ข่าว

2ธค.ศาลปค.นัดฟังอุทธรณ์คำสั่ง76มาบตาพุด

2ธค.ศาลปค.นัดฟังอุทธรณ์คำสั่ง76มาบตาพุด

01 ธ.ค. 2552

ศาลปค.สูงสุดนัดฟังคำสั่งคดี กก.สิ่งแวดล้อมฯ กับพวกอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการลงทุนมาบตาพุด 76 โครงการ วันที่ 2 ธ.ค. "สุวิทย์" จี้บริษัทรับผิดชอบแหลมฉบังสารเคมีรั่ว กรมคุ้มครองสิทธิฯ ประสานดีเอสไอลงพื้นที่ปราบปรามขบวนการลอบทิ้งขยะพิษ

 ความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กับพวกรวม 8 คน และบริษัท เหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด อินดัสเตรียลเอสเตท จำกัด กับพวกรวม 36 คน ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการมาบตาพุด ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ศาลปกครองกลางสั่งระงับการก่อสร้างลงทุน 76 โครงการในพื้นที่ อ.มาบตาพุด จ.ระยอง ไว้เป็นการชั่วคราว ล่าสุด นายเกษม คมสัตย์ธรรม ตุลาการศาลปกครองสูงสุด นัดฟังคำสั่งคำร้องดังกล่าวในวันที่ 2 ธันวาคม เวลา 13.30 น.

 คดีนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 43 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ, เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, รมว.อุตสาหกรรม, รมว.พลังงาน, รมว.คมนาคม, รมว.สาธารณสุข และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ว่าได้ร่วมกันทำไม่ถูกต้องตามขั้นตอนวิธีการอันเป็นสาระสำคัญ และละเลยต่อหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ในการดำเนินการให้ความเห็นชอบ อนุมัติ อนุญาต ให้ดำเนินโครงการหรือกิจกรรมหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง จำนวน 76 โครงการ กระทั่งศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการก่อสร้างโครงการลงทุน 76 โครงการ
นายกฯเผยรอผลคดีก่อนตัดสินใจ 

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวเป็นดุลพินิจของศาล จะให้พูดถึงคำวินิจฉัยของศาลล่วงหน้าคงจะยาก แต่หากศาลปกครองยืนคำสั่งเดิม รัฐบาลก็จะต่อสู้ในส่วนของคดีหลักที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดต่อไป แต่ถ้าศาลปกครองวินิจฉัยเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โครงการต่างๆ ก็จะเข้ามาสู่กระบวนการตามที่คณะกรรมการร่วมอิสระ 4 ฝ่าย ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน กำลังหามาตรการในการดำเนินการอยู่ ซึ่งขณะนี้มีการประชุมไปแล้ว 3 ครั้ง ก็เริ่มมีแนวทางชัดเจนมากขึ้นว่าแต่ละโครงการจะต้องดำเนินการอย่างไร ส่วนงบประมาณ 400 ล้านบาทเอามาจากงบกลาง แต่งบทั้งหมดจะมากกว่านี้

 ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบกลางสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นปี 2553 จำนวน 405.236 ล้านบาท โดยให้ผูกพันงบประมาณปี 2554 จำนวน 73.6725 ล้านบาท และปี 2555 จำนวน 25.6725 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาเร่งด่วนของมาบตาพุดในโครงการต่างๆ ทั้งการแก้ไขปัญหาขยะ การพัฒนาระบบประปา และการก่อสร้างโรงพยาบาล รวมทั้งการพัฒนาระบบสาธารณสุข

 นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึง กรณีสารพิษรั่วที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ที่มีนักการเมืองไปข่มขู่ชาวบ้านไม่ให้ออกมาร้องเรียนว่าหากร้องเรียนจะไม่มีการช่วยเหลือจากทางการว่า ไม่ควรจะมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น เพราะไม่มีเหตุผล เป็นหน้าที่ซึ่งรัฐบาลจะต้องดูแลอยู่แล้ว

ภาคเอกชนพร้อมรับคำวินิจฉัย

 ด้านนายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนเอกชนในคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด กล่าวว่า คำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร กลุ่ม ปตท.ก็พร้อมปฏิบัติตามเพื่อลดปัญหามลพิษและเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย หากคำพิพากษาออกมาเป็นบวก ก็จะส่งผลดีต่อการดำเนินงานในกลุ่ม ปตท. ทำให้โครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 และอีเทน แครกเกอร์ สามารถดำเนินการต่อไปได้

 นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนกำลังรอว่าการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ของศาลปกครองกลางจะออกมาอย่างไร  บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องคงส่งผู้แทนไปร่วมฟังการพิจารณาของศาลด้วย เช่น  ปตท. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)  เอกชนพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลไม่ว่าจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร อย่างไรก็ตาม เอกชนหวังว่าคำสั่งที่ออกมาจะเป็นแนวทางที่แก้ปัญหาให้แก่ทุกฝ่ายได้

