
ปิดฉากต้นกล้าอาชีพมี.ค.ปีหน้าฟุ้งช่วยลดว่างงานได้
บอร์ดต้นกล้าอาชีพ ตัดสินใจปิดโครงการในเดือนมีนาคมปีหน้า คุยดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย ช่วยลดปัญหาการว่างงานได้จริง แถมใช้งบประมาณเพียง 8.9 พันล้าน ต่ำกว่าที่วางไว้ 1.4 หมื่นล้านบาท ญี่ปุ่นสนใจข้อเรียนรู้
นายกนก วงษ์ตระหง่าน ประธานคณะอนุกรรมการโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม หรือต้นกล้าอาชีพ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการต้นกล้าอาชีพมีมติให้ยุติโครงการต้นกล้าอาชีพอย่างเป็นทางการ โดยจะปิดโครงการทั้งหมดภายในเดือนมีนาคม 2553 ขณะนี้ยังมีผู้เข้าร่วมโครงการที่ต้องดูแล ภายใต้โครงการต้นกล้าพิเศษอีกกว่า 8 หมื่นคน คือ โครงการสำรวจสำมะโนประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ 6.2 หมื่นคน และโครงการของมูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (สสวช.) 2 หมื่นคน เมื่อรวมกับผู้ผ่านการฝึกอบรมจนสิ้นสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 จำนวน 423,929 คนแล้ว พบว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 5 แสนคน โดยใช้งบประมาณเพียง 8,900 ล้านบาทเท่านั้น จากที่ตั้งงบประมาณไว้ทั้งหมด 14,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ตามเป้าหมายเดิม แบ่งการดำเนินโครงการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกตั้งแต่เดือนมีนาคม-กันยายน 2552 ตั้งเป้าฝึกอบรมแรงงานได้ 2.4 แสนคน ใช้งบประมาณ 6,900 ล้านบาท และระยะที่ 2 เดือนตุลาคม 2552-มีนาคม 2553 อีก 2.6 แสนคน ใช้งบประมาณ 7,400 ล้านบาท ซึ่งระยะแรกได้ใช้งบประมาณเพียง 4,700 ล้านบาท และได้กันไว้ให้สำหรับแรงงานที่เข้าฝึกอบรมในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งอยู่ในช่วงระยะที่ 2 อีกประมาณ 1,160 ล้านบาท จึงเหลือเงินงบประมาณที่จะส่งคืนคลังประมาณ 1,005 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการใช้งบประมาณอีกประมาณ 3,000 ล้านบาท สำหรับดูแลแรงงานกว่า 8 หมื่นคน และดูแลโครงการต้นกล้าปกติที่กลับภูมิลำเนาต่อเนื่องตามเงื่อนไขอีก 3 เดือน รวมทั้งโครงการต้นกล้าอาชีพในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2553 ก่อนส่งมอบโครงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือสำนักงานการอาชีวศึกษา ไปดำเนินการต่อยอดต่อไป
"โครงการนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะนอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาการว่างงานได้แล้วกว่า 287,205 คน ยังทำให้ระบบสังคมไทยกลับคืนมาอีกด้วย เพราะต้นกล้าส่วนหนึ่งกลับภูมิลำเนาเพื่อประกอบอาชีพอิสระ ทำให้มีเวลาดูแลและอยู่กับครอบครัวมากขึ้น รวมทั้งเกิดการรวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ทำให้สังคมชนบทเข้มแข็งมากขึ้น" นายกนก กล่าวและว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้สั่งการให้ยุติโครงการต้นกล้าอาชีพไปเพียง 1 โครงการ หลังจากตรวจสอบพบว่ามีเหตุไม่ปกติเกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ผลสำรวจของศูนย์การวิจัยเศรษฐศาสตร์และพยากรณ์ทางการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พบว่าส่วนใหญ่หลักสูตรมีความเหมาะสมและหลากหลายตรงความต้องการ และนำความรู้จากการอบรมไปประกอบอาชีพได้ รวมทั้งมีความต้องการให้จัดอบรมต่อเนื่อง นอกจากนี้รัฐบาลญี่ปุ่นยังทำหนังสือเชิญมายังสำนักงานโครงการต้นกล้าอาชีพ เพื่อสอบถามการดำเนินโครงการ เพราะช่วยลดปัญหาการว่างงานได้อย่างแท้จริง



