
เอสเอ็มอีแห่ขอสินเชื่อหลังศก.ฟื้นตัวชัด
กสิกรไทยชี้สัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวชัด ส่งผลเอสเอ็มอีแห่ขอสินเชื่อระยะสั้น ดันยอดสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 4-5% พร้อมตั้งเป้าปีหน้าขยายตัวอีก 8-10% ด้านสสว.เผยดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือน ต.ค. ลดลง เหตุจากราคาน้ำมันขยับขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกั
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากการที่เศรษฐกิจของไทยเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ลูกค้าเอสเอ็มอีเริ่มใช้สินเชื่อเพิ่มขึ้น โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ลูกค้าเอสเอ็มอีน่าจะยังมีความต้องการสินเชื่อระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารตลอดทั้งปี ขยายตัวประมาณ 4-5% หรือมียอดสินเชื่อ 360,000 ล้านบาท มียอดรายได้ 19,000 ล้านบาท และยังคงรักษาความเป็นอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 27%
"ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นที่หนึ่งในใจผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งสิ่งที่จะยืนยันได้ก็คือ การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 30% ในอีก 3 ปี และการเป็นแบงก์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือมากที่สุดสำหรับเอสเอ็มอี ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจในการใช้บริการ รวมถึงการเป็นธนาคารหลักในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า" นายปกรณ์กล่าว
สำหรับปี 2553 ธนาคารกสิกรไทย ตั้งเป้าขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น 8-10% ทำให้ยอดสินเชื่ออยู่ที่ 390,000 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 19% หรือ 23,000 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจจะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และโครงการลงทุนของรัฐบาลและเอกชน
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเอสเอ็มอี (สสว.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ ประจำเดือนตุลาคม เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2552 พบว่า ดัชนีรวมภาคการค้าและบริการปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 44.4 จากระดับ 45.4 และเป็นการปรับตัวลดลงทุกภาคธุรกิจ ทั้งการค้าส่ง ค้าปลีกและภาคบริการ เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและธุรกิจตนเองที่ค่าดัชนีปรับตัวลดลง
นอกจากนี้ ในส่วนความเชื่อมั่นในภาพรวม พบว่าความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตนเอง ค่าดัชนีปัจจุบันลดลงทั้งหมด มีสาเหตุมาจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อต้นทุนการประกอบการอันเนื่องมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมัน ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ส่งผลต่อการค้าขาย ทั้งในส่วนสินค้าเกษตรรวมถึงการค้าปลีกน้ำมันของสถานีบริการน้ำมัน ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด



