ข่าว

นครบาลเตรียมแผนคุมเข้มกทม.ช่วงปีใหม่

นครบาลเตรียมแผนคุมเข้มกทม.ช่วงปีใหม่

02 ธ.ค. 2552

"นครบาล"ผุดแผน"ธันวา 52" ขานรับนโยบาย"เทพเทือก" ดูแลความสงบเรียบร้อยกทม.นับถอยหลังเข้าสู่ต้นปี 53 หวั่นไม่ปลอดภัย กำหนด " จุดเฝ้าระวัง 3 ระดับทั่วกรุงรวม 4,375 จุด เน้นจุดเฝ้าระวังพิเศษ 361 แห่ง " เขตพระราชฐาน-บ้านพักบุคคลสำคัญ "

(2ธ.ค.) ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล( รรท. ผบช.น.) เรียกประชุมนายตำรวจระดับ รอง ผบช.น.ทั้งหมด ผู้บังคับการอำนวยการ บช.น. ( ผบก.อก.) และนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแผนดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยพื้นที่ กทม.หลังรัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ โดยใช้ชื่อแผนใหม่ว่า " ธันวา 52 "

 พ.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บังคับการ อก.บช.น.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า สืบเนื่องจากที่รัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในในเขต กทม. ได้มีมติให้ สตช.และ บช.น.ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ เป็นหน่วยงานหลัก หลังจากรับมอบภารกิจแล้ว สตช.ได้สั่งการให้ บช.น.จัดทำแผนต่างๆ ดูแลความสงบเรียบร้อย กทม. ซึ่งจะมีต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ ทั้งงานฉลอง 5 ธันวา ทั้ง 3 จุดที่จัดงาน รวมทั้งการดูแลพื้นที่ กทม.ทั้งหมด

 พ.ต.อ.ปิยะ กล่าวต่อว่า เมื่อค่ำที่ผ่านมา พล.ต.ท.สัณฐาน ได้เรียกหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาจัดทำแผนการแนวทางการปฏิบัติ โดยการสนธิกำลังทั้งหมดของ บก.น. 1 - 9 กก.สส. บก.ตปพ. บก.จร. หน่วยอื่นๆ ทั้งหมด ได้ข้อสรุปและจะออกเป็นคำสั่งปฎิบัติการในการดูแลพื้นที่ กทม. ใช้ชื่อว่า "แผนธันวา 52" เป็นการทบทวนแผนมกรา 50 เดิม เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปจึงยกเลิกมกรา 50 ปรับเปลี่ยนเป็น ธันวา 52 แทน โดยเนื้อหาแผนธันวา 52 มี 2 ภารกิจหลัก คือ 1.รักษาความสงบเรียบร้อย รักษาความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินของประชาชนและทางราชการ 2.ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์การก่อความไม่สงบภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ รวมทั้งการเฝ้าระวังป้องกันเหตุแก้ไขกรณีมีเหตุการณ์ต่างๆ

 รอง โฆษกฯ สตช. กล่าวต่อว่า แนวทางในการปฏิบัติคือ เพิ่มความเข้มในการสืบสวนหาข่าว โดยการประสานความร่วมมือทั้งฝ่ายสืบสวนของ สน.ต่างๆ ฝ่ายสืบสวนของ กก.สส.บก.น. 1 - 9 บก.สส.บช.น. และ ความร่วมมือจากสันติบาล ประชาคมข่าวหน่วยเกี่ยวข้อง ในการติดตามสถานการณ์กลุ่มบุคคลที่อาจก่อเหตุวุ่นวายได้ พร้อมรื้อฟื้นและตรวจสอบเพิ่มเติม กำหนดเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง 3 ระดับในการดูแล โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น

 1.เฝ้าระวังพิเศษอย่างยิ่งมี จำนวน 361 จุด ประกอบด้วย เขตพระราชฐานทั้งหมด สถานที่พักอาศัยบุคคลสำคัญ สถานฑูต ทำเนียบฯ สถานที่พักเอกอัคราชฑูต องค์กรระหว่างประเทศ ขนส่งสาธาณะสาธารณูปโภคที่สำคัญทุกแห่ง คลังน้ำมัน ศูนย์การค้า แหล่งท่องเที่ยว ที่มีชาวต่างชาติจำนวนมาก สถานที่เป็นสัญญลักษณ์ของประเทศทั้งหมด 2.พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ มี 791 จุด ได้แก่สถานที่ราชการ ศูนย์การค้า วัด มัสยิด โบสถ์ 3. เฝ้าระวังทั่วไป มี 3,223 จุด ได้แก่ ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ สถานบันเทิง สถานศึกษา พื้นที่สาธาณะอื่นๆ ทั่วไป

นอกจากนี้ยังมี 10 เส้นทางหลักเข้า-ออก กทม. คือ ถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีฯ ถนนรามอินทรา ถนนสุขุมวิท ถนนเพชรเกษม ถนนบรมราชชนนี ถนนพระราม 2 ถนนกาญนาภิเษก ทางด่วนทั้งหมด จะใช้กำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจของ บก.จร. สน.ท้องที่ และ สายตรวจ ตปพ. นอกจากนี้ยังมีกำลังตำรวจจาก ตชด. บช.ก. และ ทหาร มาตั้งจุดตรวจร่วมทั้ง 10 เส้นทางดังกล่าว ส่วนเส้นทางอื่น ที่เป็นเส้นทางรอง มอบให้ตำรวจ สน.ท้องที่รับผิดชอบดูแล