ข่าว

ลำดับเรื่อง...สารวัตรอารมณ์ร้อน

ลำดับเรื่อง...สารวัตรอารมณ์ร้อน

02 ธ.ค. 2552

เป็นเรื่องครึกโครมพอๆ กับ ส.ต.อ.อาทิตย์ แดงดี สภ.เมืองยโสธร ถูกนายตำรวจบังคับให้ก้มกราบนักการเมืองท้องถิ่นบนโรงพัก แล้วถูกเตะปลายคางเมื่อหลายปีก่อน เมื่อสารวัตรอารมณ์ร้อนกับพวกรุมทำร้ายอาม่าวัย 60 ปี บน สน.เพชรเกษม ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นอย่างไร "คม ช

 เวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษ พนักงานห้องวิทยุ สน.เพชรเกษม ได้รับแจ้งให้ไปตรวจสอบเหตุบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน คู่กรณีกำลังมีปากเสียงกันภายในบ้านเลขที่ 11/69 หมู่บ้านนาราศิริ ถนนกาญจนาภิเษก แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ เพียง 5 นาทีหลังรับแจ้งตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ก็เดินทางไปถึง พบหญิงสูงอายุชื่อ "ธนิดา ศรีสุวรรณ" วัย 60 ปี มีปากเสียงกับชายคนหนึ่ง ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ ส.ต.ท.ภาณุพันธ์ กิตติชัยเดช ผบ.หมู่ ร้อย 3 กก.อป.บช.น.

 ฝ่ายหญิงสูงวัยอ้างเป็นเจ้าของบ้านและตั้งข้อสงสัยว่าชายข้างต้นเข้ามาอยู่ในบ้านได้อย่างไร ส่วนฝ่ายชายโต้ว่าได้เช่าบ้านจากลูกสะใภ้ของธนิดา เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง จนตำรวจสายตรวจไม่สามารถระงับเหตุได้จึงเชิญทั้งคู่ไปเจรจากันต่อหน้า ร.ต.ท.ภาณุทัศ คิดนอก พงส. (สบ 1) สน.เพชรเกษม แต่ทั้งสองฝ่ายก็ยังตกลงกันไม่ได้ จึงแยกทั้งสองให้ไปสงบสติอารมณ์และตกลงกันใหม่ เนื่องจากพนักงานสอบสวนเองไม่อยากดำเนินคดี เพราะเข้าใจดีว่าน่าจะเกิดจากความเข้าใจผิด มากกว่าจะจงใจบุกรุกจริงๆ

 ภายในห้องสอบสวน ณ เวลานั้น มีตำรวจชั้นประทวนอยู่เพียง 2-3 คน ส่วนใหญ่รวมถึง พ.ต.อ.อนุชา อ่วมเจริญ ผกก.และ พ.ต.ท.นครินทร์ งามถ้อย สว.สส.สน.เพชรเกษม อยู่ชั้นบนกำลังตรวจนับสร้อยคอทองคำของกลาง ที่คนร้ายวัยรุ่นก่อเหตุปล้นทรัพย์ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากชั้นล่างจึงรีบลงมาดูก็เห็นนายดาบตำรวจ 2 คน คุมตัวชายฉกรรจ์คนหนึ่งพกพาอาวุธไว้ 1 คน ซึ่งอ้างตัวเป็น พ.ต.ต.อรรถวุฒิ กิจคาม สวป.สภ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ช่วยราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

 ด.ต.วีระ ภู่ฤทธิ์ ผบ.หมู่ ป.ทำหน้าที่ประจำห้องวิทยุ และ ด.ต.สายัณห์ ศรีสุวรรณ ผบ.หมู่ ป.ที่ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ให้การสอดคล้องกันว่า ระหว่างที่ ด.ต.วีระทำหน้าที่ห้องวิทยุก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายและเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากห้องสอบสวน เหลือบไปเห็นชายฉกรรจ์ 3-4 คนกำลังรุมทำร้ายคนแก่อยู่ ส่วนนอกห้องมีกลุ่มชายฉกรรจ์อีก 3 คนคอยยืนคุมเชิง จึงพยายามวิ่งเข้าไปช่วยเหลือหญิงชราและจับกุมชายฉกรรจ์ทั้งหมดพยายามวิ่งหนีเลยวิ่งตามออกไป พร้อมทั้งตะโกนบอกให้ ด.ต.สายัณห์ ที่ขี่รถจักรยานยนต์กลับเข้าโรงพัก ช่วยกันจับกุม พ.ต.ต.อรรถวุฒิ เอาไว้ได้

