
ระยองร้องไห้
คำสั่งศาลปกครองระงับ 76 โครงการ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ไม่เพียงเป็นปัญหาการปะทะกันระหว่างสิทธิชุมชน ที่จะอยู่อย่างสงบสุขปราศจากการรบกวน และการพัฒนาประเทศจากการลงทุนในอุตสาหกรรมจากคนต่างถิ่นเท่านั้น
หากยังมีนัยสำคัญถึงชุมชนเมืองทั้งหมด ที่ต้องอุทิศผืนดินกว้างใหญ่ชายทะเล และอากาศใสให้เป็นที่อยู่ของกลุ่มควันพิษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของคนรอบรั้วโรงงานอุตสาหกรรมด้วย คำถามสำคัญคือการเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จนกลายมาเป็นคำขวัญของเมืองระยองที่ว่า “ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก” ทำให้ จ.ระยอง ได้รับการพัฒนาคุ้มค่ากับการเสี่ยงภัยของคนทั้งเมืองหรือไม่
จากจังหวัดที่มีเพียงอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดเล็กเพียงไม่กี่แห่ง ในนามของการพัฒนา จากปี 2524 ที่รัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กำหนดให้ จ.ระยอง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ที่มีท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด และสนามบินอู่ตะเภา เป็นฐานการขนส่งสำคัญ วันนี้ จ.ระยองมีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด 345 โรง กระจายตัวอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม 8 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เหมราชภาคตะวันออก ผาแดง อาร์ไอแอลในเขตเมือง อีสเทิร์นซีบอร์ด อมตะซิตี้ เหมราชอีสเทริน์ซีบอร์ด ในเขต อ.ปลวกแดง และนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย ในเขต อ.บ้านฉาง นิคมเหล่านี้ผลิตสินค้า สร้างผลกำไรมหาศาลส่งออกไปนอกพื้นที่
ดูเหมือนว่าโรงงานอุตสาหกรรมใน จ.ระยอง จะใช้พื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของเมือง และหากดูผังเมืองระยอง อาจพบว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่แทรกตัวอยู่ในทุกเขตพื้นที่อยู่อาศัย นอกจากฝั่งทะเลแล้ว ความเป็นเมืองที่รองรับทุกสิ่งที่เข้ามาในนามของการพัฒนา แม้แต่บ่อบำบัดขยะคนระยองยังต้องถูกยัดเยียดให้เข้ามาอยู่ในชุมชน แต่ถึงอย่างไร สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสภาพที่คนระยองจำเป็นต้องยอมรับ คำถามต่อไปก็คือ คนระยองได้รับการดูแล ใส่ใจ คุ้มค่ากับการเสียสละให้แก่ผืนดิน แผ่นฟ้า อันเป็นที่ตั้งโรงงาน เป็นที่ปล่อยควันพิษ จนคนเมืองระยองจำนวนมากกลายเป็นคนป่วยไข้จากผลพวงของการพัฒนาไม่น้อย
ในฐานะเมืองอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ที่เสมือนเส้นเลือดใหญ่เส้นหนึ่งที่หล่อเลี้ยงคนทั้งชาติ ระยองไม่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่จะรองรับ รักษา และดูแลคนป่วย นอกจากโรงพยาบาลเล็กๆ ที่แออัดไปด้วยผู้คน ระยองไม่มีมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่จะผลิตบุคลากร และพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษา แน่นอนว่าชุมชนรอบโรงงานอุตสาหกรรมอาจได้รับการปันส่วนทรัพย์สิน เงินทอง ให้แก่กิจการสาธารณะอยู่บ้างเพื่ออย่างน้อยจะได้ความรู้สึกว่าได้คืนทุนให้แก่ท้องถิ่น แต่คนระยองส่วนใหญ่ ยังต้องเผชิญชะตากรรม ทั้งปัญหาการรุกรานของโรงงานอุตสาหกรรม ปัญหาสุขภาพอนามัย ในนามของการพัฒนาเพื่อคนเพียงกลุ่มเดียวของประเทศ ม้แต่โรงบำบัดขยะ



