
กกต.เชือด'พฤฒิชัย'ตกเก้าอี้รมช.คลัง
มติกกต. เชือด"พฤฒิชัย ถือหุ้นเกินกม.กำหนด เตรียมชงเรื่องให้ศาล รธน. พิจารณาความเป็น รมต. อ้างเข้าข่ายจงใจปกปิดบัญชีทรัพนย์สินฯ
(2ธ.ค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. แถลงว่า ที่ประชุมกกต.มีมติเสียงข้างมากให้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาความเป็นรัฐมนตรีของนายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรคสาม ทั้งนี้สืบเนื่องจาก การที่ป.ป.ช.มีหนังสือแจ้งต่อกกต. ว่า นายพฤฒิชัยได้ถือหุ้นในบริษัทเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยถือหุ้นใน 2 บริษัท คือหุ้นในบริษัท ครัวราสเบอรี่ จำกัด จำนวน 200 หุ้น จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 1,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 20 และถือหุ้นในบริษัท อีสเทอร์น ดราก้อน จำกัด จำนวน 450,000 หุ้น จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 4 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 11.25 จึงเถือเป็นการถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่จำหน่ายได้ในบริษัท และมิได้มีหนังสือแจ้งให้ประธานป.ป.ช.ทราบว่า ประสงค์จะได้รับประโยชน์จากการเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัททั้ง 2 แห่ง ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
ซึ่งเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 269 ประกอบมาตรา 5 แห่งพ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 ( 7 )
นายสุทธิพล กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวของนายพฤฒิชัยเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยเจตนา เป็นการจงใจปกปิดการถือหุ้น ข้ออ้างที่นายพฤฒิชัยหยิบยกขึ้นต่อสู้โดยระบุว่า บริษัททั้ง 2 แห่งได้เลิกกิจการไปแล้ว แต่เมื่อได้ตรวจสอบก็พบว่า บริษัทแห่งหนึ่งยังอยู่ขั้นตอนการชำระบัญชี และอีกหนึ่งแห่งยังไม่ได้ชำระบัญชี ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1,249 แม้บริษัทจะเลิกกิจการ แต่ก็ให้ถือว่ายังคงตั้งอยู่ ตลอดระยะเวลาที่จำเป็นในการชำระบัญชี ดังนั้นจึงถือว่า บริษัททั้ง 2 แห่งยังคงอยู่
นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวป.ป.ช.ได้ตรวจสอบ แต่ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดที่ให้อำนาจป.ป.ช.ในการดำเนินการต่อ ป.ป.ช.จึงส่งเรื่องดังกล่าวแจ้งแก่นายกรัฐมนตรี ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภา และประธานกกต. โดยกกต.ก็มีอำนาจตามรับธรรมสูญมาตรา 182 วรรค 3 ในการเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา



