ข่าว

อภิสิทธิ์ยันต่ออายุ5มาตรการ6เดือนก่อนสิ้นธ.ค.

อภิสิทธิ์ยันต่ออายุ5มาตรการ6เดือนก่อนสิ้นธ.ค.

01 ธ.ค. 2552

อ้างผลศึกษาเวียดนามลดค่าเงินกระทบไทยไม่มาก พร้อมยันวิกฤติดูไบเวิลด์ไม่กระทบการเศรษฐกิจไทย พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรองรับแรงงานไทยที่อาจถูกปลด หิ้วรถสายสีม่วงคุยครม.เศรษฐกิจ 2 ธ.ค.นี้ เปรยวิธีดำเนินการ 2 แนวทาง จ้างเอกชนวิ่ง - ทำสัญญาเช่าราง

 (1ธ.ค.)  เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ว่าที่ประชุมครม.วันนี้ยังไม่มีการพิจารณา เรื่องการต่ออายุ 5 มาตรการ 6 เดือน แต่จะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาอีกครั้งก่อนสิ้นเดือนนี้

อ้างผลศึกษาเวียดนามลดค่าเงินกระทบไทยไม่มาก

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีประเทศเวียดนามลดค่าเงินด่อง ว่า ได้มีการวิเคราะห์แล้วระหว่างค่าเงินบาทกับค่าเงินบาท พบว่าผลกระทบเชิงได้เปรียบเสียเปรียบในเชิงการแข่งขันต้องคำนึงถึงเงินเฟ้อ ที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้นผลกระทบจะไม่แรงเท่าสัดส่วนที่ลดค่าลงไป ส่วนผลกระทบด้านสินค้าก็ค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตามการประชุมครม.เศรษฐกิจวันที่ 2 ธ.ค.จะดูอีกครั้ง เรื่องผลกระทบต่อข้าวและสินค้าเกษตรอื่นๆ

ยันวิกฤติดูไบเวิลด์ไม่กระทบการเศรษฐกิจไทย

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงปัญหาดูไบเวิลด์ ว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้ทำรายงานมา โดยดูทั้งผลกระทบโดยตรงในแง่ของความเกี่ยวข้องกับธุรกิจไทยในดูไบ ซึ่งจะมีค่อนข้างจำกัด ถ้ามีก็อาจจะเป็นในภาพรวมว่าถ้าดูไบมีการเลิกจ้าง ก็อาจจะมีแรงงานที่ได้รับผลกระทบตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้ดูเหมือนว่าผลที่จะขยายตัวไปในลักษณะของตลาดเงิน ตลาดทุน ระหว่างประเทศนั้นจะไม่มี และผลกระทบโดยตรงในแง่ของการค้ากับประเทศไทยก็จะมีจำกัดมาก เมื่อถามว่ามีการรายงานตัวเลขที่ชัดเจนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มี โดยตัวเลขในเรื่องการค้าต่างๆนั้น โดยสรุปไม่น่าจะกระทบกระเทือนกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีแผนรองรับแรงงานไทยที่จะได้รับผลกระทบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ให้เตรียมการเอาไว้ เพราะถ้ามีก็น่าจะจำกัด ไม่ได้หมายความว่าทุกคน คือ เราเห็นภาพรวมว่าในขณะนี้อาจจะมีการปลดคนงานโดยทั่วๆไป อาจจะร้อยละ 10 ของคนงานทั้งหมด แต่เราก็ไม่ทราบว่าตรงนี้จะไปกระจุกตัวอยู่ตรงไหน อย่างไร

 เมื่อถามต่อว่า มีกระแสข่าวว่าธนาคารกลางของอาบูดาบีจะไม่เข้าไปช่วยเหลือทางดูไบเวิลด์ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข่าวขณะนี้ยังไม่ค่อยชัดเจนว่ามาตรการที่จะใช้ช่วยเหลือตัวบริษัทจะเป็นอย่างไร แต่ว่าที่ประเมินในขณะนี้คือผลกระทบในชั้นนี้ยังไม่มีอะไร

หิ้วรถสายสีม่วงคุยครม.เศรษฐกิจ 2 ธ.ค.นี้

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ค้าปลีก ว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ เนื่องจากบางเรื่องมีรายละเอียดเยอะ จึงอยากให้ใช้เวลาในการพิจารณา เช่น พ.ร.บ.ค้าปลีก โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ในรูปแบบของพีพีพีว่าควรเป็นรูปแบบใด แล้วยังมีมาตรการอื่นๆ เช่นที่เกี่ยวกับนมผง และน้ำนมดิบ

 ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการพิจารณาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ ( 1 ธ.ค.) ข้อเสนอของสำนักงานเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ต้องการให้ใช้รูปแบบในการร่วมงานกับเอกชน โดยจะให้ตัวรถเป็นทรัพย์สินของรัฐ แต่ครม.ต้องการจะเปรียบเทียบกับกรณีที่ไม่ให้ตัวรถเป็นทรัพย์สินของรัฐ เพื่อดูว่าวิธีการใดจะดีกว่ากัน นอกจากนี้ยังเป็นการเปลี่ยนแนวจากเดิมที่ปัจจุบันรัฐจะใช้วิธีการแบ่งรายได้ กับเอกชนที่มาวิ่งรถจากค่าโดยสาร แต่จากนี้ไปรายได้ของเอกชนจะเป็นค่าตอบแทนที่รัฐให้ ดังนั้นรัฐจะสามารถกำหนดค่าโดยสาร ทำระบบตั๋วเดียวได้ จึงถือเป็นเรื่องใหม่ที่มีการถกเถียงกันว่าจะทำรูปแบบใด แบบหนึ่งเหมือนเรายังผ่อนรถอยู่ อีกแบบคือรัฐไม่สนใจรถเลย เราสนใจแค่ว่ามีรถมาวิ่งครบ วันละกี่เที่ยว เราก็ต้องพิจารณาทางเลือกตรงนี้ให้ครบถ้วน เพราะเชื่อว่ารูปแบบนี้จะเป็นรูปแบบที่ใช้กับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆต่อไปด้วย

 เมื่อถามว่าระหว่างนี้จะให้สศช.กลับไปดูอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ครับ ข้อมูลเตรียมมาหมดแล้ว แต่มารายละเอียดมาก เราก็เห็นว่าควรจะพิจารณาในครม.เศรษฐกิจที่มีเวลามากกว่า เมื่อถามว่าใครจะเป็นผู้ลงทุนตัวรถ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวลานี้ยังไงเอกชนก็เป็นคนลงมา แต่ประเด็นอยู่ที่ตัวรถซึ่งบอกว่าราคาประมาณ 13,000 ล้าน บาท ยังเป็นภาระที่รัฐยังต้องผ่อนส่งอยู่หรือไม่ หรือจะใช้วิธีให้เอกชนมาร่วม โดยจัดทุกอย่างและทรัพย์สินเป็นของเขาหมด รัฐไม่ต้องสนใจว่ารถเป็นของใคร แต่ใช้วิธีการทำสัญญาจ้างเอกชนมาวิ่ง โดยให้เขาเช่ารางรถไฟแทน