ข่าว

ระบำริวกิว ยาแห่งชีวิตจากโอกินาวา

ระบำริวกิว ยาแห่งชีวิตจากโอกินาวา

06 ธ.ค. 2552

เรื่อง มลฤดี จันทร์สุทธิพันธุ์ ภาพ Onaree Photography

 ตลอดปี 2552 ประเทศไทยได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการต่างๆ กับรัฐบาลญี่ปุ่นหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากปีนี้ เป็นปีแห่งการแลกเปลี่ยนระหว่างญี่ปุ่น-ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งการแลกเปลี่ยนนั้นมีหลายด้านครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม

 เมื่อเร็วๆ นี้ ชาวไทยก็ได้มีโอกาสชมการแสดงระบำแม่โขงสัญจรโดยคณะ ชูร่า จากเกาะโอกินาวา ซึ่งเป็นการแสดงการเต้นระบำพื้นเมืองโอกินาวา หรือระบำริวกิวอันทรงเสน่ห์ของชาวเกาะใต้ ที่ถือว่าศิลปะคือหนึ่งในยาอายุวัฒนะ

 จังหวัดโอกินาวา ประกอบด้วยหมู่เกาะกว่า 60 แห่งที่ร้อยเรียงตัวอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น แต่เดิมได้รับการขนานนามว่า หมู่เกาะริวกิว หรือ ราชอาณาจักรริวกิว ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 ยาวนานไปจนถึงปีค.ศ.ที่ 1879 หรือตรงกับพ.ศ.2422 ก่อนจะตกไปอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลญี่ปุ่น และเปลี่ยนชื่อเป็นจังหวัดโอกินาวา

 แต่หลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามมหาเอเชียบูรพา ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับโอกินาวาอีกครั้ง และเปลี่ยนกลับมาเป็นการปกครองของรัฐบาลริวกิวภายใต้การดูแลของกองทัพสหรัฐ จนกระทั่งถึงปี 2515 หมู่เกาะริวกิวก็กลับไปอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลญี่ปุ่น และกลับมาใช้ชื่อโอกินาวาอีกครั้ง

 ยูจิ คุมะมะรุ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น กล่าวถึงเกาะโอกินาวาว่ามีความสำคัญในการสัญจรทางเรือที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลเอเชียตะวันออก และทะเลตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้โอกินาวาเป็นจุดที่มีการแลกเปลี่ยนด้านการค้าและวัฒนธรรมกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี และหลายประเทศในแถบเอเชียอาคเนีย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทย ที่ได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรอยุธยา ทั้งด้านการค้าและวิทยาการ

 ทูตคุมะมะรุยังถึงกับระบุด้วยว่า เหล้าอาวาโมริ สินค้าของจังหวัดโอกินาวาในเวลานี้ ก็มีความเป็นมาจากประเทศไทย โดยเริ่มใช้ข้าวไทยในการผลิตจนกลายเป็นเหล้าชื่อดังของจังหวัด และมีความคล้ายคลึงกันอย่างมากระหว่างเหล้าอาวาโมริ และเหล้าขาวของไทย ปัจจุบัน เหล้าอาวาโมริก็ยังต้องใช้เข้าที่นำเข้าจากไทยในการผลิตด้วย


 ท่านทูตจากแดนอาทิตย์อุทัยกล่าวอีกว่า ด้วยความที่โอกินาวาเป็นจุดสำคัญในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจึงได้ผสมผสานวัฒนธรรมต่างๆ ของเอเชียเข้าด้วยกันเกิดเป็นวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโอกินาวา และมีการพัฒนาศิลปะการแสดงให้มีรูปแบบที่งดงาม เป็นศิลปะชั้นสูง เพื่อใช้ต้อนรับคณะทูตจากต่างประเทศ รวมทั้งคณะราชทูตจากราชอาณาจักรอยุธยา และการแสดงเช่นนี้ยังหาชมได้ยากในต่างประเทศด้วย

 ระบำริวกิวนั้นเป็นการร่ายรำที่มาจากการบูชาเทพเจ้า โดยในอดีต หญิงพื้นเมืองจะมีบทบาทหลักในการพูชาเทพธิดาในพิธีกรรมต่างๆ โดยพวกเธอจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเทพเจ้าเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังธรรมชาติ และแสดงออกมาเป็นความหรรษาด้วยการร้อง และเต้น รวมทั้งสวดมนต์เพื่อปกป้องเหล่าชายชาญในหมู่บ้านให้รอดภยันตราย รวมทั้งการทำเช่นนี้ยังทำให้ชาวบ้านได้เห็นโลกที่อุดมสมบูรณ์ และความรุ่งเรืองที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะบูชาเทพเจ้า

 สิ่งที่เกิดจากการปฏิบัติเช่นนี้คือทำให้ผู้คนมีความคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เคารพในธรรมชาติ และมีจิตใจอ่อนโยน

 การแสดงระบำริวกิว ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่แท้จริงของชาวโอกินาวาที่ใช้ชีวิตด้วยความร่าเริง อดทน ใจเย็น และมองโลกในแง่ดี ชาวเมืองต่างรับมรดกการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวานี้มาบวกกับการรับเอาวัฒนธรรมจากประเทศต่างๆ มาสร้างสรรค์การร่ายรำร้องเพลงที่ชาวเมืองต่างมองว่าเป็นความสุขแห่งชีวิต จนถึงกับเรียกการแสดงศิลปะเหล่านี้ว่าเป็น "ยาแห่งชีวิต" ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวเมืองยกย่องว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจและวิญญาณของโอกินาวาที่หวังให้โลกอุดมสมบูรณ์ และสงบสุข

 และด้วยหลักคิดนี้ ทำให้โอกินาวาเป็นเมืองหนึ่งที่มีคนอายุยืนยาวที่สุดในโลก

 ส่วนเนื้อหาที่คณะชูร่านำมาแสดงให้ชมนั้นก็เป็นการระบำ 2 ชุด ประกอบด้วย "นันโทอุฟุโดกิ" ที่เป็นการบอกเล่านิทานพื้นบ้านจากเกาะใต้ที่มีการร่ายรำเพื่อขอพรจากเทพ "นิราอิคานาอิ" โดยมีเรื่องราวความรักและการต่อสู้กับปีศาจของ มิมิ สาวชาวเกาะ และ ตูน ตูน สิงโตที่แปลงร่างเป็นชายหนุ่มเป็นตัวเดินเรื่อง ส่วนชุดที่ 2 นั้นเป็นการระบำ เกาะชูร่า ถิ่นหรรษา ที่แสดงการร้องเพลง และระบำอันเป็นศิลปะล้ำค่าของชาวโอกินาวาที่ใช้หลักการใช้ชีวิตแบบมองโลกในแง่ดี ร่าเริงในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา และถือว่าการแบ่งปันความสุขคือ "ยาแห่งชีวิต"

 ส่วนความเป็นมาของคณะ ชูร่า นั้น เริ่มก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2541 และเป็นคณะการแสดงแรกที่ก่อตั้งขึ้นโดยมีสมาชิกเป็นผู้หญิงทั้งหมด และเริ่มออกแสดงครั้งแรกที่เกาะเจจู-โด ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2543 ปัจจุบันเดินทางไปแสดงเผยแพร่ศิลปะอันงดงามของญี่ปุ่นแล้ว 38 เมืองใน 25 ประเทศทั่วโลก

 เรอิโก โอตะ หัวหน้าคณะชูร่าเผยว่า สมาชิกคณะได้พยายามฝึกซ้อม และแสดงออกถึงการร่ายรำแบบดั้งเดิมหลากหลายรูปแบบ เช่น คุมิโอโดริ ซาอุสะคุบูหยุ ยิวยิตสึ ซิซิมาอิ ที่มีพื้นฐานมากจากการระบำริวกิว และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้เข้าร่วมการแสดงในภูมิภาคแม่โขงกับโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง