ข่าว

มันก็อีหรอบเดียวกัน

มันก็อีหรอบเดียวกัน

02 ธ.ค. 2552

ไม่น่าเชื่อว่า ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ในภาวะ "ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ" นั้น เอาเข้าจริง ก็แทบจะมีสภาพไม่แตกต่างกัน

โดยเฉพาะ เรื่องปรับ ครม.

 รัฐมนตรีบางคน ไม่เคยได้ยินว่าทำอะไรได้บ้าง บางคนก็เน่าเปื่อยยุ่ยจนหาที่จับต้องไม่ได้ แต่ก็กะเตงกันไป ไม่สนอกสนใจเสียงเรียกร้อง ก่นด่า ชิงชังรังเกียจ

 การปรับ ครม.ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพรัฐบาล ว่าหากรัฐมนตรีคนใดเป็นเงื่อนไข หรือเป็นเป้าหมายของฝ่ายค้าน และมีแนวโน้มว่าจะเป็นจุดอ่อนที่จะพากันลงเหว นั่นแหละคือจุดที่จะทำให้เกิดการตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อเรียกร้อง เสียงด่า แม้กระทั่งข้อเสนอแนะจากชาวบ้าน นักวิชาการ แม้กระทั่งสื่อ

 สองพรรคนี้เหมือนกันเป๊ะ !

 เมื่อจัดการตั้งรัฐบาลแล้ว แกนนำรัฐบาล คือ ผู้ที่ต้องแสดงความรับผิดชอบกับพรรคร่วมรัฐบาล

 ยิ่งเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่พลิกขั้วโค่นพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลในช่วงที่ฝุ่นตลบจากการยุบพรรคพลังประชาชน ก็ดูจะยิ่งพยายามรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้คงทนถาวรให้มากที่สุด

 เงื่อนไขหนึ่งที่พรรคขนาดกลาง พรรคเล็กพรรคน้อย รวมทั้งกลุ่มก๊วนในพรรคพลังประชาชน โดดขึ้นเรือประชาธิปัตย์ แล้วถีบส่งแพพลังประชาชนทิ้งก็คือ ข้อเสนอที่เย้ายวนใจ

 โควตารัฐมนตรีที่เคยมี เคยได้ เมื่อครั้งร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนมาอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น

 ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร ไม่ว่า บางพรรคเหมือนไก่ได้พลอย เสียด้วยซ้ำไป

 ได้กระทรวงดี กระทรวงสำคัญ เอาไปบริหารกลับมีแต่จะล่มจม รัฐมนตรีบางคน ก็ทำได้แค่ ตัดแพรคลุมป้าย วันๆ ร่ำร้องแต่จะของบประมาณเพิ่ม

 แต่ไม่น่าเชื่อว่า แกนนำรัฐบาลกลับมองเห็นข้อตกลงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์นั้นยิ่งใหญ่ ที่ใครต่อใครก็ต้องเคารพ

 ไม่สนใจว่าเสียงทักท้วงให้เลิกเอาเด็กฝึกงานมาบริหารบ้านเมืองเลยแม้แต่น้อย

 คิดในแง่ดีก็พอมองได้ว่า เพื่อให้รัฐบาลนี้ก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคง ไม่มีปัญหาสนิมในเนื้อ หรือปัดแข้งปัดขากันใน ครม.

 แต่อีกแง่มุมที่มองกันไกลๆ มองกันยาวๆ เมื่อผลงานรัฐมนตรีไม่ออกมา ปัญหาชาวบ้านก็ไม่ได้รับการแก้ไข ซ้ำร้าย ยังจะเป็นการสร้างบรรทัดฐาน ให้พรรคร่วมรัฐบาลต่อรองเอาประโยชน์เต็มที่ โดยที่ประโยชน์ของชาวบ้านนั้นเป็นเรื่องที่มาในลำดับรองลงไป

 ขณะเดียวกัน ก็ใช้เกมเขย่าโฉม ครม.ใหม่ เป็นเกมการเมืองเพื่อให้แต่ละพรรคหันมาสนใจในเรื่องนี้ แทนที่จะรวมหัวกันเรียกร้องให้ เร่งมือแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่พรรคเล็กพรรคน้อยจะมีโอกาสชนะเลือกตั้ง แล้วเผอิญว่า พรรคใหญ่อย่างประชาธิปัตย์ได้เปรียบจากกติกาเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้

 การบริหารราชการแผ่นดิน ก็เลยกลายเป็นการบริหารเกมการเมือง

 แต่ก็นับว่า รัฐบาลนี้ยังโชคดีไม่น้อย ที่ได้ฝ่ายค้านผู้ไม่ค่อยเต็มใจทำหน้าที่ตรวจสอบกลั่นกรองงานรัฐบาล เพราะมัวแต่ไปสาละวนอยู่กับเกมการเมืองนอกสภา วันๆ ฝันเห็นแต่ภาพของ ทักษิณ ชินวัตร

 การตรวจสอบที่ควรจะเข้มข้น และถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ก็เลยกลายเป็นเรื่องราวที่น่ารำคาญ แถลงข่าวซ้ำซากไปในแต่ละวัน

 แต่ก็นั่นแหละยังพอมีเวลาสำหรับฝ่ายค้านในต้นปีหน้าที่สภาจะเปิดสมัยประชุมใหม่มีสิทธิยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 ตรงนั้นแหละจะได้วัดใจรัฐบาลผู้ยึดมั่นในคำสัญญาว่าจะกล้าหาญทำเพื่อชาติ ปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี หรือทำเพื่อการได้เป็นรัฐบาลกอดคอกันแหวว

 เหมือนกันหมด...พอได้เป็นรัฐบาลก็ยึดอำนาจของประชาชน

ศรุติ ศรุตา