
ชง"อภิสิทธิ์"ล้มสัมปทาน68บริษัทนม-รื้อระบบโซนเปิดประมูลเสรี
กมธ.ยุติธรรม ชง "อภิสิทธิ์" ล้มสัมปทาน 68 บริษัทนม-รื้อระบบโซน เปิดประมูลเสรี แฉตัวเลขนำเข้านมผงพุ่ง สรรพากรเมืองคอนกัดไม่ปล่อยลุยสอบภาษี "เจริญ" พันล้าน งงโรงผลิตนมถุงทำนมกล่องขายได้ ประมูลนมร.ร.จ.พิจิตรส่อพิรุธ ยื่นซอง 2 รายเฉือนกันแค่ 2 หมื่น
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการแปรรูป ที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีมติเสนอให้นายกรัฐมนตรียกเลิกจัดซื้อนมโรงเรียนจาก 68 บริษัททั่วประเทศ ที่แบ่งโซนตามภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้มีการประมูลใหม่อย่างเสรี มีการกำหนดทีโออาร์ ราคากลาง และมาตรฐานของนมใหม่ โดยในโซนที่ 1 ภาคเหนือ 17 จังหวัด จาก 18 บริษัท ได้แก่ 1.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สำนักงานภาคเหนือตอนบน 2.อ.ส.ค.(สำนักงานภาคเหนือตอนล่าง) 3.บริษัท เชียงใหม่ เฟรชมิลค์ จำกัด 4.สหกรณ์โคนม เชียงราย จำกัด 5.บริษัท โกลด์มิลด์ จำกัด 6.สหกรณ์โคนมเชียงราย จำกัด 7.บริษัท ยู.เอ็ม.โภคภัณฑ์ จำกัด 8.มาหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 9.บริษัท บุญเกียรติไอศกริม จำกัด 10.วิทยาลัยเกษตรและ เทคโนโลยีกำแพงเพชร 11.ห้างหุ้นส่วนจำกัด แพนด้าแดรี่ ฟู้ดส์ 12.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก 15.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีสยามโกลด์มิลด์ 16.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี 17.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย 18. บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด
โซนที่ 2 ภาคตะวันตก และภาคใต้ 22 จังหวัด จาก 18 บริษัท ได้แก่ 1.สหกรณ์การเกษตรเมืองสุพรรณ จำกัด 2.กลุ่มอาชีพผู้เลี้ยงโคนมหนองหญ้าไซ 3.สหกรณ์โคนมนครปฐม จำกัด 4.สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด 5.สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) 6.สหกรณ์โคนมปศุสัตว์เขาขลุงราชบุรี จำกัด 7.สหกรณ์โคนมซอนต้าจอมบึง จำกัด 8.บริษัทแมรี่ แอนด์ แดรี่ โปรดักส์ จำกัด 9.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี 10.สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัด 11.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสงขลา 12.บริษัทนำศรีชล 96 จำกัด 13.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร 14.ฟาร์มชินบัญชร 15.สหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด 16.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (วิทยาเขตนครศรีธรรมราช) 17.อ.ส.ค.(สำนักงานภาคใต้) และ 18.โรงนมกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ส่วนโซนที่ 3 ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 37 จังหวัด จาก 40 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด 2.บริษัท คันทรีเฟรช แดรี่ จำกัด 3.โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา 4.สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด 5.อ.ส.ค.(สำนักงานตะวันออกเฉียงเหนือ) 6.อ.ส.ค.(สำนักงานกลาง) 7.บริษัท ทุ่งกุลาแดรี่ฟู้ด จำกัด (ยูไนเต็ดแดรี่ฟาร์ม) 9.บริษัท สารคามเกษตร จำกัด 10.บริษัท ทีดีไอ แมนูแฟคเชอริ่ง จำกัด 11.บริษัท ภูมิอมิงค์ จำกัด 12.บริษัท ธวัชฟาร์ม จำกัด 13.ห้างหุ้นส่วนจำกัด มหาสารคามนมสด 14.บริษัท ขอนแก่น แดรี่ จำกัด 15.ศูนย์รวมนมสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์สกลนคร 16.สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด 17.สหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัด 18.สหกรณ์โคนมบ้านบึง จำกัด 19.สหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด
