ข่าว

ตลาดโลกกว้านซื้อข้าวหอมมะลิแตะตันละ1.4หมื่น

ตลาดโลกกว้านซื้อข้าวหอมมะลิแตะตันละ1.4หมื่น

02 ธ.ค. 2552

ชาวนาเชียงใหม่ เฮราคาข้าวพุ่ง หอมมะลิแตะตันละ 1.4 หมื่นบาท ส่วนข้าวเหนียวตันละ 10,000 บาท ถือเป็นประวัติการณ์ ชี้ปัจจัยตลาดโลกต้องการข้าวเพิ่ม หลังพื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่เสียหายจากสภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้ผลผลิตข้าวลดลง ชี้ชาวนาฉวยโอกาสไม่เร่งระบายข้าวรอจั

นายบุญช่วย ทิพย์เดโช ประธานสหกรณ์การเกษตรสันป่าตอง จำกัด  เปิดเผยว่า  ราคาข้าวนาปีในฤดูกาลผลิตปลายปี 2552 นี้ ขยับตัวสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับฤดูกาลผลิตข้าวนาปีในปี 2551 ที่ผ่านมา ล่าสุดราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ 105 ความชื้นไม่เกิน 15% ที่สหกรณ์ฯรับซื้อจากสมาชิก ตันละ 14,300 บาท  จากเดิมเฉลี่ยตันละ 10,000 บาท ส่วนข้าวเปลือกเหนียว กข.6 ตันละ 10,600 บาท   จากเดิมตันละไม่ถึง 10,000 บาท  ภาพรวมราคาข้าวนาปีในฤดูกาลผลิตปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากเป็นประวัติการณ์และยังมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง

 ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นมาจากผลผลิตข้าวในตลาดโลกลดลงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและหลายประเทศมีความต้องการข้าวเพิ่มขึ้น รวมทั้งการคาดการณ์ผลผลิตข้าวในอนาคตที่จะลดลง

 นายบุญช่วย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันผลผลิตข้าวของสมาชิกในอ.สันป่าตองและแม่วาง มีทั้งสิ้น 4,100 ไร่ ผลผลิตข้าวเฉลี่ยไร่ละ 600 ไร่ รวมจำนวนผลผลิตประมาณ 2,460 ตัน   ผลผลิตปีนี้ถือว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นมากเพราะสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย และสกรณ์ฯ ได้ให้การส่งเสริมเกษตรกรที่เป็นสมาชิกปลูกข้าวโดยนำเมล็ดพันธุ์มาแจกจ่าย ช่วยเหลือเรื่องปัจจัยการผลิต และเงินกู้

 นอกจากนี้สหกรณ์ฯยังเปิดจุดรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกฯ เพื่อจำหน่ายให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ทำสัญญาซื้อขายไว้ รวมทั้งบรรจุถุงขายให้กับบริษัท แอมเวย์ จำกัด ซึ่งแต่ละปีจะทำสัญญาสั่งซื้อ 2 ครั้ง เฉลี่ยครั้งละ 20 - 30 ตัน ขณะนี้ในพื้นที่อ.สันป่าตองและแม่วางเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณ 50%

 นายชัยศิลป์ รินแก้ว ประธานสมาพันธ์เกษตรกรไทยภาคเหนือ  กล่าวว่า  ราคาข้าวนาปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เป็นโอกาสทองของชาวนาไทยที่จะขายข้าวได้ราคาดีและลืมตาอ้าปากได้   ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น มี 2 จังหวะ คือ ความต้องการข้าวในตลาดโลกที่สูงขึ้น เพราะประเทศที่เพาะปลูกข้าวพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติและสภาพอากาศที่แปรปรวน

 รวมทั้งการที่เกษตรกรไม่เร่งระบายข้าวออกสู่ตลาดแต่ทะยอยขาย พ่อค้าคนกลางและโรงสีจึงต้องซื้อข้าวในราคาสูง แสดงให้เห็นว่าโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นกลไกสำคัญทำให้เกษตรกรไม่ระบายข้าวออกมาพร้อมกัน แต่เก็บผลผลิตไว้ก่อนเพื่อรอให้รัฐบาลประกาศราคาข้าวทุก 15 วัน จากเดิมที่ผ่านมาถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบมานาน ส่วนพื้นที่เพาะปลูกของจ.เชียงใหม่ ไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่จำนวนผลผลิตเพิ่มขึ้นเพาะสภาพอากาศเอื้ออำนวย