
ซิดนีย์ระทึก ทางการเตือนเฝ้าระวังไฟป่าระดับหายนะ
ทางการเตือนประชาชนว่ากำลังเผชิญกับสัปดาห์ไฟป่าอันตรายที่สุดเท่าที่ประเทศนี้เคยประสบมา
ไฟป่าที่โหมลามในรัฐนิวเซาท์เวลส์และควีนสแลนด์กว่า 120 จุด คร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้าย 3 ราย ทำลายบ้านเรือนประชาชนกว่า 150 หลังคาเรือน อีกหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัย ทางการทั้งสองรัฐตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว
ขณะที่นครซิดนีย์ เมืองที่มีประชากรมากที่สุดของออสเตรเลีย แม้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าที่เลวร้ายหนักตลอด 3 วัน แต่ทางการได้ยกระดับเตือนภัยภูมิภาคเกรตเตอร์ ซิดนีย์ ( เขตหรือซับเบิร์บรอบซิดนีย์ และซับเบิร์บทางเหนือ) กับฮันเตอร์ อยู่ในระดับ หายนะ ( catastrophic ) ในวันพรุ่งนี้ ( 12 พ.ย.) วันที่คาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งแตะ 37 องศา ลมแรงและแห้ง
9news
นับเป็นครั้งแรกที่สำนักงานดับเพลิงนิวเซาท์เวลส์ ยกระดับการเตือนภัยสูงสุด ตั้งแต่นำระบบเตือนภัยนี้มาใช้เมื่อ 10 ปีก่อน
ขณะนี้ ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ 1,000 กม.ตั้งแต่ซิดนีย์ไปจนถึงโกลด์โคสต์ ใกล้บริสเบน รัฐควีนสแลนด์
ทั่วรัฐนิวเซาท์เวลส์ มีไฟป่า 60 จุด มากกว่าครึ่งยังควบคุมไม่ได้
“พรุ่งนี้ ( 12 พ.ย.) คือเรื่องการปกป้องรักษาชีวิต ปกป้องทรัพย์สิน และสร้างหลักประกันว่าทุกคนจะต้องปลอดภัยให้มากที่สุด” แกลดิส เบียร์ยิเคลียน ผู้นำรัฐนิวเซาท์เวลส์กล่าว
This shows the dangerous conditions that have confronted firefighters and residents today. This is the crew from Warringah HQ at the Hillville fire near Taree. #nswrfs #nswfires pic.twitter.com/lIhnF8P1Qf
— NSW RFS (@NSWRFS) November 8, 2019
ดับเพลิง เตือนประชาชนใน บลู เมาท์เมน เซ็นทรัล โคสต์ และ เกรตเตอร์ ฮันเตอร์ ต้องเตรียมอพยพ บ้านเรือนที่ไม่ได้ออกแบบให้ทนไฟในสภาพอากาศเช่นนี้ ให้เตรียมแผนรับมือหรือลดความเสี่ยงตั้งแต่ตอนนี้
“สภาพอากาศที่เลวร้าย อาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ท่านอาจจะคิดว่าไม่เป็นไร แต่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า จะไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว ได้โปรดเชื่อฟังสารที่ท่านได้รับ พรุ่งนี้ ไม่ใช่วันที่นิ่งนอนใจได้”
ขณะที่ เดวิด เอลเลียต รัฐมนตรีกระทรวงตำรวจ เตือนประชาชนว่ากำลังเผชิญกับสัปดาห์ไฟป่าอันตรายที่สุดเท่าที่ประเทศนี้เคยประสบมา
เชน ฟิตซ์ซิมมอนส์ หัวหน้าอาร์เอสเอฟ สำทับว่า อพยพขณะสถานการณ์ยังสงบ ปราศจากความกดดันหรือความตื่นกลัวไฟป่ามาจ่อประตูบ้าน และว่าพนักงานดับเพลิงอีก 400 คน รถน้ำ 50 คัน จากรัฐเพื่อนบ้านวิคตอเรียจะส่งมาเสริม



