ข่าว

 เดินหน้า11โครงการมาบตาพุดหลังศาลปค.ระงับที่เหลือ

เดินหน้า11โครงการมาบตาพุดหลังศาลปค.ระงับที่เหลือ

02 ธ.ค. 2552

พลันที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว 65 โครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง แต่มีคำตัดสินให้อีก 11 โครงการลงทุนสามารถเดินหน้าโครงการได้ นับเป็นคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ทั้งในแวดวงอุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อมของไทย

รายการ คม-ชัด-ลึก วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2552 ตอน : เดินหน้า 11 โครงการมาบตาพุด วิเคราะห์ทิศทางการลงทุนนับจากนี้ ที่จำเป็นต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงสุขภาวะของประชาชนมากขึ้นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง

"องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม" ต้องเกิดโดยเร็ว

 ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวถึงประเด็นความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ถูกยกมาเทียบเคียงว่า เขาไม่เคยสนใจตัวเลขเศรษฐกิจ หรือคนงานจะถูกปลดเท่าไหร่

 แต่คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดชัดเจนว่า ตัวเลขการลงทุนไม่สามารถเทียบเคียงกับชีวิตของประชาชนในระยะยาวได้ ศาลจึงต้องใช้มาตรการป้องกันเอาไว้ก่อน

 เขายังกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเดินหน้าตามรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะคณะกรรมการ 4 ฝ่ายควรจะรีบกลับไปดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อยุติเรื่ององค์กรอิสระด้านสิ่งแลดวล้อม และสุขภาพ

 อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากให้การดำเนินการแล้วเสร็จนานถึง 3-4 เดือน อย่างที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายคาดการณ์ไว้ เพราะจริงๆ แล้วแค่ 1 เดือนกว่าๆ ก็สามารถทำได้เสร็จแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ผ่านสภา แต่สามารถออกได้เลยด้วยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น

 เขาเชื่อว่า หากเรื่ององค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมดำเนินการได้โดยเร็วจะทำให้ผู้ประกอบการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเดินหน้าได้เร็วขึ้น แต่รัฐบาลอย่าดื้อดึงที่จะให้อำนาจรัฐมนตรีมาครอบงำองค์กรอิสระด้านสิ่งแวเดล้อม เพราะเขาจะไม่ยอม และจะทำให้ปัญหายืดเยื้อไม่จบสิ้น

ร่าง ก.ม.ปี 51 มีอยู่-ตั้งองค์กรอิสระได้เลย

 นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน ชี้ถึงสาเหตุความล่าช้าในการตั้งองค์กรอิสระว่า จากประสบการณ์ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 นักการเมืองมักจะสนใจองค์กรอิสระเชิงอำนาจ เช่น กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ มากกว่าองค์กรด้านสังคมหรือสิ่งแวดล้อม

 ทั้งที่องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2550 ชัดเจนอยู่แล้ว และกำหนดให้มี พ.ร.บ.รองรับภายใน 1 ปี แต่นักการเมืองกลับไม่สนใจ จนเกิดปัญหามาบตาพุดขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญมีความศักดิ์สิทธิ์ และอย่าไปล้อเล่น

 เขาจึงต้องการให้ภาคธุรกิจ และประชาชน เร่งรัดให้เกิดองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีร่าง พ.ร.บ.ปี 2551 เสร็จสมบูรณ์อยู่แล้ว และอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถจะหยิบมาใช้ และประกาศเป็นกฎหมายได้เลย

 อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจะต้องถอนร่างกฎหมายที่ให้อำนาจ รมว.ทรัพยากรฯ ที่สามารถสั่งเพิกถอนองค์กรอิสระออกจากสภาเสีย เพราะมิเช่นนั้นจะเกิดปัญหาไม่จบสิ้น และจะกระทบอีกกว่า 100-200 โครงการ ที่อาจจะมีปัญหาเช่นเดียวกันในอนาคตด้วย

คณะกรรมการ 4 ฝ่ายควรหาข้อยุติในเดือนนี้

 ศุภกิจ นันทะวรการ มูลนิธินโยบายสุขภาวะ เชื่อว่า คำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดจะทำให้หน่วยงานรัฐหันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งที่เรื่องนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2550 และมีร่าง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ซึ่งผ่านความคิดเห็นทั้ง 4 ภาคมาตั้งแต่ปี 2551 แล้ว

 เขายังกระตุ้นให้คณะกรรมการ 4 ฝ่ายไปดำเนินการหาข้อสรุปการตั้งองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมให้เสร็จภายในเดือนนี้ หากได้ข้อยุติเรื่ององค์กรอิสระก็จะใช้เวลาเพียง 45-60 วัน ประกาศตั้งเป็นองค์การมหาชนได้เลย

 โดยบทเรียนจากมาบตาพุดแสดงให้เห็นว่า เราไม่ควรพิจารณาแต่ภาพรวมทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ชีวิตของประชาชนมีปัญหา ซึ่งผลจากการที่รัฐบาลไม่ยอมทำตามรัฐธรรมนูญให้เสร็จสมบูรณ์เสียทีทำให้ภาคเอกชนไม่สามารถเดินหน้าไปได้