
แนะถือฤกษ์5ธันวาเริ่มต้นชีวิตใหม่เน้นรัก-สามัคคี
"สุเมธ ตันติเวชกุล" เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวกับนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 1 ( พตส. 1 ) นำโดยพล.อ.สนธิ ขอให้ถือฤกษ์5ธันวาเริ่มต้นชีวิตใหม่เน้นรัก-สามัคคี
เมื่อเวลา 14.00 น.ที่สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา นักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 1 ( พตส. 1 ) นำโดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในฐานะประธานนักศึกษาหลักสูตรพตส. 1 ได้บริจาคเงินจำนวน 50,000 บาทแก่มูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อนำไปซื้อเครื่องห่มกันหนาวให้กับราษฎรที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดต่างๆขณะนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2552
ทั้งนี้นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะตัวแทนรับมอบได้กล่าวตอบว่า ปัญหาของประเทศขณะนี้แก้ไขกันอย่างไรก็ไม่รู้จบ เพราะอุบัติภัยต่างๆเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ล่าสุดมูลนิธิชัยพัฒนาก็เข้าไปรับผิดชอบสร้างบ้านให้กับราษฎรที่ประสบอุทกภัยดินถล่มในจังหวัดอุตรดิตถ์และจ.น่านจำนวน 400 หลังคาเรือนเพื่ออพยพชาวบ้านขึ้นไปอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยน้อยลง
จากนั้นนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งในวันขึ้นปีใหม่ ในส่วนของตนเห็นว่า เราควรเริ่มต้นชีวิตกันใหม่ โดยมุ่งที่จะสร้างความรักความสามัคคี เพราะนับวันสภาพแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งสอดคล้องกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่แนะนำให้ประชาชนอยู่อย่างมีภูมิคุ้มกัน อย่าประมาท และรักษาสติ
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ มีคำแนะนำอย่างไร นายสุเมธ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะต้องดูเหตุ ดูผล และต้องคิดอย่างมีเหตุมีผล โดยใช้หลักที่ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง
สมช.ยันไม่ประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯคุมม็อบแดง10ธ.ค.
เมื่อเวลา13.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง แถลงภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ว่า ตนได้รายงานต่อที่ประชุมสมช. เกี่ยวกับสถานการณ์ที่มีผู้วิตกกังวลว่าอาจนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ ซึ่งตนได้เรียนต่อที่ประชุมไปว่าบรรยากาศของบ้านเมืองในขณะนี้ ตนยังมีความคิดว่าทุกฝ่ายตระหนักดีว่าเดือนนี้เป็นเดือนมิ่งมหามงคลสำหรับคนไทย ฝ่ายต่างๆคงจะไม่จุดกระแสจุดประเด็นที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองได้ ทั้งนี้ตนได้ตอบคำถามที่ประชุมว่าที่จะมีการชุมนุมกันในวันที่ 10 ธ.ค.นั้น เราสมควรที่จะใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่ในการป้องกันแก้ปัญหา โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นกำลังหลัก ส่วนเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นเป็นผู้ช่วยตำรวจ
เมื่อถามย้ำว่ายืนยันว่าจะไม่ใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ถึงแม้จะมีรายงานทางการข่าวแจ้งเหตุว่าอาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้ย้ำเหตุผลที่ไม่ใช้ต่อที่ประชุมไปอย่างนั้น ไมใช่เพราะกลุ่มเสื้อแดงเปลี่ยนท่าทีไปมาตลอด แต่เดือนนี้เป็นหัวใจสำคัญไม่อยากให้คนในประเทศต้องเสียความรู้สึก เพราะประชาชนตั้งใจที่จะออกมาแสดงความจงรักภักดี ถือเป็นโอกาสเดียวที่จะมีในหนึ่งปี ดังนั้นเราควรช่วยรักษาบรรยากาศนี้ไว้ให้ดีที่สุด รัฐบาลจะอดทนอดกลั้นจนถึงที่สุด และขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย แม้กระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมช่วยกันรักษาบรรยากาศเดือนนี้ให้ดีที่สุด ทำเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยกันสักหน ซึ่งคงไม่ต้องมีการไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเพราะทราบกันดีอยู่แล้ว ทั้งนี้เราตั้งความหวังในทางที่ดีว่าการชุมนุมในวันที่ 10ธ.ค. จะไม่นำไปสู่ปัญหาบานปลาย โดยตนจะไปกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ระมัดระวังดูแลเป็นพิเศษ ป้องกันทุกวิถีทางที่จะไม่ให้กระทบกระเทือนต่อพี่น้องประชาชนที่ออกมาร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีมือที่ 3 สร้างสถานการณ์เพื่อดิสเครดิตเสื้อแดง รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ทุกคนต้องช่วยกันดูแลกลุ่มผู้มาชุมนุมจะไปปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ว่าถ้าเกิดอะไรที่นอกเหนือการควบคุมแล้วจะไม่รับผิดชอบ เราต้องรับผิดชอบบ้านเมืองร่วมกัน รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลก็จะทำหน้าที่เต็มที่ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมสบายใจได้ พวกตนไม่มีการใส่ร้ายป้ายสีอะไร หากพวกท่านรู้ว่ามีใครที่จะอยู่ในข่ายเป็นมือที่สาม สี่ ห้า ขอให้บอกมา ตนจะติดตามตรวจสอบหาทางป้องกัน เมื่อถามย้ำว่าได้ประเมินสถานการณ์เลยไปถึงช่วงปีใหม่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือกัน ต่อข้อถามว่าศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้รายงานหรือประเมินสถานการณ์หรือไม่ว่าช่วงหลังปีใหม่จะมีการชุมนุมใหญ่เพื่อปูทางไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลเตรียมการอย่างไร(ศอ.รส.) นายสุเทพ กล่าวว่า ถึงเวลานั้นค่อยมาถามก็ยังไม่ช้าไป แต่ตนก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อปกป้องรักษาบ้านเมืองให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย
เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่าคนเสื้อแดงจะมาร่วมชุมนุมมากแค่ไหน นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ ผมจะไปคาดแทนเขาไม่ได้ แต่มาน้อยๆก็ดี ทั้งนี้ตามที่ได้รับรายงานการข่าวขณะนี้ไม่คิดว่าจะมีการก่อเหตุร้ายแรง และอย่าไปกังวลว่าจะมีการใช้เหตุผลเชิญชวนประชาชนมาร่วมแสดงความจงรักภักดี แต่ที่จริงคือให้มาร่วมชุมนุม เราก็จะพยายามดูแลไปตามความเป็นจริง อย่าไปวิตกกังวลแต่รัฐบาลก็ไม่ประมาท เมื่อถามว่าที่ประชุมได้หารือกรณีที่ข่าวว่าทหารพรานจะมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงเรื่องทหารพราน แต่ได้บอกไปแล้วว่าตนไม่คิดว่าจะเกิดเหตุเช่นนั้น เพราะทหารพรานหรือทหารหลักล้วนแต่เป็นทหารของประชาชนทั้งนั้น กว่าจะมาเป็นทหารได้ต้องผ่านการฝึกอบรม มีวัตรปฏิบัติและอุดมการณ์ในการทำงานอยู่แล้ว ใครจะดึงมาเป็นเครื่องมือไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
‘ชวรัตน์’ ไม่ห่วงม็อบแดงเหิมนัดชุมนุมช่วงวันพ่อ
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงมาตรการรับมือการชุมนุมของกลลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 10 ธ.ค.ซึ่งอยู่ในระหว่างการจัดงานวันพ่อ ว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการดูแลอยู่ โดยมีมาตรการและสั่งการไปแล้ว ส่วนการเคลื่อนไหวในต่างจังหวัดขณะนี้ยังไม่มีอะไร แต่เทาที่ตนได้ยินจากปากนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่บอกว่าจะหยุดพักรบก่อนก็ต้องเชื่อไว้ก่อน เพราะนายปลอดประสพเอง ก็เป็นถึงรองหัวหน้าพรรค ก็น่าจะเชื่อถือได้
เมื่อถามว่าคาดการว่าเสื้อแดงจะระดมคนได้มากน้อยแค่ไหน รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ตนไม่ทราบแต่สถิติเดิมเคยอยู่ในหลักหมื่นไม่ถึงแสนคน อย่างไรก็ตามจังหวัดที่น่าจับตาเป็นพิเศษในขณะนี้คือจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนที่อื่นก็เฉลี่ยกันไป
“ หล่อเล็ก”ชี้ประกาศพรบ.มั่นคงฯหรือไม่เป็นหน้าที่ เทพเทือก”
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงเดือนธ.ค. คนไทยทุกคนอยากร่วมแสดงความจงรักภักดี และอยากเห็นบ้านเมืองเกิดความสงบสุข ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคนที่จะมีส่วนสำคัญในการช่วยกัน นอกจากนี้ หลังเฉลิมพระชนม์พรรษาก็ยังเป็นช่วงที่ทุกคนมีความสุข ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงที่ประกาศจะชุมนุมในวันที่ 10 ธ.ค. ก็เป็นเรื่องที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมและรัฐบาล โดยเฉพาะฝ่ายที่ดูแลเรื่องความมั่นคง จะได้ประเมินสถานการณ์ความเรียบร้อยต่อไป ส่วนเรื่องการประกาศพรบ.ความมั่นคงนั้น ตนไม่ทราบ แต่เป็นเรื่องของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เป็นผู้ดูแล
กษิตไม่สนชทพ.เรียกร้องลาออก ยันทำงาน24ชม.
นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สื่อกรณีพรรคชาติไทยพัฒนาเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทสว่า ขอไม่ต้องเป็นห่วง ผมทำงาน 24 ชม. พร้อมกับส่ายหน้าและเดินหนีออกไปทันที
ชวรัตน์ยันภูมิไทย-ปชป.ยังเกาะกันเหนียวแน่น
นาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ( ภท. ) กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับครม.ในช่วงปลายปีนี้ว่า ถึงขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลยังไม่มีการพูดคุยกัน เมื่อถามว่าควรปรับให้การทำงานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพขึ้นหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภท.ยังไม่มี แต่พรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นจะมีหรือไม่ตนไม่ทราบ ต้องไปถามเอง
เมื่อถามว่าส่วนกระแสข่าวการปรับรมต.ด้านความมั่นคงทั้งตนเองและพล.อ. ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายชวรัตน์กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่พรรคภท.อใจการบริหารงานรมต.ของพรรค เมื่อถามว่าวันนี้จำเป็นต้องปรับครม.หรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า ตอนนี้ให้ทุกคนทำงานกันไปก่อนดีกว่า และขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์.และภท.ยังเหนียวแน่นกันดี
เสธฯหนั่นพร้อมสละเก้าอี้ให้“ลูกยอด”นั่งเก้าอี้รมช.
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชาย มาเป็นรัฐมนตรีแทนว่า หากนายกรัฐมนตรีปรับครม.เมื่อใด ก็จะเสนอแนวคิดนี้ต่อนายกรัฐมนตรี และพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี และพรรคชาติไทยพัฒนาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้หากนายศิริวัฒน์เข้ามาเป็นรัฐมนตรี ก็จะเริ่มที่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยก่อน ซึ่งความถนัดของนายศิริวัฒน์คือ จบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมา และนายศิริวัฒน์ก็มีความพร้อมที่จะเป็นรัฐมนตรี อายุขนาดนี้แล้ว ไม่พร้อมก็แย่ อย่างไรก็ตามหากจะมีการปรับครม.เมื่อใด พรรคจะไม่ขอแลกกระทรวงกับพรรคอื่นๆ แต่จะเป็นการเกลี่ยกระทรวงภายในพรรคด้วยกันเอง โควตาของพรรคยังเหมือนเดิมทั้งหมด
พล.ต.สนั่นกล่าวว่า สาเหตุที่ตนอยากวางมือเนื่องจาก เป็นรองนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 ครั้ง ถ้าเป็นนายกฯ ค่อยตื่นเต้นหน่อย จึงอยากให้คนหนุ่มสาวแสดงฝีมือบ้าง ถ้าตนเป็นก็เป็นอยู่อย่างนี้ ตนเป็นมาจนถึงอายุขนาดนี้แล้ว แม้จะวางมือแล้ว แต่ก็จะเป็นส.ส.อยู่ และจะช่วยงานพรรคต่อไป เมื่อถามว่า หากพล.ต.สนั่นวางมือ จะทำให้พรรคชาติไทยพัฒนาเสียอำนาจต่อรองหรือไม่ เพราะขาดผู้อาวุโส พล.ต.สนั่นกล่าวว่า อยู่ที่พรรคจะพิจารณา ขนาดนี้ยังไม่ได้คุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อถามว่า หากประกาศวางมือไปแล้ว มั่นใจว่าจะไปกลับมาใหม่เหมือนพล.อ.ชวลิต พล.ต.สนั่นกล่าวว่า สื่อก็เห็นตนมานานแล้วว่าเป็นคนอย่างไร วางมือแน่นอน แต่วางเฉพาะความเป็นรัฐมนตรี ไม่รวมความเป็นผู้แทน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ถึงเวลาปรับครม.แล้วหรือยัง พล.ต.สนั่นกล่าวว่า ถ้าครบ 1 ปีก็คงต้องปรับมั้ง เมื่อถามว่า การเสนอปรับครม. จะเข้าทางฝ่ายที่ต้องการฮุบกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาตามที่โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนาระบุหรือไม่ พล.ต.สนั่นกล่าวว่า ไม่มี ไม่เกี่ยว ไม่มีเปลี่ยนกระทรวงอะไรทั้งสิ้น เราไม่ได้ไปแย่งกระทรวงนั้น กระทรวงนี้ ไม่มีหรอก เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีจะยุบสภา ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.ต.สนั่นกล่าวว่า การยุบสภา เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าอภิปรายฯไปแล้ว จะไปยุบทำไม อย่างไรก็ตามขณะนี้ทุกคนยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่ รัฐบาลก็มีผลงานดี จะสะดุดก็แค่เรื่องการเมือง
พล.ต.สนั่นยังกล่าวถึงกรณีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี มีทีท่าปกป้องกัมพูชามากกว่าประเทศไทยว่า เคยบอกแล้วว่า อย่าเอาประโยชน์ส่วนตัวไปแลกกับประโยชน์ชาติ ถ้าตัดกิเลสไปได้บ้าง บ้านเมืองก็ไม่เสียหาย
เมื่อถามว่า กรณีนพ.พฤติชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง ที่ถูกกกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากถือหุ้นในบริษัทเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดว่า ไม่ทราบ แต่คิดว่า นพ.พฤติชัยไม่จำเป็นต้องลาออกจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมา ส่วนการแสดงสปิริตเป็นเรื่องของบุคคล



