ข่าว

เพลี้ยกินนาข้าวพิจิตรเสียหายยับ

เพลี้ยกินนาข้าวพิจิตรเสียหายยับ

03 ธ.ค. 2552

สุพรรณบุรี/พิจิตร - ชาวนาสุพรรณบุรี พลิกวิกฤติเป็นโอกาสดักเพลี้ยกระโดดขาย กก.ละ 2,000 บาท ขณะที่พิจิตรประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ ในพื้นที่ 9 อำเภอ ถูกเพลี้ยเล่นงานเสียหายกว่า 2 แสนไร่

  นายบุญชู จันทร์สุวรรณ์ นายก อบจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดกัดกินต้นข้าวของชาวนาได้รับความเสียหาย นอกจากการใช้สารเคมี กำจัดเพลี้ยกระโดด และแมลงที่กัดกินต้นข้าวแล้ว น่าจะมีวิธีกำจัดอื่นที่ไม่เป็นอันตรายแก่เกษตรกร จึงมีแนวคิดว่าน่าจะให้เกษตรกรหาวิธีจับเพลี้ยกระโดดโดยวิธีใดก็ได้ แล้วนำมาขายทาง อบจ.จะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 2,000 บาท แต่ต้องตากให้แห้งโดยมอบหมายให้เกษตรอำเภอทุกอำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นฝ่ายดำเนินการ และ อบจ.เป็นคนจ่ายเงินและหากเกษตรกรรายใดสามารถนำเพลี้ยมาขายได้จำนวนน้ำหนักมากที่สุดจะได้รับเงินราง วัลเพิ่มอีก 10,000 บาททั้งนี้เพลี้ยที่รับซื้อนั้นจะหาวิธีนำไปกำจัดหรือนำไปทำประโยชน์อะไรได้บ้าง

 นายประทุม ยิ้มยวล ชาวนา ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี  เปิดเผยว่า หลังถูกเพลี้ยกระโดดเล่นงาน ทางจังหวัดได้เข้ามาช่วยเหลือ และทาง อบจ.ประกาศยังรับซื้อเพลี้ยกระโดด กก.ละ 2,000 บาท ทำให้ชาวนาในพื้นที่จำนวนมากพากันตื่นตัวหา ซื้อหลอดไฟมาดัก ส่วนตนได้นำเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กมาปั่นเพื่อดักเพลี้ยกระโดด ซึ่งแต่ละคืนจะได้เพลี้ยกันประมาณ 4-5 กก.จากนั้นจะนำไปคัดกรองเอาเฉพาะเพลี้ยกระโดดแล้วนำไปตากแห้งเพื่อรวบรวมไว้ขาย
 ส่วนที่ จ.พิจิตร ก็ประสบภัยนาข้าวของเกษตรกรถูกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่กัดกินต้นข้าวเช่นกัน ล่าสุดนายสลักเลข คำใจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า จังหวัดพิจิตร ได้ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติฉุกเฉิน  ในพื้นที่ 9 อำเภอ 365 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอสามง่าม วชิรบารมี ดงเจริญ บางมูลนาก วังทรายพูน โพทะเล สากเหล็กและตะพานหิน ซึ่งมีเพลี้ยกระโดดระบาดหนักที่สุดถึง 12 ตำบล 69 หมู่บ้าน

 ส่งผลให้ผลผลิตในนาข้าวได้รับความเสียหายอย่างหนัก ยากแก่การเยียวยา นาบางแปลงถูกเพลี้ยกระโดดกัดกินต้นข้าวจนแทบไม่เหลือให้เก็บเกี่ยว ชาวนาบางรายตัดสินใจเผาต้นข้าวทิ้งเพื่อกำจัดการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว  ซึ่งผลสำรวจของนักวิชาการเกษตร พบว่าเสียหายไปแล้วกว่า 2 แสนไร่ โดยเฉพาะนาข้าวหอมมะลิในเขต อ.ทับคล้อ บางมูลนาก และดงเจริญ ได้รับความเสียหายมากกว่าครึ่ง ทำให้ผลผลิตข้าวของ จ.พิจิตร ลดต่ำลง 30% หรือปริมาณข้าวเสียหายมากกว่า 1 แสนตัน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการชำระหนี้ของเกษตรกรและผลผลิตเพื่อการส่งออกก็พลอยได้รับผลกระทบกระเทือนตามไปด้วย