
จับแล้วแก๊งปล้นธุรกิจไต้หวันจนมุมที่สิงห์บุรี
แก๊งมาเฟียไต้หวัน 7 คน สวมไอ้โม่งควงปืนบุกจี้นักธุรกิจชาติเดียวกันคาบ้านหรูกลางเมืองเชียงใหม่ กวาดเงินไป 10 ล้าน ตำรวจหวั่นสร้างเรื่อง สั่งหาหลักฐานพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังพบพิรุธหลายอย่าง
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 ธ.ค.ร.ต.อ.เทียน ธนะสารปัญญา พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายพร้อมอาวุธครบมือบุกปล้นบ้านนักธุรกิจชาวต่างชาติได้เงินสดไปกว่า 10 ล้านบาท เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 259 ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงรายงานไปยัง พ.ต.อ.ปิยบุตร อัจฉริยมงคล ผกก.สภ.ช้างเผือก และ พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไป สอบสวนยังที่เกิดเหตุพร้อมชุดสืบสวนและตำรวจวิทยาการ
ในที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านหรูสองชั้นบนเนื้อที่ประมาณ 300 ตาราง วา ใต้ต้นไม้ข้างรั้วบ้านและบริเวณใกล้เคียงพบหมวกไหมพรมสีดำตกอยู่ 2 ใบ พร้อมมีดสปาร์ต้าอย่างดียาวประมาณ 20 นิ้ว ตกกระจัดกระจายในบริเวณ เดียวกัน 4 เล่ม พร้อมปลอกลายพราง 1 อัน ส่วนนายเกา ฮัน เชีย ( Kao Han Cher ) ผู้เสียหายชาวไต้หวัน พร้อมภรรยาชาวไทยยืนรอตำรวจด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
จากการสอบสวน นายเกา ให้การว่าตนเองประกอบอาชีพเป็นนักลงทุน โดยก่อนหน้านี้ได้เช่าบ้านหลังดังกล่าวอาศัยอยู่กับภรรยาชาวไทย และได้กู้เงินมาจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อลงทุนเปิดคาราโอเกะใน จ.เชียงใหม่ โดยขณะเกิดเหตุตนและภรรยากำลังอยู่ในบ้านตามปกติ ได้มีรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมูเตอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฮค - 902 กรุงเทพมหานคร ขับมาจอดหน้าบ้าน
จากนั้นชายประมาณ 6 - 7 คน สวม หมวกไหมพรมอำพรางใบหน้า ใช้อาวุธปืนลูกซองและมีดเล่มใหญ่จี้บังคับเอา เงิน ด้วยความกลัวจะถูกฆ่าตนจึงเปิดเอาเงินสดจำนวน 10 ล้านบาท ที่เก็บไว้ในตู้บนหัวเตียงให้ไป ก่อนคนร้ายทั้งหมดจะวิ่งหลบหนีออกไปจากบ้าน
หลังได้ข้อมูล พล.ต.ต.สมหมาย ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าตรวจสอบในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์ทุกแห่ง รวมทั้งสนามบิน สถานนี้ขนส่งและสถานีรถไฟ เพื่อคนหารถต้องสงสัยคันดังกล่าว พร้อมสั่งปิดบ้านที่เกิดเหตุให้ตำรวจวิทยาการเข้าเก็บพยานหลักฐาน ที่พบทั้งหมดไปตรวจสอบ
พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า จากการสอบถามได้รับการยืนยันจากผู้เสียหายว่ากลุ่มคนร้ายเป็นชาวไต้หวันเนื่องจากมีการใช้ภาษาไต้หวันขณะก่อเหตุ จึงได้ประสานไปยังตำรวจท่องเที่ยวเพื่อตรวจสอบประวัติการเดินทาง ของชาวไต้หวันที่เข้ามาในประเทศไทยทั้งหมด และยังพบด้วยว่ารถตู้คันดังกล่าวถูกเช่ามาจากกรุงเทพฯซึ่งจะมีการตรวจสอบหาผู้เช่าในทันที
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สมหมาย ตั้งข้อสังเกตว่า พฤติกรรมการก่อเหตุตามรับแจ้งที่ไม่มีการทำร้ายผู้เสียหาย ไม่มีการต่อสู้ขัดขืน ทำให้สงสัยว่าหากมีเหตุเกิดขึ้นจริง กลุ่มคนร้ายอาจเป็นพวกเดียวกัน อย่างไรก็ดี ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีเงินสดจำนวนดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะเบื้องต้นผู้เสียหายยังไม่ระบุถึงที่มาของเงินจำนวนนี้ หรือข้อเท็จจริงเป็นเรื่องอะไร มีเบื้องหลังหรือไม่ รวมถึงต้องตรวจสอบไปด้วยว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฏหมายอย่างอื่นหรือไม่ เพราะสภาพภายในบ้านที่เกิดเหตุเป็นเพียงบ้านโล่ง ๆ ผิดวิสัยของบ้านคนอยู่ทั่วไป ทั้งหมดนี้ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนลักษณะของกลุ่มคนร้ายจะมีการสืบหาตามที่รับแจ้งไปพร้อมกัน
จับแล้วแก๊งปล้นธุรกิจใต้หวันมาจนมุมที่สิงห์บุรี
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.(2ธ.ค.) พ.ต.ต.ดำรงค์ศักดิ์ ต.ประเสริฐ สว.ทล.สิงห์บุรี รับแจ้งจากสืบภาค 5 ว่ามีคนร้ายก่อเหตุปล้นเงินจากจากจังหวัดเชียงใหม่ ขอให้สกัดจับ โดยขณะตั้งด่านตรวจบริเวณ จุดป้อมทางหลวงสิงบุรี ถนนสายเอเซีย ต.บางน้ำเชียว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี จึงได้ทำการตรวจสอบรถตู้หมายเลขทะเบียน ฮค-902 กทม.สีบรอนเงิน ภายในรถมีผู้โดยสารมาด้วย 5 คน โดยมีคนขับเป็นคนไทย ส่วนผู้โดยสาร อีก4คน เป็นชาวใต้ ทั้งหมดพูดภาษาไทยไม่ได้ อายุประมาณ 20-25 ปี
จากากรตรวจสอบเจ้าหน้าหน้าที่ พบเงินที่ปล้นมาได้จำนวน 11 ล้านบาท ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าหิ้วสำหรับเดิน ภายในรถตู้ ก่อนทำการจับกุมและนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.สมยศ พรหมนิ่ม รักษาการ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมสอบด้วย