 ทั้งนี้ โครงการลงทุนในมาบตาพุดพร้อมที่จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่กระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงหรือไม่ เอกชนขอเพียงให้มีความชัดเจนของการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญออกมา โดยคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง กำลังพิจารณาแนวทางการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ตกลงที่จะให้การศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ทำควบคู่กับการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพ (เอชไอเอ) ซึ่งภาคเอกชนก็เห็นด้วยเพราะจะได้ดำเนินการไปพร้อมกันเลย

 เมื่อศาลพิจารณาคำอุทธรณ์ครั้งนี้เสร็จแล้ว ยังเหลือคดีใหญ่ที่ผู้ร้องต้องการให้เพิกถอนใบอนุญาต 76 โครงการ ในช่วงที่มีการอุทธรณ์ได้หยุดพิจารณาไปและหลังจากวันนี้ไปแล้วก็คงต้องมาติดตามความคืบหน้าคดีเพิกถอนใบอนุญาตโครงการลงทุนในมาบตาพุด

จี้บริษัทนำเข้ารับผิดชอบสารเคมีรั่ว

   นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีสารเคมีรั่วไหลบริเวณท่าเรือแหลมฉบังว่า กรมควบคุมมลพิษได้เข้าไปดูตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ดูแลการจัดการและการขนย้ายเศษวัสดุที่ยังคงเหลืออยู่กว่า 3 ตัน โดยเอาไปเก็บไว้ที่ปลอดภัยแล้ว ขณะที่ฝ่ายตรวจสอบเรื่องอากาศได้นำรถมาตรวจสอบที่วัดแหลมฉบัง พร้อมทั้งตรวจสอบน้ำและพื้นที่โดยรอบของท่าเรือ ก็พบว่าอยู่สถานการณ์ที่ปกติ แต่ที่สำคัญการท่าเรือฯ ต้องมีมาตรการในการขนย้ายในกรณีที่เกิดเหตุ ซึ่งการท่าเรือฯ มีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ซักซ้อมและเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าในด้านความพร้อมเท่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นการท่าเรือฯ ควรที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการในการเตรียมมาตรการที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการจัดเก็บวัตถุอันตรายไว้ในที่ปลอดภัย ปัญหาคือหน่วยงานไม่ตื่นตัว เพราะในอดีตไม่เคยเกิดปัญหาอย่างนี้ คนที่รับผิดชอบก็เลยปล่อยปละละเลย
 เมื่อถามว่าทางบริษัทที่นำสารเคมีเข้ามาได้ชี้แจงอย่างไรบ้าง นายสุวิทย์ กล่าวว่า ทางบริษัทจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ 

 ประสานดีเอสไอปราบทิ้งขยะพิษ

 นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิผู้ได้รับความเสียหายแล้ว และประสานกับสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบังเพื่อรับแจ้งความร้องทุกข์คดีอาญา ฐานประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บ เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความช่วยเหลือตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 นอกจากนี้กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะประสานขอให้อัยการยื่นฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญาแก่บริษัทเอกชนด้วย เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาความเสียหายอย่างเป็นธรรม

 นางสุวณา กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ จ.ชลบุรี และระยอง ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก ที่ผ่านมามีการลักลอบทิ้งขยะสารพิษจำนวนมาก จึงเตรียมที่จะเสนอให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่อุตสาหกรรม เพื่อปราบปรามอย่างจริงจัง

 วันเดียวกัน ที่วัดแหลมฉบังเก่า หมู่ 3 ตำบลทุ่งศุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สว.สรรหา และ ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(กมธ.) วุฒิสภา พร้อมคณะเดินทางมารับฟังปัญหาสารเคมีรั่วไหลจากท่าเรือแหลมฉบัง โดยมีชาวบ้าน 300 คน มารับฟังพร้อมชี้แจงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

กรมสุขภาพจิตเฝ้าระวัง31ราย

 นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรีเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยจากเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้นำน้ำในบ่อน้ำตื้นจากบริเวณดังกล่าวในช่วง 2 วันที่ผ่านมา มาตรวจวิเคราะห์หาสารตกค้าง ผลไม่เจอสารตกค้าง นอกจากนี้จากการที่กรมสุขภาพจิตลงพื้นที่สำรวจสภาพจิตใจพบว่ามีผู้มีปัญหาทางจิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 31 รายที่ต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ในจำนวนนี้มี 3 รายที่มีอาการจนต้องติดตามอาการทุกสัปดาห์

 รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีดูแลประชาชนในเรื่องการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ พร้อมกับดำเนินการทำรายการค่าใช้จ่ายที่รักษาพยาบาลทั้งหมด โดยเบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุขจะออกค่ารักษาพยาบาลไปก่อน จากนั้นจะดำเนินการเรียกเก็บคิดบัญชีคืนจากบริษัทต้นเหตุที่ประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้