ข่าว

พาณิชย์โล่งพ้นวิกฤติภาวะเงินฝืดปีหน้าบวก3-3.5%

พาณิชย์โล่งพ้นวิกฤติภาวะเงินฝืดปีหน้าบวก3-3.5%

01 ธ.ค. 2552

เงินเฟ้อเดือน พ.ย.เพิ่มขึ้น 1.9% เหตุราคาอาหารและเครื่องดื่มขยับขึ้น พาณิชย์โล่งอกพ้นวิกฤติเข้าสู่ช่วงเงินฝืด หลังเงินเฟ้อเป็นบวกติดต่อกัน 2 เดือน มองทั้งปียังอยู่ในเป้าหมาย ส่วนปีหน้าบวก 3-3.5%

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนพฤศจิกายน 2552 เท่ากับ 105.8 สูงขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นผลมาจากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยภายในประเทศมีราคาสูงขึ้น และเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนสูงขึ้น 1.9% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยช่วง 11 เดือน เทียบกับช่วงเดียวกันลดลง 1.2%

 ทั้งนี้เงินเฟ้อเดือนพฤศจิกายนที่สูงขึ้น 1.9% เป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ติดลบทุกเดือน สาเหตุหลักมาจากดัชนีอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 0.6% ดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 2.4% จากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 29.9% โดยราคาน้ำมันดิบดูไบเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 เฉลี่ยบาร์เรลละ 50.42 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันของเดือนเดียวกันในปีนี้ เฉลี่ยบาร์เรลละ 77.72 ดอลลาร์

 "เราได้พ้นจากภาวะเงินฝืดแล้ว จากที่เงินเฟ้อปรับตัวเป็นบวกอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และอีก 1 เดือนจากนี้จะมีอัตราขยายตัวทิศทางเดียวกัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์คาดว่าเงินเฟ้อทั้งปี 2552 เฉลี่ยที่ 0 ถึง -1% หรือเฉลี่ยประมาณติดลบ 0.8-0.9% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยบาร์เรลละ 50-60 ดอลลาร์ และค่าเงินบาทเฉลี่ย 35-36 บาทต่อดอลลาร์” นายยรรยง กล่าว

 ส่วนคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2553 เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3-3.5% ภายใต้สมมติฐาน ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยบาร์เรลละ 70-80 ดอลลาร์ ค่าเงินบาทเฉลี่ย 31-33 บาทต่อดอลลาร์ และรัฐบาลขยายนโยบายลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนต่อ

 "แม้ทิศทางเงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน แต่เราให้ตรึงราคาสินค้าไปก่อน แต่ก็ยอมรับว่าในปีหน้าอาจมีสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ต้องพิจารณาจากต้นทุนจริง" นายยรรยง กล่าว