ายรำแบบดั้งเดิมหลากหลายรูปแบบ เช่น คุมิโอโดริ ซาอุสะคุบูหยุ ยิวยิตสึ ซิซิมาอิ ที่มีพื้นฐานมาจากระบำริวกิว และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้เข้าร่วมการแสดงในภูมิภาคแม่โขงกับโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง
เรื่อง มลฤดี จันทร์สุทธิพันธุ์
ภาพ Onaree Photography



