
"สุพรรษา"อดีตนางเอกชื่อดังโดนแก๊ง"นักแข่งรถ"ยกเค้ากว่า2ล้าน
นักแข่งรถแก๊งลักทรัพย์บ้านเศรษฐีดอดมอบตัว ผบช.ภ.3 กลางดึก ยอมรับไม่ใช่ "หมูบิน" วงการรถแข่งตั้งฉายา "ออฟซ่า" ปัดไม่ได้ลั่นไกใส่ตำรวจเพื่อเบิกทางหนี "สุพรรษา" ดาราสาวรุดดูของกลาง ระบุถูกโจรกรรมกว่า 2 ล้านบาท ส่วน ส.ว.สรรหาถูกยกเค้า 17 ล้านบาท
จากกรณีเจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บก.น.4 จับกุมนายณัฐ ชาหอม หรือโต้ง อายุ 32 ปี และนายสุภัทร เนินวิเชียร หรือทอม 29 ปี ร่วมกับนายหทัย ไชยวัณณ์ หรือออฟ อายุ 38 ปี นักแข่งรถชื่อดัง นายพีรวัฒน์ ตะวันธรงค์ หรือพี อายุ 23 ปี และนายกีรติ กุมพล หรือเค อายุ 30 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีตั้งแก๊งลักทรัพย์ตามบ้านเรือนเศรษฐีใน กทม. ได้ทรัพย์สินกว่า 200 ล้านบาทนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายหทัย ไชยวัณณ์ เข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) ซึ่งการเข้ามอบตัวครั้งนี้เนื่องจากนายหทัยมีความสนิทสนมกับ พล.ต.ท.กฤษฎา เป็นการส่วนตัวในฐานะคนในวงการรถแข่งด้วยกัน และจากการตรวจสอบทราบว่านายหทัยไม่ได้มีฉายาว่า "หมูบิน" ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ซึ่งในวงการรถแข่งจะตั้งฉายาว่า "ออฟซ่า" เพราะมีนิสัยซ่า ชอบขับรถชนคนอื่น และเป็นนักแข่งนักเลงคนหนึ่งของวงการ ส่วนฉายา "หมูบิน" เป็นของ "พนัส ควรสถาพร" อดีตแชมป์ประเทศไทย
ด้าน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า หลังผู้ต้องหาถูกจับกุม มีเจ้าทุกข์เข้าแจ้งต่อพนักงานสอบสวนแล้วประมาณ 10 ราย ภายหลังมีข่าวเผยแพร่ออกไป และเชื่อว่าจะมีเข้ามาชี้ตัวยืนยันเพิ่มเติมอย่างแน่นอน ส่วนการเข้ามอบตัวของนายหทัย ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 นั้น เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่สามารถทำได้ และจะถูกดำเนินคดีใน 3 ข้อหาตามที่พนักงานสอบสวนตั้งไว้ภายหลังพิจารณาแล้วพบว่านายหทัยต่อสู้ขัดขืนการจับกุมเจ้าพนักงาน และพยายามฆ่าด้วย เพราะมีการใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางระหว่างหลบหนี อีกทั้งจากการตรวจค้นรถของผู้ต้องหา พบอาวุธปืนหลายกระบอก ทั้งปืนยิงเอ็ม 79 ปืนกลอูซี่ โดยสั่งการให้ตรวจสอบที่มาที่ไปของอาวุธปืนดังกล่าวแล้ว พร้อมตรวจสอบประวัติอาชญากรอื่นๆ ด้วย
ผบช.น. ยังกล่าวถึงพฤติกรรมของแก๊งคนร้ายรายนี้ว่า เวลาทำงานจะไปด้วยกันอย่างน้อย 3 คน แบ่งหน้าที่กันทำงาน เลือกหมู่บ้านเป้าหมายที่เลือกเฉพาะหมู่บ้านคนมีฐานะดี หลังใหญ่ รั้วกว้างๆ เพราะเวลาเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินจะไม่มีใครรู้เห็น ต่างคนต่างอยู่ ข้างบ้านไม่สนใจกัน โดยคนหนึ่งจะไปกดสัญญาณหน้าบ้านตรวจสอบว่ามีคนอยู่หรือไม่ ถ้าไม่มีคนอยู่ก็จะลักลอบเข้าไปค้นหาทรัพย์สินภายในบ้าน ถ้ามีคนก็จะแกล้งว่ามาผิดบ้าน อีกคนมีหน้าที่เฝ้าต้นทาง ถ้าพบว่ามีตู้เซฟก็จะเป็นหน้าที่ของนายณัฐ ชาหอม อายุ 32 ปี จะเป็นคนใช้อุปกรณ์สำหรับเชื่อมโลหะที่เตรียมไปตัดเจาะตู้เซฟเอาทรัพย์สินไปแบ่งกันใช้จ่ายเป็นค่าแต่งรถนำมาแข่งขันตามสนามชื่อดังต่างๆ
ขณะที่ พล.ต.ท.กฤษฎา กล่าวว่า นายหทัยติดต่อมาขอเข้ามอบตัวเมื่อวานตอนเย็น จากนั้นก็เข้ามามอบตัวในช่วงดึก เมื่อมามอบตัวแล้วก็จะส่งมอบผู้ต้องหาให้ตำรวจนครบาลรับไปดำเนินคดี โดยมี นายตำรวจจากนครบาลมารับตัวกลับไปสอบสวน คงไม่มีปัญหาอะไรเพราะผู้ต้องหาสามารถมอบตัวที่ไหนก็ได้
ผบช.ภ.3 กล่าวต่อว่า เหตุที่นายหทัยเข้ามอบตัว เนื่องจากรู้จักตนและลูกชายซึ่งชอบแข่งรถเช่นกัน นายหทัยมีอุปนิสัยชอบความรุนแรง ที่ผ่านมาเคยขับชนรถในสนามหลายครั้ง วันเกิดเหตุนายหทัยอ้างว่า ตอนตำรวจ กก.สส.น.4 เข้าจับกุม ไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ ได้ยินเสียงปืนก็คิดว่าเป็นโจทก์เก่าหรือไม่ก็คนร้าย จึงรีบพาแฟนขึ้นรถขับหนีทันที
“แก๊งนี้ ผมเคยสืบสวนติดตามมาตั้งแต่ รอง ผบช.น.แล้ว แต่นายหทัยเองก็ไม่รู้ว่า ผมเคยทำคดีนี้มาก่อน แต่มาย้ายเสียก่อน“ ผบช.ภ.3 กล่าว
ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.น.4 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายหทัย ไชยวัณณ์ หรือออฟ โดยผู้ต้องหาติดต่อเข้ามอบตัวตั้งแต่เมื่อคืน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่ง พล.ต.ต.จักรทิพย์ เดินทางไปรับตัวมาด้วยตัวเองตามนัดหมาย
"สิ่งที่เราอยากจะได้มากที่สุดคือการติดตามเอาทรัพย์สินผู้เสียหายที่ถูกโจรกรรมไปทุกๆ ราย กลับคืนมาให้มากที่สุด จะระดมทีมสอบสวนมาดำเนินการ เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งหมดให้ความร่วมมือเราคงจะได้ทรัพย์สินเหล่านั้นคืนมา ขณะนี้มีเจ้าทุกข์รวม 27 ราย แต่ต้องตรวจสอบว่าเป็นเหยื่อของคนร้ายกลุ่มเดียวกันทั้งหมดหรือไม่ คนร้ายที่เหลืออีก 2 คน สั่งให้สืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป" ผบช.น. กล่าว
ด้านนายหทัย ผู้ต้องหา ปฏิเสธไม่ได้มีฉายาว่า "หมูบิน" ตามที่เป็นข่าว เพราะคนที่มีฉายาว่า "หมูบิน" ในวงการนักแข่งน่าจะเป็นนักแข่งรุ่นพี่ พนัส ควรสถาพร อดีตนักแข่งแชมป์ประเทศไทยมากกว่า เมื่อตนเห็นข่าวแล้วก็ยังรู้สึกไม่ดีที่ทำให้ชื่อเสียงพี่เขาเสียหาย เมื่อวาน (4 มี.ค.) ตอนที่ออกจากบ้านมารู้สึกตกใจนิดหน่อย เพราะมีคนหลายคนรออยู่ที่หน้าปากซอยบ้าน แต่ไม่คิดว่ามีเหตุการณ์อะไร ตนถอยรถออกมาสักพักก็ได้ยินเสียงปืนดังโป้งป้าง ก็ขับรถถอยมาจนสุดทาง รวมทั้งมีอาการตกใจจึงรีบขับออกไปก่อน พอออกไปสักพัก พอรู้ว่าเป็นตำรวจก็ยิ่งตกใจขึ้นไปอีก แต่คงกลับเข้าไปตอนนั้นไม่ไหว เพราะหันกลับไปดูก็เห็นว่าเป็นตำรวจหลายคน
"ตอนแรกผมไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ แต่เมื่อรู้ว่าเป็นตำรวจก็พยายามติดต่อขอมอบตัว ประสานเจ้าหน้าที่ที่เรารู้จักเพื่อจะขอเข้ามอบตัว ผมไม่เห็นว่าเจ้าหน้าที่ยิงปืนใส่รถของผม เพียงแต่ได้ยินเสียงปืนเท่านั้น ส่วนที่มีข่าวออกไปว่าผมใช้ปืนยิงเบิกทางเพื่อหลบหนีนั้น ผมไม่มีปืนและใช้ปืนไม่เป็น ส่วนปืนที่ค้นพบเป็นของคนอื่น ยืนยันว่าไม่ใช่ปืนของผมอย่างแน่นอน" นายหทัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องหา 2 คนแรกที่ตำรวจถูกจับได้ให้การซัดทอดว่าเป็นคนดูต้นทางนั้นนายหทัยยอมรับว่ารู้จักกัน แต่ไม่ได้ร่วมอยู่ในขบวนการหรือแก๊งเดียวกัน ยอมรับว่าได้เงินแบ่งมาบ้างแต่ไม่มาก ซึ่งรายละเอียดขอไปตอบพนักงานสอบสวนเอง ส่วนเรื่องการแข่งรถต่อหรือไม่นั้นยังไม่คิดอะไร ตอนนี้เรามีปัญหา อยู่ในอ้อมอกของตำรวจ พยายามพูดคุยกันให้ออกมาดีที่สุดก่อน สำหรับบ้านเจ้าทุกข์ที่ถูกลักทรัพย์จากตู้เซฟจำนวนหลายล้านบาทนั้น ยอมรับว่าไปด้วยจริง แต่ไม่ได้ทำอะไรตรงนั้น
ที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (กก.สส.บก.น.4) ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน มีผู้เสียหายหลายรายทยอยเข้ามาดูของกลางที่ตำรวจตรวจยึดได้จากผู้ต้องหา โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะร่ำรวย บางคนเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีนางสุพรรษา เนื่องภิรมย์ อายุ 47 ปี ดาราชื่อดัง และนายไพโรจน์ ถัดทะพงษ์ ส.ว.สรรหา และคณะกรรมาธิการยุติธรรมและตำรวจ ตกเป็นเหยื่อผู้เสียหายด้วย หากผู้เสียหายรายใดสามารถยืนยันรูปพรรณสัณฐานของทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมไปได้ เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บก.น.4 จะดำเนินการติดต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่ให้มารับของกลางกลับไป
นางสุพรรษา กล่าวว่า เข้ามาติดต่อของดูทรัพย์สิน ก็พบทรัพย์สินของตัวเอง ได้แก่ กระเป๋าถือสตรี 3 ใบ แบ่งเป็นยี่ห้อหลุยส์ วิตตอง สีขาว 1 ใบ มูลค่า 8 หมื่นบาท ยี่ห้อกุชชี่ สีน้ำตาล 1 ใบ มูลค่า 4 หมื่นบาท และยี่ห้อชาเนล สีดำ 1 ใบ มูลค่า 5 หมื่นบาทเศษ นอกจากนี้ยังพบนาฬิกายี่ห้อปาเต๊ะ ฟิลิปป์ มูลค่า 2 แสนกว่าบาท แต่ยังไม่ยืนยันเนื่องจากสายนาฬิกาไม่ตรงกับของตัวเอง ซึ่งต้องตรวจสอบหมายเลขเครื่องอีกครั้ง
นางสุพรรษา กล่าวอีกว่า อยู่เลขที่ 59/191 หมู่บ้านโฮมเพลส ซอยรามคำแหง 140 แขวงและเขตสะพานสูง กทม. ถูกคนร้ายเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2550 โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินไปมูลค่า 2.6 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกระเป๋าแบรนด์เนมกว่า 40 ใบ นอกจากนี้ยังมีเครื่องเพชร ทองรูปพรรณ สร้อยมุก นาฬิกายี่ห้อแบรนด์เนมที่ได้เก็บไว้ในกระเป๋า
"ปกติฉันจะซื้อเครื่องประดับเป็นชุดใหญ่และจะเก็บเครื่องประดับทั้งหมดไว้ในธนาคาร หากจะใส่ออกงานก็จะไปเบิกออกมา แต่ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงสิ้นปี ต้องออกงานหลายที่ จึงไม่ได้นำไปเก็บไว้ในธนาคาร แต่เอาไปใส่ไว้ในกระเป๋าใบหนึ่งที่ถูกคนร้ายขโมยไป" ดาราสาว กล่าว
นางสุพรรษา กล่าวว่า รู้สึกดีใจมาก เพราะของหายไป 1 ปีแล้ว ก็ทำใจแล้วว่าไม่น่าจะได้คืน แต่หลังจาก สน.ท้องที่ติดต่อไปว่าให้มาดูของกลาง เพราะอาจจะเป็นของตน จึงเดินทางมาดู ก็พบกระเป๋าของตน 3 ใบ และตั๋วจำนำของโรงจำนำย่านประตูน้ำจำนวนกว่า 10 ใบ ที่ระบุรูปพรรณทรัพย์สินคล้ายกับของตน จึงประสานตำรวจไปตรวจสอบต่อไป
นายไพโรจน์ ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า เข้าตรวจสอบทรัพย์สินของตัวเองพบตะกรุดและเครื่องรางของขลังเป็นของตกทอดมาจากบรรพบุรุษจำนวน 5 รายการ นอกจากนั้นพบกล่องใส่ปืนและกระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 10 นัด แต่ปืนยังไม่พบ
นายไพโรจน์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา คนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินจากบ้านเลขที่ 99/163 หมู่บ้านนันทวัน ประชาชื่น ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งขณะนั้นตนไปประชุมที่ จ.เพชรบุรี ทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเป็นทองคำหนักกว่า 100 บาท แหวนทอง 6 วง นาฬิกา 10 เรือน ปืนพกขนาด 11 มม.จำนวน 1 บอก มูลค่าประมาณ 17 ล้านบาท
พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4) กล่าวว่า วันนี้มีเจ้าทุกข์ 5-6 ราย มาดูของกลางและสามารถระบุว่าเป็นทรัพย์สินของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ของที่คนร้ายไม่นำไปขาย เป็นพวกนาฬิกา กระเป๋า พระเลี่ยมทอง ซึ่งส่วนทรัพย์สินที่ผู้เสียหายยืนยันจะให้นำหลักฐานมาแสดงหากพบว่ามีตำหนิรูปพรรณตรงกันจะให้พนักงานสอบทำเรื่องขอรับของกลางต่อไป
ผบก.น.4 กล่าวด้วยว่า ส่วนการติดตามผู้ต้องหาที่เหลือ ทราบว่านายหทัยเข้ามอบตัวที่ บช.น. แล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือได้สั่งการให้ตำรวจ กก.สส.บก.น.4 ดำเนินการติดตามอย่างเร่งด่วน ส่วนอาวุธปืนที่พบได้ดำเนินคดี และส่งตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ว่าเคยก่อเหตุที่ไหนหรือไม่ โดยในวันที่ 6 มีนาคมนี้ พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปยื่นคำร้องฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาฯ ต่อไป
พ.ต.อ.อานัต เกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 กล่าวว่า ตำรวจจับกุมนางวรัญญาภรณ์ เตรียมธนวัชร์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 900/156 หมู่ 12 แขวงและเขตบางนา กทม. แฟนนายณัฐ ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุด้วยกัน ในข้อหาร่วมกันครอบครองอาวุธสงคราม เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ



