
หิ้วทำแผน หนุ่มจีนฆ่าโหดเพื่อนร่วมชาติ แค้นถูกเบี้ยวเงินล้าน
ตำรวจ สน.สุทธิสาร คุมตัวมือมีดชาวจีนทำแผนฆ่าเพื่อนร่วมชาติ อ้างแค้นถูกเบี้ยวเงินล้าน เตรียมส่งศาลฝากขัง พร้อมคัดค้านประกันตัว เนื่องจากคดีมีโทษสูงหวั่นหลบหนี
จากเหตุการณ์นายฟาง ยางเซิน อายุ 54 ปี สัญชาติจีน อาชีพรับจ้างต่อวีซ่าถูกแทงด้วยอาวุธมีดหลายแห่งตามร่างกาย นั่งเสียชีวิตบนเก้าอี้ ภายในห้องพักเลขที่ 1-4 ภายในอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ5 แยก6 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โดยที่ห้องน้ำพบมีดพกตกอยู่ในอ่างพร้อมคราบเลือด ต่อมาตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุได้คือนายเจอ คั่น อายุ 32 ปี มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย โดยเหตุเกิดเมื่อค่ำวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ท้องที่ สน.สุทธิสาร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว นายเจอ คั่น ผู้ต้องหาชาวจีน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ โดยใช้เวลา 30 นาทีจึงแล้วเสร็จ โดยผู้ต้องหาใส่เฝือกที่แขนทั้งสองข้างซึ่งเป็นแผลจากการต่อสู้กับผู้ตาย แต่สามารถทำแผนได้อย่างปกติ โดยหลังก่อเหตุก็ได้เดินไปที่พักซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนจะไปรักษาตัวที่ รพ.พระราม9 และถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด
สำหรับชนวนเหตุนั้นเกิดจากผู้ต้องหาเป็นอดีตตำรวจจีน แต่ลาออกมาเพื่อทำธุรกิจร้านอาหาร โดยได้ตระเวนไปตามประเทศต่างๆ จนมาเจอประเทศไทย จึงมาเมืองไทยได้ 3 เดือนก่อน และเสิร์ชดูกูเกิ้ลจนเจอผู้ตายว่านอกจากทำหน้าที่ต่อวีซ่าแล้วยังรับแลกเงินด้วย จึงไปนัดพบผู้ตายเพื่อต่อวีซ่าและให้แลกเงินจำนวน 60,000 ยูเอสดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินไทยจำนวน 1.8 ล้านบาทให้ ผ่านไป 2 อาทิตย์ ในระหว่างที่กินเที่ยวกับผู้ตายจนสนิทสนมกัน แต่ผู้ตายก็ยังไม่แลกเงินให้สักที ทำให้ผู้ต้องหาต้องไปทวงเงินในวันเกิดเหตุ
เมื่อทางผู้ต้องหามาดักพบผู้ตายตอน 17.00 น. ได้พูดคุยทวงเรื่องเงินที่ฝากแลก ทางผู้ตายเปิดลิ้นชักให้ดูว่ามีเงินอยู่ 1 ล้านบาท ยังขาดอีก 8 แสนบาท พร้อบอกให้รอ จะมีคนโอนเงินมาให้ แต่ต้องรอก่อน ทางผู้ต้องหาจึงออกไปสูบบุหรี่หลายครั้ง และผู้ตายก็ไม่ยอมเอาเงินให้สักที จึงเข้าไปพบอีกรอบ และมีปากเสียงกับผู้ตายที่บอกว่า ถ้าเรื่องมากก็ไม่ต้องเอาเงิน
จากนั้นผู้ต้องหาพยายามจะเอาเงินของตัวเองที่แลกไว้ 1 ล้านบาทในลิ้นชัก ทางผู้ตายจึงหยิบมีดมาฟันแขนเป็นแผล ทางผู้ต้องหาด้วยความเป็นตำรวจเก่า จึงบิดมือผู้ตายแย่งมีด และจ้วงแทงที่คอ ด้วยความโมโหจึงแทงไปหลายแผล จากนั้นจึงเข้าห้องน้ำไปล้างเลือดที่แขน พร้อมกับเอาผ้าเช็ดตัวพันแขนไว้ และเอามีดไปทิ้งในอ่างล้างหน้า ก่อนจะเอากระเป๋าใส่เงิน 1 ล้านบาทในลิ้นชักผู้ตาย แล้วปิดไฟห้องก่อนเดินจากไป ก่อนจะกลับไปที่พักเปลี่ยนเสื้อผ้าและไปโรงพยาบาลรักษาตัว เสียค่ารักษาไป 1 แสนบาท จนกระทั่งถูกตำรวจจับกุมได้ในที่สุด
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา เนื่องจากว่าโมโหจากการทะเลาะกับผู้ตาย ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า เพราะหากตั้งใจจริงจะเอามีดทิ้งไว้ในจุดเกิดเหตุทำไม อย่างไรก็ดีทางตำรวจจะคุมตัวเพื่อส่งศาลพร้อมคัดค้านประกันตัว เนื่องจากคดีมีโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนีเนื่องจากเป็นชาวต่างชาติ



