
สารวัตรเครียดโรคประจำตัว น็อกดับคาบ้านนาน 4 วัน
ตำรวจระดับสารวัตร สภ.นางรอง เสียชีวิตภายในบ้านพักในสภาพศพขึ้นอืด ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เผยช่วงหลังเครียดเรื่องโรคประจำตัว
วันที่ 30 ต.ค.62 เวลา 09.00 น. พตอ.ภูมิพัฒน์ ภ้ทรศรีวงษ์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พตอ.ภควัติ ธรรมดี ผกก สภ.นางรอง พตท.ชาลี ปรังประโคน รอง ผกก.สภ นางรอง พตท.เทพ บวชกระโทก รอง ผกก.สภ.นางรอง รตอ ณภัทร สุทธิธนากุล รอง สว.สส.สภ.นางรอง เข้าไปตรวจสอบบ้านพักข้าราชการตำรวจ
หลังรับแจ้งว่าตำรวจ และชาวบ้านได้กลิ่นรุนแรงจากบ้านพัก ตำรวจ ในศูนย์ ปฎิบัติการสายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 191 สภ.นางรอง รีบประสาน จนท.กู้ภัย สยามรวมใจปู่อินทร์ เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักหลังเดี่ยว 2 ชั้น พบศพ พ.ต.ท.ศุภศิษฏ์ สมศรี อายุ 49 ปี สารวัตร(สอบสวน)สภ.นางรอง นอนเสียชีวิตใกล้กับราวบันใด สวมเสื้อยืดสีแดงเลือดหมู ติดสัญญลักษณ์โล่ห์ตำรวจ กางเกงสีกากี เป็นชุดตำรวจครึ่งท่อน สภาพศพบวม ร่างกายเป็นสีดำ ผลชันสูจน์จากแพทย์เวร พบว่าเสียชีวิตมากกว่า 3-4 วันแล้ว
สอบถาม ร.ต.ท. ประสาท พูนสุวรรณ รอง สว จร.สภ.นางรอง ผู้แจ้ง ว่า ปกติทุกเช้าตนจะเดินออกกำลังกาย และผ่านบ้านพักของ พ.ต.ท.ศุภศิษฏ์ และทักทายกันเป็นประจำ แต่ในช่วง 3-4 วันก่อนหน้านี้ ไม่เห็นออกมาหน้าบ้าน คิดว่าไม่อยู่ วันนี้วิ่งผ่านมา ได้กลิ่นโชยรุนแรง ยิ่งเดินเข้าไปใกล้บ้านกลิ่นยิ่งแรง จึงแจ้งศูนย์วิทยุ
ขณะที่ นางวันเพ็ญ บวรชาติ อายุ 45 ปี เป็นภรรยาตำรวจ ที่พักอาศัยในห้องแถวหลังบ้านพักของผู้ตาย เผยว่า ผู้ตายอาศัยในบ้านพักคนเดียว ทุกๆวันจะเห็นไฟเปิดในบ้าน มีรถเก๋งของผู้ตายจอดอยู่ เมื่อเย็นวันเสาร์ ที่ผ่านมา ตนเดินผ่านก็เห็นผู้ตายสูบบุหรี่อยู่หน้าบ้าน หลังจากนั้นก็ไม่เห็นหน้าอีก มองไปที่บ้านก็ไม่เปิดไฟ จึงคิดว่าไม่มีใครอยู่ในบ้าน จนกระทั่งได้กลิ่นแปลกๆ แต่นานๆจะโชยมา และกลิ่นก็แรงขึ้นเรื่อยๆ
จากการสอบถาม น.ส.จิดาภา ดวงชอุ่ม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/2 ถ.สังขกาจประชานุสรณ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ น้องสาวของภรรยาผู้ตาย เผยว่าผู้ตายมีโรคประจำตัว เป็นเบาหวาน ในช่วงนี้อาจจะมีความเครียด อยู่คนเดียวอาจจะล้ม แล้วไม่มีคนช่วย
ประกอบกับเมื่อวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2546 ผู้ตายและภรรยาที่หย่ากัน โดยจดทะเบียนหย่าเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 ได้มาที่ สภ.นางรอง เพื่อเซนต์ชื่อ ในหนังสือบันทึกข้อตกลงยินยอมหักเงินเดือนค่าเลี้ยงดูบุตรตามสัญญาหย่า โดยผู้ตายจะอุปการะค่าเลี้ยงดูบุตรทั้ง 2 คน (คนโต อายุ 17 ปี คนเล็ก 5 ปี) จนกว่าทั้ง 2 คนจะจบปริญญาตรี เป็นจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท)
เพราะตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ผู้ตายยังไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรให้ นส.ศุภานัน(ภรรยา) จึงร้องขอความช่วยเหลือ โดยตกลงให้ผู้ตายยินยอมให้หักเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งโอนเข้าบัญชี น.ส.ศุภานัน ตามข้อตกลง
ด้าน พ.ต.อ.ภควัต ธรรมดี ผกก.สภ.นางรอง ระบุว่าเบื้องต้น พบว่า พ.ต.ท.ศุภศิษฏ์ มีโรคประจำตัว ประกอบกับมีความเครียดทั้งเรื่องสุขภาพ หนี้สินส่วนตัว ครอบครัว ซึ่งตนก็พอทราบจึงให้ไปนั่งเปรียบเทียบปรับที่ด่าน ต่อมามีการยกเลิกไม่ต้องให้พนักงานสอบสวนทำ จึงให้มานั่งทำงาน ในที่ สำนักงาน สภ นางรอง
ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ ชำนาญกอง ผู้สื่อข่าวจ.บุรีรัมย์



