
ชมคอนเสิร์ต ดูละคร (อย่าลืม) ย้อนดูตัว ข้อคิดจาก "อุ้ย" สุทัศนีย์ คุนผลิน
กว่าจะผ่านมาเป็นโชว์อันยิ่งใหญ่ ใช่ว่าใครคนใดคนหนึ่งจะทำได้เพียงลำพัง (แม้จะเป็นการโชว์เดี่ยวก็ตาม) ต้องอาศัยทีมงานจำนวนมาก
และแน่นอนว่าเมื่อมากคนก็ต้องมากความ การทำงานย่อมมีความขัดแย้งกันบ้าง แต่พวกเขาก็สามารถก้าวผ่านปัญหาเหล่านั้นมาได้ นั่นย่อมหมายความว่า คนเหล่านั้นต้องมีทีมเวิร์กอันเข้มแข็ง มีความพยายาม และมีวินัยสูง...สิ่งนี้แหละที่ "อุ้ย" สุทัศนีย์ คุนผลิน สาวมั่นเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ OUI และ JOAI บอกว่าเธอซึมซับเอามาใช้ในการทำงานประจำที่รับผิดชอบอยู่ได้เป็นอย่างดี นอกเหนือไปจากความบันเทิงลั้นลา ลั้นลา ด้านล่างเวทีการแสดง อันเป็นกิจกรรมสุดโปรด
ย้อนเส้นทางก่อนที่มาของการเป็นแฟนคลับเกาะติดขอบเวทีคอนเสิร์ต และละครเวที ตัวยงอย่างทุกวันนี้ สาวอุ้ยเล่าให้ฟังว่า ต้นแบบไม่ใช่อื่นไกลที่ไหน นั่นคือคนใกล้ชิดอย่าง คุณแม่บงกช คุนผลิน สุดเลิฟของเธอนั่นเอง
"ตั้งแต่สมัยตอนเป็นเด็กๆ ที่บ้านจะเปิดวิทยุฟังรายการเล่าข่าวทุกเช้า ซึ่งสมัยนั้นยอมรับว่าไม่ชอบเอาเสียเลย เพราะมีความรู้สึกว่าเสียงผู้ประกาศเขาจะดังจี๊ดๆ เข้ามาในหูตลอดเวลา แต่พอโตขึ้นกลับชอบและคิดถึงเสียงนั้น รู้สึกว่ามันคลาสสิกเป็นอมตะประมาณนั้น ในเวลาเดียวกันคุณแม่เป็นผู้หนึ่งที่ชอบดูคอนเสิร์ต และไม่ว่าครั้งไหนก็จะหอบหิ้วลูกไปด้วยทุกครั้ง ตอนนั้นอุ้ยเองก็ชอบและสนุกนะเพราะได้ฟังเพลงไม่ได้คิดอะไรมาก จนเมื่อตอนที่ไปเรียนหนังสือต่อที่ต่างประเทศ และมีโอกาสได้ดูโชว์ดีๆ หลายครั้ง ก็เริ่มชอบและกลายเป็นกิจกรรมโปรดในที่สุด" สาวอุ้ยกล่าว
ส่วนรสนิยมในการเลือกชมโชว์เจ้าของแบรนด์สินค้าเครื่องประดับชื่อดังออกตัวว่า เธอดูได้หมดโดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นโชว์ต่างชาติเท่านั้น ผลงานของศิลปินไทยติดตามชมด้วยเช่นกัน แต่จะเป็นรุ่นใหญ่ๆ อย่าง อัสนี-วสันต์ หรือไม่ก็เป็นเพลงของวงสุนทราภรณ์ไปเลย ส่วนละครเวทีก็ดูนะ อย่างบัลลังก์เมฆ หรือ ชิคาโก เป็นต้น
เมื่อถูกถามว่าการดูโชว์หรือคอนเสิร์ตแต่ละครั้งเธอได้อะไรบ้าง สาวมากความสามารถตอบได้ทันทีว่า มากกว่าอรรถรส ความสุนทรีย์ และความบันเทิงรื่นรมย์ที่ได้รับอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว ในแต่ละการแสดงเธอยังมองเห็นความตั้งใจ ความพยายาม รวมถึงเทคนิคใหม่ๆ ที่ทั้งทีมงานและตัวศิลปินพยายามสรรหามาเพื่อดึงให้ผู้ชมใจติดตาตรึงใจ และสิ่งนี้เองที่กลายเป็นเสน่ห์ที่ผูกมัดใจให้เฝ้าติดตามชมและกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับเธอ
