
(ฉบับเต็ม)ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกคำร้อง DSI ขอถอนประกันชัยวัฒน์
ศาล ชี้ ชั้นนี้ยังไม่มีพฤติการณ์ชัดบ่งชี้ ยุ่งหลักฐาน ด้าน "ชัยวัฒน์" แถลงให้คำมั่นศาลไม่เข้าพื้นที่-งดจ้อสื่อ คดีรอรายงานตัวฝากขังรอบสอง 6 ธ.ค.นี้
25 พ.ย.2562-ศาล ชี้ ชั้นนี้ยังไม่มีพฤติการณ์ชัดบ่งชี้ ยุ่งหลักฐาน ด้าน "ชัยวัฒน์" แถลงให้คำมั่นศาลไม่เข้าพื้นที่-งดจ้อสื่อ คดีรอรายงานตัวฝากขังรอบสอง 6 ธ.ค.นี้ เจ้าตัวบอกคำสั่งย้ายไปปัตตานี พร้อมทำงานพิสูจน์ตัว
ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี เมื่อเวลา 08.00 น.เศษ "นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร" อดีตผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ที่เพิ่งได้รับคำสั่งย้ายตำแหน่งไปปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี , นายบุญแทน บุษราคำ , นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันฆ่าและอำพรางการเสียชีวิตของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจินญ นักเคลื่อนไหวและแกนนำชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี รวม 6 ข้อหา ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่ถูกควบคุมตัววันที่ 17 เม.ย.57 เดินทางมารายงานตัวต่อศาลตามนัด ภายหลังที่ครบกำหนดฝากขังครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา
ขณะที่เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 3 "นายชัยวัฒน์" กับพวกผู้ต้องหารวม 4 คนในคดีดังกล่าว ได้เข้าให้ถ้อยคำต่อศาล ในนัดที่ศาล เรียกให้พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาสอบถาม เกี่ยวกับคำร้องที่ได้ยื่นเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนประกันตัวของนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 หรือขอให้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เห็นว่านายชัยวัฒน์ผู้ต้องหาที่ 1 มีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน กรณีที่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างๆ ภายหลังจากที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขังครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 พ.ย.62 ซึ่งอาจทำให้สังคมเข้าใจสำนวนคดีผิด เช่น กล่าวหาว่าดีเอสไอ สร้างเรื่องขึ้นมา หรือจัดฉากการเสียชีวิตของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกลุ่มกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จึงได้ยื่นคำร้อง พร้อมคำถอดเทปสัมภาษณ์นายชัยวัฒน์ เสนอต่อศาล
โดยคำร้องของดีเอสไอนั้น ระบุว่า ขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ หรือขอให้ศาลกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ห้ามให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับคดี หรือให้ข้อมูลกับประชาชนผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแก่ประชาชนเกี่ยวกับคดีนี้ และห้ามมิให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบวัตถุพยานสำคัญ และมีพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องอาศัยอยู่ เนื่องจากสร้างความหวาดกลัวให้กับพยานไม่กล้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หรือให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ใช้อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ (กำไลข้อเท้า EM) เพื่อตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทาง และเพื่อป้องกันการหลบหนี
ขณะที่ "องค์คณะศาลอาญาคดีทุจริตฯ" ได้สอบถามพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ผู้ร้องแล้ว
ระบุว่า ต้องการให้ศาลพิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ รวม 4 คนที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วม เนื่องจากการให้สัมภาษณ์ของนายชัยวัฒน์ต่อสื่อมวบชน มีการกล่าวอ้างว่าการได้มาซึ่งพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนนั้นไม่เป็นความจริงและสร้างพยานหลักฐานเท็จ นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์ว่าจะไปสาบานตนที่จุดเกิดเหตุซึ่งอาจส่งผลให้พยานที่อยู่ในพื้นที่เกิดความสับสน และอาจทำให้พนักงานสอบสวนไม่ได้รับความร่วมมือกับคนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ด้าน "นายชัยวัฒน์" ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาร่วมอีก 3 คน ยื่นคำคัดค้านต่อศาลระบุว่าการให้สัมภาษณ์เป็นเพียงการอธิบาย แสดงความเห็นโดยสุจริต อีกทั้งตั้งแต่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไม่มีใครเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบันของผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีอำนาจในการสั่งการดำเนินการใดๆในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ นายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 ยังแถลงลักษณะให้คำมั่นกับศาลด้วยว่าจะไม่เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุและไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนอีก
ขณะที่เมื่อเวลา 16.00 น. "องค์คณะศาลอาญาคดีทุจริตฯ" มีคำสั่งยกคำร้องขอถอนประกันนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ิ 1 โดยเห็นว่า ในชั้นนี้ ยังไม่พบพฤติการณ์ ของนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และชั้นนี้กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะพิจารณาสั่งเพิกถอนประกันหรือการกำหนดเงื่อนไขประกันเพิ่มเติม ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของดีเอสไอ
ภายหลังศาลยกคำร้องขอเพิกถอนประกันตัว "นายชัยวัฒน์" ผู้ต้องหาซึ่งมีสีหน้ายิ้มแย้มได้เดินลงมาพร้อมกับนายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความ พบกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว พร้อมกล่าวถึงกรณีที่แถลงในศาลว่าจะไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่กระทบกับรูปคดีและยืนยันว่าจะไม่เข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพื้นที่เกิดเหตุว่า ตรงนี้เป็นแนวทางของคดีที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เราก็เคารพการสอบสวน ซึ่งขั้นตอนของคดีก็ยังมีการยื่นคำร้องฝากขัง และหลังสรุปสำนวนคดีก็ต้องรอดูอัยการว่าจะมีความเห็นสั่งคดีอย่างไร ส่วนที่มีการสัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีก่อนหน้านี้ก็เป็นใช้สิทธิตามที่ได้แถลงต่อศาลไว้
เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วศาลไม่ได้กำหนเงื่อนไขว่าไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อใช่หรือไม่ "นายพรชัย" ทนายความ กล่าวว่า นายชัยวัฒน์คงจะไม่มีการให้สัมภาษณ์อีกแล้ว เพราะศาลท่านได้เมตตาเช่นเดียวกับผู้ต้องหาคนอื่นๆที่จะไม่ให้สัมภาษณ์เช่นกัน ส่วนแนวทางสู้คดีก็คงต้องดูพยานหลักฐานของดีเอสไอว่ามีเพิ่มเติมอย่างไร ก็คงจะเห็นได้อีกทีหากมีการสั่งฟ้องคดีหรือนัดตรวจพยานหลักฐาน ส่วนพยานหลักฐานเราก็เตรียมไว้เบื้องต้นตามที่ดีเอสไอแจ้งข้อหามา
เมื่อถามถึงที่มีคำสั่งย้ายนายชัยวัฒน์ไปปฏิบัติหน้าที่ ใน จ.ปัตตานี "นายชัยวัฒน์" กล่าวว่า ที่มีการสั่งให้ตนย้ายไปเป็น ผอ.สำนักฯ ที่จ.ปัตตานีนั้น ตนอยู่ที่ไหนก็ได้เป็นข้าราชการก็ต้องทำงานให้ดีที่สุด ขอให้ชาวปัตตานีได้เห็นทำงานก่อน ตนจะทำงานให้ดีที่สุดในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรฯ ซึ่งก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะว่าจริงๆแล้วเป็นข้าราชการ ผู้บริหารสั่งไปไหนด็ต้องไป อย่างที่เคยกล่าวไว้ว่าไม่ได้สั่งให้ไปทุจริต ขณะที่เรื่องคดีตนก็จะต้องมารายงานตัวกับศาลชั้นฝากขังอีกครั้งในวันที่ 6 ธ.ค.นี้
เมื่อถามว่า การโยกย้ายครั้งนี้เกี่ยวกับคดีการหายตัวไปของนายบิลลี่ หรือไม่ "นายชัยวัฒน์" ปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้ โดยกล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ก่อนจะขอตัวเพื่อเดินทางกลับทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการปล่อยชั่วคราวนายชัยวัฒน์กับพวกในชั้นฝากขังนั้น ก่อนหน้านี้ศาลได้กำหนดวงเงินการประกันตัวคนละ 800,000 บาทพร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
ส่วนของการดำเนินคดีของกลุ่มนายชัยวัฒน์ ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการฝากขังครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 24 พ.ย.- 5 ธ.ค.นี้ โดยศาลกำหนดนัดให้นายชัยวัฒน์กับพวกรวม 4 คนผู้ต้องหามารายงานตัวอีกครั้งภายหลังครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 2 ในวันที่ 6 ธ.ค.นี้