 อย่างไรก็ดี จากการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการระหว่างนายตำรวจ สน.เพชรเกษม กับ พ.ต.ต.อรรถวุฒิ ได้ความว่า เขาเพิ่งมาเช่าบ้านหลังที่มีปัญหาในราคาเดือนละ 20,000 บาทได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่พร้อมเข้ามาอยู่จึงให้ ส.ต.ท.ภาณุพันธ์ ที่รู้จักกันเข้ามาอยู่แทนก่อน ระหว่างเดินทางมาเจรจากันที่ สน.เพชรเกษม ส.ต.ท.ภาณุพันธ์ โทรศัพท์บอกว่ามีปัญหาที่บ้านเก่า มีคนแก่อ้างความเป็นเจ้าของและพูดจากันไม่รู้เรื่อง ขอให้มาช่วยอธิบายหน่อย เมื่อเดินทางมาถึงโรงพักก็ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง พ.ต.ต.อรรถวุฒิ อ้างกับเพื่อนนายตำรวจว่าอาม่าใช้วาจาไม่ดี ทำให้โกรธและเกิดการลงไม้ลงมือขึ้น แล้วมีตำรวจในเครื่องแบบออกมาจับกุมจึงวิ่งหนี

 ทว่าเมื่อถึงเวลาสอบปากคำ พ.ต.ต.อรรถวุฒิ ปฏิเสธขอให้ปากคำในชั้นศาลเท่านั้น !?!
 
 พ.ต.ต.อรรถวุฒิ กิจคาม เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 50 (นรต.50) จากการพูดคุยกับเพื่อนนายตำรวจรุ่นเดียวกันจากรั้วสามพรานส่วนใหญ่ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า เขาเป็นคนไม่มีอะไร เพียงแต่อุปนิสัยส่วนตัวเป็นคนใจร้อนและมุทะลุ เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการบันดาลโทสะ 

 ถึงแม้จะเป็นเรื่องของอารมณ์ แต่เมื่อเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็น่าจะมีสติยับยั้งมากกว่านี้ แม้แต่ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก สตช.เองก็รู้สึกเสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเกิดขึ้นบนสถานีตำรวจและผู้ถูกกระทำเป็นคนสูงอายุ

 "คนแก่ไม่มีเรี่ยวแรงจะมาสู้รบปรบมือด้วย คนเป็นตำรวจน่าจะมีความอดทนอดกลั้น สงบสติอารมณ์พูดคุยกันดีๆ แม้จะไปนอกเครื่องแบบ แต่จิตใจก็น่าจะตระหนักว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่น่าจะทำกับประชาชนอย่างนี้ ผมยอมไม่ได้ ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจเสียหาย ด่างพร้อย จึงสั่งการให้ดำเนินการอย่างเฉียบขาด และให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา"

 จากการตรวจสอบของ พล.ต.ท.พงศพัศ พบว่า สารวัตรอรรถวุฒิมีหนังสือขอตัวมาช่วยราชการในคดีแชร์รถตู้มาได้ระยะหนึ่งแล้ง เจ้าตัวอ้างว่ายังส่งสำนวนการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่กลับต้นสังกัดเดิม หลังเกิดเหตุได้แจ้งให้ ผบก.กำลังพล ติดต่อ พล.ต.ต.อุดม จำปาจันทร์ ผบก.ภ.จว.สกลนคร มารับตัวกลับต้นสังกัด พร้อมสั่งห้ามไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับคดีหรือข่มขู่พยาน ไม่เช่นนั้นจะพิจารณาถอนประกัน

 พร้อมกันนี้ เมื่อถึง สภ.เจริญศิลป์ ให้ต้นสังกัดดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยขั้นร้ายแรง แล้วให้พิจารณาลงโทษจากพฤติกรรมที่ก่อว่าจะลงโทษสถานใด จะพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ

 เรื่องนี้อาจให้ข้อคิดหลายๆ แง่ โดยเฉพาะอย่าให้อารมณ์มาเป็นนายตัว !?!