
สามีภรรยายืนยัน ครอบครัวที่เก็บทองได้ เอามาคืน จะไม่เอาความ
สามีภรรยายืนยัน ครอบครัวที่เก็บทองได้ในปั้มน้ำมันที่ อ.พุทไธสง เอามาคืน จะไม่เอาความ ขณะตำรวจกำลังหาหลักฐานเพิ่มเติม
วันที่ 31 ต.ค.62 กรณี น.ส.ปูชิดา หยาดไธสง อายุ 27 ปี และนายธนวัฒน์ หยาดไธสง อายุ 30 ปี สามี ชาว ต.บ้านจาน อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ส่งหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดภายในปั้ม ปตท.แห่งหนึ่งใน อ.พุทไธสง มาร้องสื่อ ให้ช่วยติดตามบุคคลในภาพ เนื่องจากได้เก็บทองรูปพรรณหนัก 2 บาท 50 ของตัวเองที่หล่นระหว่างลงจากรถภายในปั้ม โดยระบุหากนำทองที่เก็บไปเอามาคืนแล้วจะไม่เอาความ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณปั้มน้ำมัน ปตท.ที่ อ.พุทไธสง พบว่าเป็นบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ซึ่งรูปแบบก็เหมือนกันกับปั้ม ปตท.ทั่วไป คือบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ จะแบ่งเป็นช่องที่จอดรถ บริเวณฟุตบาทหน้าร้านฯก็จะมีที่นั่ง คาดว่ารถผู้เสียหายมาจอดหันหน้าเข้าร้านสะดวกซื้อ และตรงกับ 3 พ่อแม่ลูกนั่งอยู่
ส่วนบรรยากาศที่บ้านพักของ น.ส.ปูชิดา มีชาวบ้านมาเยี่ยมลูกสาว น.ส.ปูชิดา ที่เพิ่งกลับมาพักฟื้นที่บ้านหลังผ่าตัดคลอดลูกมา และยังมีการพูดคุยถึงทองที่หายไปว่าจะได้คืนกลับมาหรือไม่
นายธนวัฒน์ หยาดไธสง สามี น.ส.ปูชิดา กล่าวว่า หากย้อนเวลากลับเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ตนยังจำได้แม่น เด็กเก็บทองไปแล้วเอาไปยื่นให้แม่ หลังจากนั้นสามพ่อแม่ลูก ได้ขับรถออกจำปั้มน้ำมันไป 2 คัน คันหนึ่งขับคนเดียว อีกคันซ้อนกันไป
ตอนนี้อยากฝากถึงพ่อแม่เด็ก ให้เอาทองมาคืน เหตุการณ์วันนั้นถ้าตั้งใจคืนทองก็แค่เคาะกระจกรถก็สื่อสารกันได้ แต่เป็นการตั้งใจมาเก็บเอาทรัพย์สินคนอื่นไปเป็นของตนเอง แต่ตอนนี้ไม่อยากจะเอาเรื่อง เพราะสงสารเด็ก ไม่อยากทำบาป
นายธนวัฒน์ ยังกล่าวด้วยว่า ทองทั้งหมดภรรยาได้สะสมไว้ เพื่อหวังจะเอามารับขวัญลูกก่อนคลอด แต่ไม่คิดว่าจะหายไปในช่วงใกล้เวลาที่จะไปคลอดไม่กี่วัน ปกติภรรยาจะใส่ทองติดตัวตลอดเวลา แต่เพิ่งถอดออกก่อนจะถึงปั้ม เพราะภรรยาบอกว่าแขนบวม จึงถอดเอาใส่ถุงผ้า แล้วลืมเก็บให้มิดชิด จึงทำหล่นดังกล่าว
ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุทไธสง ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นได้นัดให้ผู้เสียหายมาให้การเพิ่มเติมอีกครั้ง ว่าจะแจ้งความดำเนินคดีหรือบันทึกไว้เป็นหลักฐานเช่นเดิมก่อน
ภาพ/ข่าว อุดร ลาดธรรมา ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์