"แรงบันดาลใจในการดูแลตนเอง อุ้ยได้มาจากชมคอนเสิร์ตของนักร้องรุ่นป้าอายุ 50 ปี อย่าง ไคลี มิโนก (Kylie Minogue) ชาวออสซี่ เจ้าของบทเพลงฮิตในช่วงยุค 80 อย่าง I should Be So Lucky และในยุค 2000 อย่าง Spinning Around ที่แม้ว่าจะโดนโรคมะเร็งเต้านมคุกคามชีวิต แต่เธอก็ดูแลตัวเองจนสามารถกลับมาโชว์พลังเสียง และมีพลังงานทั้งร้องทั้งเต้นให้ผู้ชมได้ร่วมสนุกนานนับชั่วโมง ตรงนี้จึงจุดประกายให้อุ้ยย้อนกลับมามองที่ตัวเองแล้วเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องการออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร" นักบริหารวัย 20 ต้นๆ กล่าว
แม้ว่าจะเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบการชมคอนเสิร์ตหรือละครเวทีอย่างยิ่ง แต่เธอสามารถยับยั้งชั่งใจได้หากจะต้องจ่ายเงินจำนวนมาก (เกินไป) และหากมีเหตุให้ต้องพลาดการชมไม่ว่าจะด้วยกรณีใดๆ ก็ตาม อาจจะรู้สึกเสียดายไปบ้างที่ไม่ได้ดู แต่ก็ไม่ถึงกับเสียใจ
"กับกิจกรรมเหล่านี้อุ้ยคิดว่าไม่ทำให้ตัวเองสิ้นเปลืองเงินทองมากนัก โดยจะเลือกเฉพาะบางโชว์ที่ไม่แพงจนเกินไปนัก จึงจะยอมควักตังค์ซื้อตั๋วเข้าไปชม เพราะโชว์ไม่มีช่วงเซลส์ ไม่มีโปรโมชั่นลดราคา เขามาแล้วก็ไป รอเวลาไม่ได้ ต่างจากสินค้าทั่วๆ ไปหากไม่ซื้อวันนี้ก็สามารถรอวันอื่นได้ ในทางกลับกันคอนเสิร์ตของศิลปินรุ่นคุณพ่ออย่างพอล แองก้า ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นศิลปินที่น่าสนใจและชื่นชอบมาก แต่เมื่อเห็นค่าเข้าชมสูงลิบลิ่วแล้ว ต่อให้อยากดูมากแค่ไหน อุ้ยก็ยอมตัดใจได้ แล้วก็รอซื้อวีซีดีมาดูแทน" สาวคนเก่งแจง
ตราบใดที่เหรียญยังคงมีสองด้าน ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ยังมีข้อดีและข้อเสีย กิจกรรมสุดฮิตของเธอก็ไม่ได้รับการยกเว้นด้วยเช่นกัน!!
"การดูคอนเสิร์ต ละครเพลง หรือละครเวที นับว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะอย่างน้อยก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดในเรื่องต่างๆ ได้ แต่ถ้าอะไรที่มากจนเกินพอดี ย่อมส่งผลเสียแน่นอน อันดับแรกก็คือ เงินในกระเป๋า และโดยเฉพาะในบางคนที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง ต่อมาก็คือ เวลา เท่าที่เห็นและน่าเป็นห่วง คือ วัยรุ่นบางคนที่คลั่งไคล้ศิลปินมากจนไม่ยอมไปเรียนหนังสือแต่ไปนั่งเฝ้า นับว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เอาเป็นว่าจะชอบหรือคลั่งก็ได้แต่ควรจะเอามาเป็นแรงบันดาลใจที่ดีต่อตนเอง" สาวอุ้ยกล่าวทิ้งท้าย
ดูคอนเสิร์ตมา กลับมาที่บ้านดูตัวเราหนา...
เรื่อง... "กอบแก้ว แผนสท้าน"
ภาพ... "สุทัศนีย์ คุนผลิน และ อุทร ศรีพันธ์"



