
รบแตกหัก!จุดขาย"การเมืองใหม่" ?
แม้ "ม็อบเสื้อแดง" จะใจไม่ด้านพอ ตัดสินใจเลื่อนการชุมนุมออกไป จากที่เคยตั้งใจจะจัดม็อบ "ล้อมหน้า-ล้อมหลัง" วันมหามงคลของชาวไทย 5 ธันวาคม
บวกกับ "พรรคเพื่อไทย" ประกาศ “พักรบ” ชั่วคราวยกยอดไปต้นปีหน้า
ทำเอาดัชนีชี้วัดความสุขของคนไทยพุ่งพรวดพราดทุกโพลล์
แต่การเมืองในช่วงปลายปี ก็ใช่ว่าจะสงบราบเรียบปราศจากคลื่นลม
แต่เป็นเหมือน “น้ำนิ่งที่ไหลลึก" เสียมากกว่า
เพราะเมื่อเพ่งดู “เงื่อนเวลา” ที่ผูกเป็นปมของทุกฝ่าย ยังมองเห็นแนวโน้มของสถานการณ์ว่ายังคงความ “เคี่ยว” ไม่ลดน้อยถอยลงเลย
โดยเฉพาะ "คดีความยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 7.6 หมื่นล้านบาท" ที่ “มัดตราสัง” สะกดวิญญาณ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนดิ้นพรวดพราดอยู่ในเวลานี้ กำลังจะปิดบัญชี รอมัดปากหม้อแล้วโยนถ่วงน้ำ ไม่ปลายปีนี้ก็ไม่เกินต้นปีหน้า
กลายเป็น “เกมล่ามหาสมบัติ” ที่มีผู้ประกาศตัวเป็นหัวหอกในการไล่ล่ากันหลายต่อหลายเจ้า
ความต้องการจะ “ล้มคดี” เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้ "ขบวนการทักษิณ" เคลื่อนไหวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
วางยุทธศาสตร์ถล่มรัฐบาลทั้งในประเทศและจากนอกประเทศ
ขณะที่ “รัฐบาล” ซึ่งออกอาการ “ง่อนแง่น” มานานเพราะลูกขัดขากันเอง "เสี่ยงหัวทิ่ม-หัวตำ" มาหลายรอบ
แต่ก็ยังประคองกันสุดชีวิต ไม่ยอมให้วงแตก แยกกอ กันง่ายๆ
แม้กระแส “ยุบสภา” จะเริ่มแรงขึ้นตามพลังการเขย่าของ "ขบวนการทักษิณ" แต่เมื่อสแกนลงลึกกันแล้วตอนนี้ ไม่มีใคร “กล้าเสี่ยง” ล้างกระดาน แล้วไปวัดดวงในสนามเลือกตั้ง
โดยเฉพาะ “ภาคอีสาน” ที่ “ประชาธิปัตย์” อ่อนเป็นอย่างยิ่ง จึงหวังที่จะ “ยืมมือ” “พรรคภูมิใจไทย” ให้ไปตีฐาน “ทักษิณ” แย่งชิงพื้นที่ “ใบขวาน” ของไทยจากพรรคเพื่อไทยให้จงได้
เช็กกระแสแล้วก็ยัง “เป็นรอง” ทักษิณ อยู่หลายขุม
ซึ่งตอนนี้ต้องอดทนรอให้ “เม็ดเงิน” จากโครงการต่างๆ ทยอยหลั่งไหลลงสู่ท้องถิ่นต่างๆ ภายใต้โครงการ “ไทยเข้มแข็ง”
รวมทั้งปล่อยให้โครงการ “ล้างหนี้นอกระบบ” ได้โลดแล่น ซื้อใจชาวบ้านรากหญ้า ผลิตดอกผลให้งอกเงย ผันแปรเป็นคะแนนเสียงในอนาคตได้บ้าง
ดังนั้น “รัฐบาล” ตอนนี้ จะเล่นเกม “ยื้อ” สุดชีวิต ไม่ยุบสภา เพราะรู้ดีว่าถ้าสะบัดก้นออกจากบัลลังก์อำนาจรัฐแล้ว มีสิทธิ์ที่จะ “ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี” สูงอย่างยิ่ง
แต่ถ้าจะขยับขับเคลื่อนกัน เต็มที่ก็แค่ “ปรับ ครม.” เพื่อจัดวางขุมกำลังกันใหม่ เกลี่ยผลประโยชน์ "แบ่งเค้ก" ในพรรคร่วมให้ลงตัวเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นยุบสภา
“พรรคประชาธิปัตย์” อาศัยเกมแก้รัฐธรรมนูญ บังหน้า "ทำเนียนๆ" แอบอิงไปกับกระบวนการประชามติ ซึ่งถ้ามีจริงก็จะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 8 เดือน ถึงจะรู้ผลว่าประชาชนอยากให้แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่และในประเด็นอะไรบ้าง
ครั้นย้อนไปดูท่าทีของ “มือใหม่หัดขับ” ในวงการเมือง อย่าง “พรรคการเมืองใหม่” หลังจากแปรรูปมาจาก “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ก็ส่งสัญญาณแปลกๆ อย่างมีนัย
โดยเฉพาะการออกมา "ถล่ม" หลังจากที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ตัดสินใจ "ปลดชนวน" ขัดแย้ง ด้วยการโบกมือลาวงสัมมนาหอการค้าไทย ไม่ไป จ.เชียงใหม่ ทำนองว่า ถือเป็นความพ่ายแพ้ของคนไทยทั้งประเทศ ทั้งที่รู้ว่าอารมณ์ความร้อนแรงของ "เสื้อแดง" คุกรุ่นถึงขนาดสามารถไล่ทำร้ายถึงขั้นเอาชีวิต
จึงถูกตีความกันยกใหญ่ว่า “พรรคการเมืองใหม่” ต้องการให้กองกำลังของรัฐบาลชนกับ “เสื้อแดง” นั้นเพื่ออะไร?
เพราะถ้ามองย้อนกลับไปเมื่อวันวาน "กลุ่มพันธมิตร" เองในสมัยที่ปิดล้อมรัฐสภา 7 ตุลา ก็มีจุดยืนไม่ต้องการให้ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น เข้าออกสภา ซึ่งเมื่อฝ่ายการเมืองดึงดันจะเข้าไป จึงเป็นที่มาของความรุนแรง
ดังนั้นเหตุใดวันนี้จึงเปลี่ยนจุดยืน อยากเห็นการปะทะกันบนแผ่นดิน
ยังไม่นับ “เป่านกหวีด” นัดรวมพลชาวเสื้อเหลืองที่สนามกีฬา 700 ปี จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 16 มกราคม 2553 ก็สุ่มเสี่ยงที่จะเผชิญหน้าระหว่างมวลชนด้วยกันเองอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน
ว่ากันว่าที่ “พันธมิตร” เลือก จ.เชียงใหม่ ก็เพื่อประกาศศักดาแห่ง “สีเหลือง” ให้เกรียงไกรกลางใจเมืองหลวงของ “สีแดง” ในภาคเหนือ หลังจากที่ฝ่าดงแข้งไปจัดคอนเสิร์ตการเมืองใน จ.อุดรธานี ศูนย์กลางสีแดงภาคอีสานสำเร็จมาแล้ว
หรือว่าการเร่งอุณหภูมิการเมืองให้ร้อนแรงวิ่งเข้าสู่จุดเดือด หรือการรบแบบ “แตกหัก” เป็นจุดขายของ "พรรคการเมืองใหม่" ฉะนั้นหรือ?
** โต๊ะข่าวการเมือง**