20.สหกรณ์โคนมเมืองจันท์ จำกัด 21.สหกรณ์โคมนมอุดรธานี จำกัด 22.สหกรณ์การเกษตรสีคิ้ว 23.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 24.มหาวิทยาลัยเทคโลโลยีสุรนารี 25.วิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว 26.วิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยี สระแก้ว 27.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ขอนแก่น 28.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ร้อยเอ็ด 29.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตสุรินทร์ 30.บริษัท ที.ดี. แดรี่ฟู้ดส์ จำกัด 31.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี 32.กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมเขื่อนป่าสัก 33.วิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ 34.ห้างหุ้นส่วนจำกัดโคนมอุบลราชธานี 35.มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถานทดลองและฝึกอบรมเกษตรกรรมร้อยเอ็ด 36.บริษัท อุดรแดรี่ ฟู้ดส์ จำกัด 37.สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด 38.สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด 39.สหกรณ์โคนนครปฐม จำกัด และ 40. บริษัท แมรี่แอน แดรี่ โปรดักส์ จำกัด
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่น่าสนใจจากการตรวจสอบจากกรมศุลากร พบว่ามีการนำเข้านมผงพร่องมันเนย สำหรับผลิตอาหารสัตว์จำนวนมาก โดยเฉพาะตลอดปี 2551 นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย คิดเป็นเงินกว่า 554.5 ล้านบาท จากประเทศจีนกว่า 122 ล้านบาท สาธารณรัฐเช็กกว่า 28.29 ล้านบาท และในปี 2552 พบว่าเฉพาะช่วงเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียวมีการนำเข้านมผงพร่องมันเนยจากต่างประเทศรวมเป็นวงเงินกว่า 131.2 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่นำเข้าจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน
สรรพากรเดินหน้าบี้ภาษี"เจริญ"
ความคืบหน้าภายหลังจากนายเจริญ เดชเกิด ตัวแทนผู้ประกอบการส่งนมโรงเรียนรายใหญ่ในโซน 2 ภาคใต้ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า นายเจริญอาจมีการหลบเลี่ยงภาษีเป็นวงเงินสูงเกือบพันล้านบาทนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นางศิริพร บุญเจริญ สรรพากรพื้นที่นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สรรพากรกำลังเร่งสอบสวนรายได้ของนายเจริญที่ได้มาจากการเข้าไปบริหารโรงนมของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง หากพบว่ามีความผิดตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจงใจนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากร และการฉ้อโกง มีต้องโทษจำคุก 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับ 2,000 บาท ถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
"เรายังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ละเลยการเสียภาษี ปรับปรุงตัวเองได้ โดยยังไม่บังคับใช้กฎหมาย ด้วยการเข้ามาแสดงรายได้ในการพึงประเมิน แต่ถ้าไม่ยอมดำเนินการสรรพากรจึงจะต้องดำเนินการขั้นแรก คือ การออกหมายเรียก” นางศิริพรกล่าว
ด้าน นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษีสรรพากร กรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรไม่ได้เน้นตรวจสอบเพียงบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่จะมุ่งตรวจสอบไปอีกหลายธุรกิจที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสถานศึกษา เช่น บริษัทที่จัดส่งนมโรงเรียนให้โรงเรียนพื้นที่ต่างๆ แม้ว่าโรงเรียนมีข้อยกเว้นในบางส่วนในการเสียภาษี แต่บริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจด้วยต้องเสียภาษีอย่างถูกต้อง
แหล่งข่าวระดับสูงภายในสถาบันการศึกษา กล่าวว่า หลังจากที่นายเจริญเข้ามาบริหารโรงนมของสถาบันการศึกษา พบว่ามีการนำส่งรายได้จากการผลิตนมกล่องยูเอชทีประมาณ 4.6 ล้านกล่อง กล่องละ 5 สตางค์ นมพาสเจอไรซ์ 15 ล้านถุง ถุงละ 15 สตางค์ เข้ามหาวิทยาลัยเมื่อเดือนธันวาคม 2551 ประมาณ 2 ล้านบาท ทั้งที่โรงนมของมหาวิทยาลัยไม่มีระบบการผลิตนมยูเอชที
อ้างไม่จ่ายภาษีเรื่องเข้าใจผิด
ส่วนผู้บริหารสถาบันการศึกษาดังกล่าว อธิบายว่า จากการที่สถาบันผลิตนมโรงเรียนร่วมกับนายเจริญ มีรายได้กว่า 102 ล้านบาท แต่สถาบันได้เงินค่าผลิตนมแค่ 2 ล้านบาทนั้น ไม่ใช่ตัวเลขจริง เพราะเป็นการคำนวณโดยคิดจากนม 15 ล้านถุง บวกกับนมกล่อง 4.6 ล้านกล่อง รวมกันแล้วมากกว่า 102 ล้านบาท แต่ความจริงสถาบันร่วมกับนายเจริญผลิตเฉพาะนมถุงพาสเจอไรซ์ ไม่ได้ผลิตนมกล่อง ซึ่งเฉลี่ยสถาบันผลิตนมถุงได้เดือนละ 2 หมื่นถุง มีรายได้เป็นเงินเดือนละ 6.5 หมื่นบาท หรือปีละกว่า 7.8 แสนบาท ส่วนนายเจริญได้ค่าตอบแทนปีละกว่า 1.7 ล้านบาท
ส่วนที่มีการระบุว่านายเจริญได้เปรียบสถาบันนี้ ผู้บริหารสถาบัน กล่าวว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลต้นทุนผลิตนมแล้ว พบว่าต้นทุนอยู่ที่ถุงละ 2.40 บาท ส่วนราคากลางที่ผู้ประกอบการยื่นซองประมูลกับ อบต. อยู่ที่ 4.40-4.70 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะเหลือไม่เกิน 25 สตางค์
"ที่มีตั้งข้อสังเกตว่านายเจริญผลิตนมโรงเรียนร่วมกับสถาบันทำให้ไม่ต้องเสียภาษีนั้น เป็นความเข้าใจผิดกัน เพราะการซื้อขายนมระหว่างสถาบันกับ อบต. เป็นเรื่องระหว่างหน่วยงานราชการ จะต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 ที่เรียกว่า ภ.ง.ด.1 ก พิเศษ ดังนั้นสถาบันจึงเข้าใจว่า อบต.จะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เลย แต่เพิ่งทราบเรื่องเมื่อเร็วๆ นี้ว่า อบต.ซื้อนมจากสถาบัน โดยผ่านตัวแทนของนายเจริญ ไม่ได้มีการหักภาษี เนื่องจาก อบต.เห็นว่าไม่สามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ เพราะ อบต.จ่ายเงินให้แก่เอกชนที่เป็นตัวแทนของรัฐ เมื่อนายเจริญทราบเรื่องก็ตกลงจะจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายนี้ให้แก่สถาบัน ซึ่งระยะกว่า 2 ปีเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท" ผู้บริหารสถาบันการศึกษา กล่าว
ทั้งนี้นายเจริญเป็นผู้ประกอบการนมโรงเรียนรายใหญ่ที่สุดในภาคใต้ มีสัดส่วนกว่าร้อยละ 50 เฉพาะใน จ.นครศรีธรรมราช มีสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ส่วนที่ผลิตนมร่วมกับสถาบันมีสัดส่วนแค่ร้อยละ 10
ปปง.แบะท่าพร้อมสอบทุจริต
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวถึงการตรวจสอบการหลบเลี่ยงภาษีของนายเจริญว่า หากต้องการให้ ปปง.เข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายเจริญ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะต้องประสานมา เนื่องจาก ปปง.จะมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบได้ต่อเมื่อพบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน หรือกฎหมายฮั้วประมูล
ที่ผ่านมา ปปง.ได้ติดตามปัญหาการทุจริตนมโรงเรียนมาโดยตลอด มีคณะทำงานของ ปปง.ลงไปเก็บข้อมูลเรื่องนี้ไว้แล้ว ส่วนเรื่องการอายัดทรัพย์สินของการกระทำผิดยังมีปัญหา ที่ ปปง.ยังไม่มีคณะกรรมการธุรกรรมทางการเงิน แม้จะมีข้อมูลก็ยังเข้าไปอายัดทรัพย์ไม่ได้ ดังนั้น คงต้องรอให้รัฐสภาเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการธุรกรรมการเงิน ปปง.ก่อน
เจออีกนมตกมาตรฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชนำตัวอย่างนมพาสเจอไรซ์จาก 4 แหล่ง คือ เทศบาลตำบลท่าแพ ผลิตโดยสหกรณ์โคนมพัทลุง, โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช ณ นครอุทิศ ผลิตโดยสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี, เทศบาลเมืองทุ่งสง ผลิตโดยโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และแหล่งผลิตโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ส่งตรวจคุณภาพที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สุราษฎร์ธานี ผลปรากฏว่า เกณฑ์คุณภาพปริมาณเนื้อนมไม่รวมไขมันทั้ง 4 ตัวอย่าง อยู่ที่ 8.13, 8.09, 7.98 และ 8.07ตามลำดับ ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 8.25 ส่วนการตรวจวิเคราะห์เกณฑ์มันเนย ที่ 4.0, 4.0, 3.3 และ 3.7 ตามลำดับ ขณะที่มาตรฐานต้องไม่ต่ำกว่า 3.2 ส่วนปริมาณโปรตีนนมพบว่าอยู่ที่ 2.9, 3.0, 2.8 และ 2.8 ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานต้องไม่ต่ำกว่า 2.8 ทั้งนี้ผลการตรวจวิเคราะห์ดังกล่าวได้รายงานด่วนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านบันทึกข้อความโดย นพ.นพพร ชื่นกลิ่น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช
ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เตรียมแจ้งเรื่องคุณภาพนมที่ตกมาตรฐานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งเป็นคู่สัญญาทราบ และดำเนินการต่อไป
เลขาธิการป.ป.ท.โดดป้องอปท.
วันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวถึงการตรวจสอบมการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างนมโรงเรียนของ อปท.ว่า อปท.ไม่ควรถูกกล่าวหาว่าเป็นจำเลย หรือรับเคราะห์ในเรื่องนี้ เนื่องจาก อปท.ถูกขีดเส้นกำกับกฎเกณฑ์ต่างๆ ทำให้ อปท.ไม่มีเสรีภาพในการจัดซื้อนม ทำให้ในพื้นที่ อปท.นั้นๆ มีการรวบรัดตัดตอนในลักษณะสมยอม หรือฮั้วกัน ของผู้ประกอบการด้วยกันเอง
"ในส่วนของ อปท.ยังไม่พบการกระทำผิดอย่างชัดเจน ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมแก่ อปท.ด้วย" นายธาริตกล่าว
สั่งอายัดนมเพิ่มกว่า1,900กล่อง
วันเดียวกัน นายพรวิทย์ ตันติเจริญ สาธารณสุขอำเภอเมืองพิจิตร นำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจสอบนมที่โรงเรียนบ้านสวนแตง ต.ฆะมัง อ.เมือง จ.พิจิตร เนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวรับนมมาจากบริษัทเดียวกับนมใน อ.บางมูลนาก ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ จำนวน 1,989 กล่อง สำหรับแจกจ่ายให้นักเรียนในช่วงปิดเทอม จึงสั่งอายัดนมทั้งหมดไว้ก่อน
ส่วนที่ก่อนหน้านี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิจิตรสั่งอายัดนมทั้งหมด 1,740 ลัง ไปตรวจสอบนั้น ภก.มโนรมภ์ สินธพอาชากุล กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สสจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่โรงงานผลิตนมของบริษัท โกลด์มิลค์ จำกัด ตั้งอยู่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตนมดังกล่าว พบว่าเป็นโรงงานผลิตนมที่ได้มาตรฐานตามระบบจีเอ็มพี ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมาจากหลายสาเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจมีปัญหาจากกระบวนการจัดส่ง การเก็บรักษานมระหว่างรอแจกจ่ายนักเรียน หรือคนงานอาจวางลังนมตากแดด หรือโยนลังนมจนกระแทกกัน หรืออาจผิดพลาดจากกระบวนการผลิตในขั้นตอนการคนนมดิบให้เข้ากัน ซึ่งอาจทำให้นมตกตะกอน
ประมูลนมร.ร.พิจิตรส่งกลิ่น
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เทศบาลเมืองบางมูลนาก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร มีการเปิดซองสอบราคาจัดซื้อจัดจ้างซื้อนมโรงเรียนให้แก่โรงเรียนอนุบาลบางมูลนาก "ราษฎร์อุทิศ" 86,363 กล่อง โรงเรียนบางมูลนาก (ราษฎร์อุทิศ) 34,231 กล่อง โรงเรียนเทศบาล 1 บางมูลนาก 11,055 กล่อง โรงเรียนเทศบาล 2 วัดไชยมงคล 62,779 กล่อง อนุบาล 3 ขวบ 5,695 กล่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนเทศบาล 1 บางมูลนาก 1,474 กล่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนเทศบาล 2 วัดไชยมงคล 6,834 กล่อง ซึ่งเทศบาลเมืองบางมูลนากประกาศซื้อแบบสอบราคาพร้อมยื่นซองประกวดราคาตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์-4 มีนาคม เปิดซองในวันที่ 5 มีนาคม ซึ่งมีผู้ซื้อซองประมูล 3 ราย แต่มายื่นแบบการสอบราคาเพียง 2 ราย คือ ร้านท๊อปไทยมิลค์ เสนอราคา 1,588,168 บาท ยื่นสูงกว่าร้านบ้านพรพระจันทร์ ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทเชียงใหม่เฟรชมิลค์ เสนอราคา 1,560,350 บาท แตกต่างกันเพียง 27,818 บาทเท่านั้น
นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ทั้ง 2 รายมีการยื่นราคาผลต่างจากราคาความเป็นจริงเพียงเล็กน้อย เรื่องนี้ได้สั่งการให้ท้องถิ่นจังหวัดลงไปตรวจสอบ หากพบมีการทุจริตจะสั่งยกเลิกการสอบประกวดราคาทันที เนื่องจากเกรงจะฮั้วประมูล หรือมาจากบริษัทที่ผลิตนมที่ จ.พิจิตร ได้อายัดนมที่ไม่ได้คุณภาพไว้
เก็บนม300กล่องตรวจสอบ
ส่วนนายภาณุวัฒน์ ธงยศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนนางหงส์ ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม สั่งอายัดนมเพื่อตรวจสอบจำนวน 360 กล่อง หลังพบว่ามีการซุกนมหมดอายุบางส่วนปะปนมาด้วย และให้บริษัทส่งนมชุดใหม่มาทดแทนด่วน
สพฐ.ชงส่งนมให้นร.ปีละ260วัน
ขณะเดียวกัน ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังเป็นตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหานมโรงเรียน ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ได้เสนอเรื่องกำหนดระยะเวลาการส่งนมให้โรงเรียนปีละ 260 วัน ตามกำหนดเดิม หากตรงกับวันเสาร์หรืออาทิตย์ก็ให้เด็กนำนมกลับไปกินที่บ้าน ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เป็นการแก้ปัญหาระยะยาวนั้น ไม่เกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการ ทางกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นผู้เสนอแผนให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเอง
แนะขึ้นแบล็กลิสต์บริษัททุจริต
นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทุจริตนมโรงเรียนว่า เตรียมเสนอให้รัฐบาลตั้งกฎเกณฑ์ดังนี้ 1.สั่งปรับเงินผู้ประกอบการที่ผลิตนมไม่ได้คุณภาพ 2.ขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทที่กระทำผิด 3.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจคุณภาพของนมและอาหารอย่างต่อเนื่อง 4.ผู้ประกอบการต้องวางมัดจำเป็นเงินค้ำประกันความเสียหายในกรณีนมเน่าเสีย อย่างน้อย 2 เท่าของมูลค่าสัญญา



