ข่าว

ทุกฝ่ายพร้อมน้อมนำพระราชดำรัสปฏิบัติ

ทุกฝ่ายพร้อมน้อมนำพระราชดำรัสปฏิบัติ

06 ธ.ค. 2552

พระบรมทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนในหลวง ทรงประเคนภัตตาหารพระสงฆ์ ณ พระบรมมหาราชวัง ขณะที่ทุกฝ่ายพร้อมน้อมนำพระราชดำรัสในหลวงไปปฏิบัติ "อภิสิทธิ์" ชี้ทำบ้านเมืองให้สงบสุข คือการบ้านข้อใหญ่ของทุกคน พสกนิกรสวมเสื้อชมพูแห่ลงนามถวายพระพรเนืองแน่นศิริราช สมเด็

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ณ พระบรมมหาราชวัง โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทางพระทวารเทวราชมเหศวร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปพระเคราะห์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ พระสงฆ์ถวายพรพระ จบแล้ว ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม

 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ถวายพระธรรมเทศนามงคลวิเศษกัณฑ์ 1 จบแล้ว พระสงฆ์ถวายพระพร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม เครื่องบูชากัณฑ์เทศนา จากนั้นทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่สมเด็จพระราชคณะ พระราชาคณะ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

 วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรจำนวนมากจากทั่วสารทิศ เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ และมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน โดยในช่วงเช้ากลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ชมรมลูกเสือชาวบ้าน จ.ปราจีนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลสนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นางจำปี ประไพมาลี ชาวกะเหรี่ยง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ นำย่าม เสื้อชาวเขา และส้มป่อยตากแห้ง มาทูลเกล้าฯ ถวาย กลุ่มชาวบ้านจากชุมชนท่าน้ำสามเสน วัดประสาทบุญญาวาส นำต้นไม้ของพ่อที่ทำมาจากกิ่งไม้ทาสีทองตั้งบนฐาน พร้อมทั้งเขียนคำอวยพรลงในกระดาษสีชมพูที่ตัดเป็นรูปใบโพธิ์ติดบนกิ่งไม้ มาทูลเกล้าฯ ถวาย

 ต่อมา นายสแตนลี่ ตัง ตัวแทนพิเศษในสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ประธานองคมนตรี ประเทศกัมพูชา นำแจกันดอกไม้ พร้อมกับเชิญพระราชสาสน์ของสมเด็จกรมพระนโรดม มาทูลเกล้าฯ ถวาย ความว่า "ขอถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ และมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน"

 ส่วน นายทิพย์ บุญประเสริฐ อายุ 64 ปี ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช นำภาพถ่ายที่เคยถ่ายกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปี 2509 ครั้งที่เสด็จฯ เยี่ยมชาวบ้านแหลมตะลุมพุก มาทูลเกล้าฯ ถวาย พร้อมกับกล่าวว่า ได้รับการสั่งสอนจากพ่อแม่ว่า ให้เรียกในหลวงว่า พระเจ้าแผ่นดิน และให้มีความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านยิ่งชีวิต

 “เมื่อปี 2509 เคยรับเสด็จสมเด็จย่า ขณะมาเยี่ยมชาวบ้าน และครั้งต่อมาเมื่อปี 2510 ได้เกิดพายุครั้งใหญ่พัดผ่านแหลมตะลุมพุก ทำให้มีผู้เสียชีวิต และสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ช่วงที่ชาวบ้านกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก พระเจ้าแผ่นดิน และพระราชินี เสด็จฯ มาเยี่ยมชาวบ้านทรงรับสั่งกับเจ้าหน้าที่ว่า ให้ดูแลชาวบ้านให้ดี และช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทำให้ชาวบ้านคลายความเดือดร้อน และทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น และขอถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ เป็นมิ่งขวัญของคนไทยตลอดไป” นายทิพย์กล่าว

 ในช่วงบ่ายนางพรหม สรสำแดง หรือป้าเปี๊ยกขนมหวานไทย อายุ 70 ปี นำชาวไทยเชื้อสายมอญ จากชุมชนชาวรามัญบางกระดี่ เขตบางขุนเทียน จำนวน 20 คน มาร่วมลงนามถวายพระพร นางพรหมกล่าวว่า ในฐานะคนไทยเชื้อสายมอญ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อชาวมอญทั่วประเทศ ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ขึ้นทุกวัน และในวันนี้ตนได้นำขนมเม็ดขนุน ซึ่งถือเป็นขนมที่มีความหมายดี จะได้ช่วยหนุนพระองค์ให้แข็งแรงมาทูลเกล้าฯ ถวาย

 จากนั้น นายสุทธิ สายสีสด อาจารย์โรงเรียนคลองสองพี่น้อง ต.บางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นำชาวบ้านจำนวน 200 คน ที่ได้บวชเนกขัมมะ ปฏิบัติธรรมถือศีล 8 เฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่วันที่ 4-6 ธันวาคม ที่ผ่านมา มาร่วมลงนามถวายพระพร ต่อมา นายอลงกต สุ่นจันทร์ ตัวแทนชมรมพระพุทธศาสนาโอสถใจ พร้อมด้วยคณะจำนวน 10 คน มาร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมทั้งได้นำพระพุทธสรีระธาตุ และพระอรหันต์ธาตุ ทั้งสิ้น 140 องค์ จำนวน 1 ชุด แบ่งออกเป็น 18 ผอบ 4 ชั้น มาทูลเกล้าฯ ถวาย

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ตลอดทั้งวันมีประชาชนสวมเสื้อสีชมพู มาร่วมลงนามถวายพระพรที่สำนักพระราชวังจัดเตรียมไว้ให้อย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากถวายความเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีภายในศาลาศิริราช 100 ปีแล้ว จากนั้นก็ไปสักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก แล้วเงยหน้าขึ้นไปบนชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ประทับอยู่ ทั้งยกมือไหว้ขึ้นเหนือหัว เพื่อถวายความเคารพพร้อมทั้งกล่าวคำว่า “ทรงพระเจริญ” นอกจากนี้ยังมีประชาชนนำกล้อง และโทรศัพท์มือถือที่สามารถถ่ายภาพได้ มาถ่ายอาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อนำกลับไปเป็นที่ระลึกด้วย

เนวินสั่งเพิ่มรอบฉายสารคดี"พ่อ"4มิติเป็น2รอบ

 ที่บริเวณลานพระราชวังดุสิตหรือลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งมีการจัดแสดง 4D VISUAL LIGHT & SOUND วันนี้ (6 ธ.ค.) เป็นวันที่ 2 ประชาชนพร้อมใจกันใส่เสื้อสีชมพูเดินทางมาจับจองที่นั่งกันอย่างเนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ประชาชนหลายกลุ่มเดินทางมาจากต่างจังหวัด ซึ่งการแสดงดังกล่าว จะเป็นการใช้เทคนิคภาพ 4 มิติ ฉายไปบนพระที่นั่งอนันตสมาคม โดยเรื่องราวมีทั้งพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "พ่อ" ที่จะนำเสนอเกี่ยวกับพระราชวังจิตรลดารโหฐาน

 นายเนวิน ชิดชอบ ประธานคณะทำงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ได้ประกาศเพิ่มรอบการจัดแสดง 4 มิติ จากคืนละ 1 รอบการแสดง เป็นคืนละ 2 รอบ เริ่มตั้งแต่คืนนี้ไปจนถึงวันที่ 13 ธันวาคม โดยรอบที่ 2 จะเปิดให้เป็นรอบประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถขยับเข้ามานั่งชมในที่นั่งของรอบแรกที่จัดไว้ให้สำหรับวีไอพี ทั้งนี้ประชาชนจะได้ติดตามดูการแสดงได้อย่างใกล้ชิด

 โดยรอบแรกเปิดการแสดงตั้งแต่เวลา 20.00- 21.15 น. รอบที่สองจะเริ่มหลังจากเสร็จสิ้นการแสดงรอบแรกในเวลาอีก 30 นาที สำหรับค่ำคืนนี้จะมีศิลปินรับเชิญที่สำคัญคือ ไมค์ ภิรมย์พร จะขับร้องเพลงพ่อ (ฝนเทียม) ร่วมกับ นัท มีเรีย

 ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. รายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” นำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2552 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ออกเผยแพร่ความว่า “ขอขอบพระทัยและขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด ด้วยถ้อยคำที่เลือกสรรมาจากใจจริง ซึ่งปรารถนาดีมุ่งหมายให้ข้าพเจ้ามีความสุข ความสวัสดี โดยประการต่างๆ ความสุข ความสวัสดีของข้าพเจ้าจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข ความเจริญมั่นคงทั้งนั้น จะสำเร็จผลเป็นจริงไปได้ ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติมุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติ รู้ตัว ด้วยปัญญา รู้ผิด และด้วยความสุจริต จริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น

 "จึงขอให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญอยู่ในสถาบันหลักของประเทศ และชาวไทยทุกคน หมู่เหล่า ทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง แล้วทำตั้งจิต ตั้งใจ ให้เที่ยงตรงหนักแน่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ คือ ชาติ บ้านเมือง อันเป็นถิ่นที่อยู่ที่ทำกินของเรา มีความเจริญ มั่นคง ยั่งยืนไป ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยสุขสิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคลให้สัมฤทธิผลขึ้นแก่ท่าน ทั่วหน้ากัน”

 จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการว่า สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นคือ ไม่ว่ารัฐบาลหรือประชาชนคนไทยได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม และนำไปปฏิบัติ ไม่ว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใดก็ตาม สามารถที่จะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสไปปฏิบัติได้

