
แม่เหยื่อรถไฟชน สุดท้อ ไร้หน่วยงานเยียวยา
แม่เหยื่อรถไฟชนสองพี่น้อง สุดท้อ ศูนย์ยุติธรรมจังหวัดตรังบอกหมดหนทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางรัตนา สิทธิพันธ์ อายุ 50 ปี แม่ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยครอบครัวเดินทางมาร้องทุกข์พึ่งศูนย์ยุติธรรมจังหวัดตรัง หลังจากสูญเสียลูกชาย 2 คน คือ นายทศพร สิทธิพันธ์ อายุ 29 ปี เป็นพนักงานบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สาขาตรัง หรือโรงงานผลิตถุงมือยาง (ไทยกอง) และ นายสรวิศ สิทธิพันธ์ อายุ 25 ปี เป็นพนักงานประจำตึกโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต สองพี่น้องที่ประสบอุบัติเหตุ รถไฟขบวนเร็วกรุงเทพฯ-กันตัง เที่ยวที่ 167 ชนกับรถยนต์เก่งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนด์ ทะเบียน กธ 8747 ตรัง เหตุเกิดบริเวณถนนพาดรถไฟ พื้นที่ ม.4 บ้านป่ากอ ต.คลองชีล้อม อ.กันตัง จ.ตรัง เมื่อช่วงบ่ายเวลาประมาณ 13.00 น.วันที่ 11 ต.ค.62 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเยียวยา อีกทั้งการรถไฟยังปัดความรับผิดชอบยืนยันว่าการรถไฟไม่ผิดและจะไม่ขอรับผิดชอบใดๆ
นางรัตนา แม่เหยื่อผู้เสียหาย เล่าทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังยากจะทำใจ ส่งผลให้ครอบครัวลำบากมากเพราะรายได้ส่วนใหญ่ได้มาจากลูกชายทั้งสองคน และยังมีภาระเลี้ยงดูหลานอีก 2 คน กราบขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมือช่วย วันนี้มาร้องทุกข์ปรึกษากับเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดตรัง ขอให้การรถไฟช่วยเหลือเยียวยา ให้เขามีน้ำใจยื่นมือช่วยบ้างตามหลักมนุษยธรรม เพราะตนและสามีก็ไม่สามารถทำงานได้แล้วอายุมากแล้วเขาไม่รับทำงานแล้ว ชีวิตแสนยากเข็ญและมือข้างขวาของตนโดนงูพิษกัดเมื่อปีที่แล้ว ชีวิตวันนี้ไร้ที่พึ่งหลังสูญเสียลูกชายทั้งสองหันพึ่งศูนย์ยุติธรรมจังหวัดตรังแต่ไร้ผลซึ่งทางรถไฟยังยืนยันว่าทางเราผิด และเมื่อการรถไฟไม่ช่วยตนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ตนรู้สึกท้อใจทุกวันนี้ตนก็ยังทำใจไม่ได้และคงจะทำใจไม่ได้ไปตลอดชีวิตเพราะลูกชายเสียชีวิตไปพร้อมกันทั้ง 2 คน วันที่ทราบข่าวตนช็อกไปเลย
ขณะที่ นางสาวณิชกานต์ ว่องก๊ก อายุ 24 ปี ภรรยานายสรวิศ 1 ในผู้ที่เสียชีวิต เผยว่า หลังจากที่เผาศพสามีแล้วได้เข้าฝันว่าเขาได้มาไหว้พระที่บ้าน ถือธูป 3 ก้าน มาบอกว่าเสียใจ ตนก็ตอบกลับไปว่าตนก็เสียใจ ซึ่งสภาพที่เห็นคือเขาได้รับบาดเจ็บแต่หน้าตาปกติไม่มีบาดแผล ก่อนที่ตนจะตกใจตื่นขึ้นมา
ขณะเดียวกันทางญาติและชาวบ้านในชุมชนบ้านป่ากอ ยังคงติดใจหลังจากทางรถไฟปัดความรับผิดชอบ เกิดข้อกังขา 3 สาเหตุ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีแผงกั้น และเนินดินตรงทางโค้งก่อนถึงจุดตัดข้ามทางรถไฟมีพุ่มไม้บดบังสายตาคนขับรถจะมองไม่เห็นว่ารถไฟมา และวันเกิดเหตุขบวนรถมาช้าผิดเวลา จึงขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง.
ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง



