ข่าว

ชี้แม่ศิวรักษ์ถอนประกันลูกไม่ทำให้คดีเร็วขึ้น

ชี้แม่ศิวรักษ์ถอนประกันลูกไม่ทำให้คดีเร็วขึ้น

04 ธ.ค. 2552

เลขาฯ สภาทนายความ ยืนยันแม่ศิวรักษ์ถอนประกันลูก ไม่มีผลต่อกระบวนการพิจารณาคดีเร็วขึ้น ด้าน กต.ระบุ วันที่ 7 ธ.ค. พาแม่ศิวรักษ์ร่วมฟังคำตัดสินศาล ปราศจากทีมกฎหมายไทยร่วมคณะ

 (4ธ.ค.) นายเสงี่ยม บุญจันทร์ เลขาธิการสภาทนายความ ถึงกรณีที่นางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกร ชาวไทย ขอเปลี่ยนตัวทนายความชาวกัมพูชาและขอถอนประกันว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับกระทรวงการต่างประเทศว่า จะประสานมาขอให้ไปช่วยหรือไม่หากไม่ประสานมาก็ไม่ต้องไป เพราะที่ผ่านมาทีมทนายความของไทยที่เดินทางไป ประกอบด้วย นายกสภาทนายความ และประธานทนายความจังหวัดสุรินทร์ ที่พูดภาษากัมพูชาได้ และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรม ก็เป็นเพียงการไปช่วยดูประเด็นทางกฎหมาย และให้คำแนะนำที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี เพราะเป็นคดีความตามกฎหมายกัมพูชา ก็ต้องใช้ทนายความกัมพูชา

 ส่วนที่พรรคเพื่อไทยพยายามออกมาพูดว่า การขอถอนคำขอประกันตัวจะช่วยให้คดีพิจารณาเร็วขึ้นนั้น สภาทนายความ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะการขอประกันตัว เป็นแค่การขอไม่ให้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเท่านั้น ส่วนกระบวนพิจารณาเป็นอีกเรื่อง เมื่อศาลนัดไต่สวน คู่ความก็ต้องไปขึ้นศาลอยู่ดี และระยะเวลาการพิจารณานั้น ก็แล้วแต่ดุลพินิจของศาลว่า จะนัดไต่สวนกี่ครั้ง และเมื่อฟังคำเบิกความจนเป็นที่พอใจแล้วจะนัดอ่านคำพิพากษาเมื่อใด ดังนั้นจึงเป็นคนละเรื่องกับการขอประกันตัว

 นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า ในช่วงเที่ยงวันนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ได้รายงานว่า ศาลยกเลิกการพิจารณาประกันตัวนายศิวรักษ์ เป็นการด่วน โดยทราบภายหลังว่า ทนายความคนใหม่ ได้ยื่นถอนประกันก่อนหน้านี้ ตามความประสงค์ของนายศิวรักษ์

 นายธานีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โดยหลักการแล้วการถอนคำร้องขอประกันตัวนั้น ไม่น่าจะมีผลต่อรูปคดี ซึ่งในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ กรมการกงศุลก็จะพานางสิมารักษ์ ณ นครพนม เดินทางไปกัมพูชาอีกครั้ง เพื่อร่วมฟังการพิจารณาคดีนัดแรกในวันที่ 8 ธ.ค. โดยการเดินทางดังกล่าวไม่มีทีมจากสภาทนายความ และทีมกฎหมายจากกระทรวงยุติธรรมไปร่วมด้วย

 อย่างไรก็ตาม ในวานนี้ นางสิมารักษ์ ได้แจ้งมายังกรมการกงสุล แจ้งให้ทราบว่า ได้มีการเปลี่ยนทนายความใหม่ แต่ไม่ได้ให้เหตุผลถึงการเปลี่ยนทนายความแต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าวเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ก.ต่างประเทศ ไม่มีรายละเอียดว่า ต้องดำเนินการอย่างไรและไม่อยากพูดไปก่อนที่ศาลจะตัดสิน