 "พระองค์ท่านรับสั่งว่าที่ถวายพระพรให้พระองค์ท่านมีความสุขจะเกิดขึ้นได้บ้านเมืองต้องมีความปกติสุข และมั่นคง ผมคิดว่าอันนี้คือหน้าที่สำคัญที่สุดของพวกเราทุกคนในขณะนี้ ทำอย่างไรให้บ้านเมืองของเรานั้นมีความเป็นปกติสุข และมีความมั่นคงได้ อันนี้ถือเป็นงานสำคัญที่รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องพยายามทำให้ดีที่สุด ในเรื่องของการที่จะทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความเป็นปกติสุขได้ เพราะฉะนั้น อันนี้ก็ถือว่าเป็นการบ้านข้อใหญ่สำหรับรัฐบาล สำหรับประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพราะว่าผมเชื่อว่าพวกเราก็ต้องการที่จะหลอมรวมใจเป็นหนึ่งเดียว แล้วก็ทำให้คำถวายพระพรที่เราได้ถวายให้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเกิดขึ้นจริง" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า การที่พระองค์ท่านมีกระแสพระราชดำรัสว่าพระองค์ท่านจะมีความสุข เมื่อบ้านเมืองมีความมั่นคง มีความเป็นปกติสุข และมีพระราชดำรัสถึงความเป็นอยู่ของพสกนิกร ก็เป็นการยืนยันสิ่งที่ประชาชนคนไทยได้รู้สึกมาตลอด ว่าเรามีพระมหากษัตริย์ที่เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนัก และก็ทุ่มเทพระวรกายในเรื่องของการทรงงานเพื่อประชาชน น่าสนใจก็คือว่าตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี การปฏิบัติพระราชกรณียกิจในหลายต่อหลายเรื่อง เป็นเรื่องที่ถึงทุกวันนี้มีความทันสมัยอย่างมาก เช่น การที่พระองค์ท่านสนพระทัยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ทรงสนพระทัยในเรื่องของพลังงานทดแทน สนพระทัยในความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเกษตรกรในชนบท และพระองค์มีพระราชดำริในหลายต่อหลายเรื่อง เช่น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดการทำการเกษตรที่ยั่งยืน และส่งผลตอบแทนต่อพี่น้องประชาชนในระดับของชุมชนอย่างแท้จริง

 "งานที่ผมคิดว่าเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างต่อเนื่องมาตลอดคือ เรื่องของการพัฒนาชนบท และเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เราจะเห็นชัดเจนเลยว่าไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำเสีย หรือปัญหาอื่นๆ พระองค์ท่านได้พระราชทานแนวพระราชดำริเอาไว้ แล้วก็นำไปสู่โครงการหลายโครงการที่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีการอนุมัติโครงการตามแนวพระราชดำริในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ เช่น ที่ห้วยโสมง ก็เพิ่งอนุมัติไป" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า ประเทศไทยเสียหาย เพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่มานานพอสมควร และส่งผลกระทบทางด้านสังคม เศรษฐกิจ มากเกินไปที่คนไทยจะปล่อยวาง พระราชดำรัสของพระองค์ท่านน่าจะเป็นสิ่งเตือนใจพวกเราได้เป็นอย่างดี กองทัพบกจะน้อมนำพระราชดำรัสไปยังส่วนต่างๆ ที่สามารถจะทำได้ภายในกลไกของเรา

 ส่วนที่นายกรัฐมนตรีจะพิมพ์กระแสพระราชดำรัสออกเผยแพร่ให้แก่ประชาชนคนไทยนั้น พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องดี ในส่วนของกองทัพที่เป็นกลไกของรัฐบาลก็สามารถช่วยดำเนินการในเรื่องการแจกจ่าย และถ้าไม่มีปัญหาในเรื่องของกฎหมายเราก็จะพิมพ์ซ้ำเพื่อเผยแพร่ในพื้นที่ต่างๆ ให้มีความเข้าใจ โดยเฉพาะกำลังพลและครอบครัว

 ขณะที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่พสกนิกร ว่า พระราชดำรัสเป็นมงคลของประชาชนไทย และพรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้านในสภา จะน้อมรับและนำกระแสพระราชดำรัสมาปฏิบัติ ตรวจสอบการทำหน้าที่รัฐบาลอย่างสมานฉันท์ ด้วยความสุจริต โดยยึดหลัก คือ 1.การทุจริต 2.เรื่องผิดกฎหมาย 3.การไม่เป็นไปตามนโยบาย และ 4.เรื่องที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งการตรวจสอบจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยเราจะทำหน้าที่เป็นยาม เป็น รปภ. คอยป้องปรามและปราบทุจริตคิดมิชอบของรัฐบาล ซึ่งเราจะตรวจสอบรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ และทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ สุจริต