
นายทุนฉวยโอกาส นำเข้าข้าวสารราคาถูก
ด่านศุลกากรมุกดาหารจับกุมข้าวสารเหนียวหลีกเลี่ยงภาษี มูลค่ากว่า 6 แสนบาท
วันนี้ ( ๑ พ.ย.๖๒) เวลา ๑๕.๐๐ น. ที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร นายกิตติ สุทธิสัมพันธ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร นายกฤษฎา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ ๒ นายพร้อมชาย สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นายด่านศุลกากรมุกดาหาร พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร
ได้แถลงข่าวการจับกุมข้าวสารเหนียว ๕๒๐ กระสอบ น้ำหนักรวมทั้งสิ้น ๒๖,๐๐๐ กิโลกรัม มูลค่ากว่า ๖๐๐,๐๐๐ บาท(หกแสนบาท) พร้อมด้วยผู้ต้องหา ๒ ราย รถยนต์บรรทุก ๒ คัน
โดยนายกิตติ สุทธิสัมพันธ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า จากนโยบาย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร ให้หน่วยงานสังกัด ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ เข้มงวดกวดขันในการสืบสวนและปราบปรามการกระทำความผิด ตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าข้าว ข้าวสารเหนียวและสินค้าเกษตรกร ตามตะเข็บชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน และตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยได้รับความเป็นธรรมในการขายผลผลิต และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อตลาดการค้าข้าวในประเทศไทย และเกษตรกรที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกนาปี ปีการเพาะปลูก ๒๕๖๒/๒๕๖๓ อย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่ง เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๖๖๒ เวลา ๒๐.๔๕ น. เจ้าหน้าที่ศุลกากรหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรมุกดาหาร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ได้ทำการจับกุม นายวชิระ ศิริเกตุ พร้อมของกลางข้าวสารเหนียว บรรจุกระสอบๆ ละ ๕๐ กิโลกรัม จำนวน ๓๒๐ กระสอบ น้ำหนักรวม ๑๖,๐๐๐ กิโลกรัม และรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อ ISUZU หมายเลขทะเบียน ๗๐-๑๔๔๕ กาฬสินธุ์ และนายอาทิตย์ พันธสุวรรณ พร้อมของกลางปลายข้าวสารเหนียว บรรจุกระสอบ ๆ ละ ๕๐ กิโลกรัม จำนวน ๒๐๐ กระสอบ น้ำหนักรวม ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม และรถยนต์บรรทุกสิบล้อยี่ห้อ ฮีโน่ หมายเลขทะเบียน ๘๑-๒๘๔๖ กาฬสินธุ์ รวมจำนวนทั้งสิ้น ๕๒๐ กระสอบ น้ำหนักรวมทั้งสิ้น ๒๖,๐๐๐ กิโลกรัมมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ บาท โดยจับกุมได้ที่
บริเวณทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ถนนชยางกูร ข. มุกดาหาร – นครพนม ไกล้ปั๊มน้ำมัน ปตท. ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งจาการตรวจสอบไม่พบเอกสารหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรที่ถูกต้องแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดของกลางทั้งหมด กรณีเป็นความผิดตาม ม.๐๙๒,๒๖,๒๒ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.๒๕๖๐ ประกอบ กับ มาตรา ๑๖๖,๑๖๗ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.๒๕๖๐ และผู้กระทำผิดนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว นางสาวพนิตตา สุขเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร



