
ตร.มั่นใจจับคนร้ายฆ่าเมียอธิบดีอัยการถูกตัวแล้ว
จับแล้วหนุ่มรับเหมาเดินสายไฟ มือฆ่าเมียอธิบดีอัยการ หลังเรียกสอบ 12 คนงาน พร้อมเปิดภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดให้ดู ผู้ต้องหาจึงรับสารภาพ ด้านแม่ผู้ต้องหาไม่เชื่อลูกชายทำ พร้อมเขียนจดหมายร้องเรียนถึงผู้ว่าฯ และผู้บังคับการเพื่อขอความเป็นธรรม
ความคืบหน้าคดีฆ่าโหด นางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ ผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดพิษณุโลก ภรรยา นายจรัญ ยิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเด็กและเยาวชน ประจำสำนักอัยการสูงสุด ภายในบ้านพักเลขที่ 228/8 ถนนแสนพลพ่าย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา กระทั่งเมื่อกลางดึกวันที่ 4 มีนาคม ตำรวจชุดสืบสวนได้เรียกสอบคนงานก่อสร้างทั้งหมด และหนึ่งในคนงานคือ นายวินัย นวลจีน อายุ 24 ปี 160/2 หมู่ 11 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นช่างรับเหมาเดินสายไฟ ที่เข้าไปรับงานเดินสายไฟในบ้านเกิดเหตุให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆ่านางอุนิตา
ต่อมา เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 5 มีนาคม มีบรรดาสื่อมวลชนใน จ.พิษณุโลก ไปรอเฝ้าสังเกตการณ์อยู่หน้าบ้านเลขที่ 228/8 พบชาวบ้านจำนวนมากมายืนรอดูตำรวจนำตัวผู้ต้องมาทำแผน กระทั่งเวลา 10.00 น. ก็ยังไม่มีวี่แววว่าตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จึงได้สอบถามนายจรัญ สามีผู้ตาย บอกว่า ยังไม่มีอะไร ถ้ามีการทำแผน ก็จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ ซึ่งขึ้นอยู่กับตำรวจ
พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดเผยระหว่างไปประชุมร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ว่า นายวินัยที่เข้าไปรับงานเดินสายไฟในบ้านเกิดเหตุ ให้การรับสารภาพแล้วว่าลงมือฆ่านางอุนิตาเพียงคนเดียว โดยช่วงกลางวันได้เข้าไปในบ้านแล้วรอบหนึ่ง เห็นผู้ตายเบิกเงินสดมาจำนวนมาก เพื่อจ่ายคนงาน จากนั้นได้ออกจากบ้านไป กระทั่งเวลาประมาณ 16.43 น. วันที่ 3 มีนาคม ผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ในซอยข้างบ้าน แล้วเดินเข้าประตูด้านหน้าบ้าน พบผู้ตายอยู่ในบ้านคนเดียว จึงใช้ไม้ทุบหัวผู้ตาย แล้วใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวและรื้อค้นเงินสดในกระเป๋าผู้ตาย ระหว่างนั้นเห็นผู้ตายยังไม่เสียชีวิต จึงใช้ไฟฟ้าช็อตซ้ำ เพราะว่าผู้ต้องหากับผู้ตายรู้จักกัน จึงต้องฆ่าปิดปาก จากนั้นจึงหลบหนีไป
พล.ต.ต.ธรรรมนูญกล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐาน ทั้งเงินที่ผู้ต้องหานำไป ไม้ที่ทุบหัวผู้ตาย ถ้าพยานหลักฐานครบ ก็จะนำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในอีก 2-3 วันข้างหน้า ผู้ต้องหารายนี้มีการศึกษาดี จบระดับปริญญาตรี และอยู่ระหว่างเตรียมตัวที่จะแต่งงาน
ขณะที่นายเชน นวลจีน อายุ 47 ปี และนางสมจิตร นวลจีน อายุ 46 ปี บิดาและมารดานายวินัย ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า คดีนี้นายวินัยและครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงรวมตัวกันเขียนจดหมายร้องเรียนถึง ผู้ว่าฯ พิษณุโลก และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก โดยจะไปร้องเรียนในวันที่ 6 มีนาคม
นางสมจิตรเปิดเผยว่า รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ตำรวจจับกุมตัวลูกชายและตั้งข้อหา โดยวันแรกที่เกิดเหตุ ตำรวจได้เรียกลูกชายไปสอบสวนตั้งแต่ช่วงค่ำและในวันที่ 4 มีนาคม ตำรวจได้อายัดตัวลูกชายไว้ตั้งแต่เวลา 12.00 น.จนถึงขณะนี้ ตนจะขอเยี่ยมลูกชายก็ไม่ได้ จึงรู้สึกว่าคดีนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมและโดยส่วนตัวแล้ว ไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นผู้กระทำผิด จึงปรึกษาผู้ใหญ่บ้าน อบต. เขียนจดหมายร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกให้ดำเนินคดีนี้โดยโปร่งใส
นางสมจิตรกล่าวว่า ครอบครัวมีอาชีพทำนา มีที่นา 60 ไร่ มีลูก 2 คน คนเล็กชื่อ น.ส.ปวีณา นวลจีน อายุ 19 ปี คนโตคือนายวินัย เรียนจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตพิษณุโลก สาขาช่างกลการเกษตร หลังเรียนจบไปทำงานที่นิคมอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ 1 ปี กระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วลูกชายเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน จึงบอกลูกให้หางานทำที่ จ.พิษณุโลก ลูกชายเป็นคนขยัน มีงานอะไรก็ไปทำตลอด สำหรับงานที่ไปทำที่บ้านเกิดเหตุนั้น มีญาติที่รับเหมาก่อสร้างมาชวนลูกชายไปทำงาน ให้ค่าแรงวันละ 300 บาท และไปทำงานได้แค่วันเดียว จากนั้นก็กลับมาพักผ่อนที่บ้านในช่วงเย็น จึงไม่อยากเชื่อว่าลูกชายจะไปก่อเหตุนี้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นผลมาจากตลอดทั้งวันที่ 4 มีนาคม ตำรวจได้เรียกคนงานที่เข้าไปก่อสร้างในบ้านที่เกิดเหตุมาสอบปากคำ 12 คน พร้อมกับเอาภาพจากกล้องวงจรปิดของอาคารวิชญาพรอพาร์ตเมนต์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ช่วงเวลา 14.06.14 น. ผู้ตายออกมาคุยกับคนขับรถเมอร์ซิเดสเบนซ์ สีขาว ที่หน้าบ้าน จากนั้นเวลา 14.07.23 น. มีคนงานสวมเสื้อสีแดงเดินเข้าไปในบ้านของผู้ตายแล้วไม่ได้กลับออกมา ประกอบกับคนงานก่อสร้างดังกล่าวมีผลสอบที่พิรุธ ให้การวกไปวนมา ทำให้นายวินัยช่างรับเหมาเดินสายไฟ ที่เพิ่งทำงานได้เพียง 2 วัน ยอมรับสารภาพ



