ข่าว

เอกชนรวมหัวล้มประมูลรังนกตรังรอบ4
หวังกดราคากลางเหลือ50ล.อ้างได้ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย

เอกชนรวมหัวล้มประมูลรังนกตรังรอบ4 หวังกดราคากลางเหลือ50ล.อ้างได้ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย

03 ธ.ค. 2552

ประมูลรังนกอีแอ่นตรังรอบ 4 เอกชนยังไม่สน รวมหัวกดราคากลางสัมปทาน พื้นที่ อ.ปะเหลียน เหลือ 50 ล้านบาท

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการดำเนินการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น จ.ตรัง ซึ่งมีนายไชยยศ ธงไชย ปลัดจังหวัดตรัง เป็นประธาน ได้เปิดให้มีการยื่นเอกสารการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น จ.ตรัง ครั้งที่ 4 ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หลังจากเปิดประมูลยื่นสัมปทานมาแล้วถึง 3 ครั้งแต่ไม่มีผู้มาประมูล แม้จะปรับลดราคากลางลงมาแล้วก็ตาม

 ล่าสุดนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าฯ ตรัง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น ในพื้นที่ จ.ตรัง ได้เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาปรับลดราคากลางลงอีก 30% จากเดิมสัญญาสัมปทานที่ 1 ในเขตพื้นที่ อ.ปะเหลียน ตั้งราคากลางไว้ 90 ล้านบาท ลดลงมาเหลือ 63 ล้านบาท ส่วนสัญญาสัมปทานที่ 2 พื้นที่ อ.กันตัง และสิเกา เดิมราคากลางตั้งไว้ที่ 16 ล้านบาท ลดลงเหลือ 11.2 ล้านบาท พร้อมกับให้ประกาศเปิดประมูลสัมปทานในรอบที่ 4 ภายใน 15 วัน มีผู้สนใจซื้อซองประกวดราคา 7 ราย คือ หจก.รังนกตรัง บริษัท คิว พี เอฟ (เอเชีย แปซิฟิก) จำกัด หจก.บีวาย บิวซิเนส หจก.ประยงค์ศิลป์การโยธา บริษัท ภูเก็ตทักษิณวาย บิวซิเนส บริษัทขวานเพชร (สยาม) จำกัด คอนสตรัคชั่น จำกัด และหจก.โรดแอนด์ไบรท์

 อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มี หจก.รังนกตรัง บริษัท คิว พี เอฟ (เอเชีย แปซิฟิก) จำกัด หจก.บีวาย บิวซิเนส และหจก.ประยงค์ศิลป์การโยธา ต่างส่งตัวแทนมาสังเกตการณ์หน้าห้องประมูล แต่เมื่อหมดเวลากลับไม่มีใครยื่นซองประมูลแม้แต่รายเดียว

 นายพิพิธ บุญชู ตัวแทนบริษัทคิว พี เอฟ (เอเชีย แปซิฟิก) จำกัด กล่าวว่า วันนี้ตัวแทนผู้ที่ซื้อซองประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น จ.ตรัง มาสังเกตการณ์เท่านั้น เพราะมีการพูดคุยและตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีตัวแทนของผู้ที่ซื้อซองก่อนหน้านี้เข้ายื่นเอกสาร เนื่องจากราคากลางที่ทางจังหวัดตั้งไว้สูงเกินไปหากยังขืนประมูลก็จะขาดทุน แต่ถ้าหากจังหวัดปรับลดราคากลางลงในท้องที่ อ.ปะเหลียน เหลือ 50 ล้านบาท เชื่อว่าจะทำให้เกิดการแข่งขันกัน และไม่แน่ราคาอาจสูงขึ้นไปถึง 55 ล้านบาทก็เป็นได้ ส่วนท้องที่ อ.กันตังและสิเกานั้น ราคาที่เหมาะสมยังยืนยันว่า ควรจะอยู่ที่ 5 ล้านบาท แต่ถ้าใครประมูลได้เฉพาะสัมปทานในเขตนี้เพียงเขตเดียว ก็ไม่คุ้มกับการดำเนินการ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่สูง เชื่อแน่ว่าที่สุดแล้วหากไม่มีใครประมูลจังหวัดก็จะปรับลดราคากลางลงอีก ตามที่ผู้ประมูลเสนออย่างแน่นอน

 นายพิพัฒน์ อมรวัตพงศ์ ทนายความและที่ปรึกษา หจก.รังนกตรัง กล่าวว่า ราคากลางที่ปรับลดลงมายังสูงเกินไป ประกอบกับนกในเกาะมีปริมาณน้อยกว่าที่ผ่านมา ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่สูง และต้องเสียค่าจัดเก็บรังนกให้แก่อุทยานอีก 5 แสนบาทด้วย ดังนั้นเห็นว่าหากจังหวัดปรับราคากลางเริ่มต้นที่ 50 ล้านบาทเศษ ผู้ประกอบการก็คงจะสู้ราคาไหว และเชื่อแน่ว่าจะมีผู้สนใจประมูลจำนวนมากอย่างแน่นอน

 ขณะที่ นายไชยยศกล่าวว่า หลังจากที่ไม่มีใครประมูลรังนกนางแอ่น ทางคณะกรรมการจะทำรายงานเสนอไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อเรียกประชุมใหม่อีกครั้งว่าจะหามาตรการใด ส่วนที่ไม่มีผู้มายื่นเอกสารประมูลนั้นยังไม่ทราบสาเหตุ