ข่าว

เขม่นแย่งจีบสาวขาใหญ่ไล่ยิงอริสาหัส

เขม่นแย่งจีบสาวขาใหญ่ไล่ยิงอริสาหัส

01 ธ.ค. 2552

แก๊งโจ๋ขาใหญ่เขม่นแย่งจีบสาวชักยิงถล่มอริในผับชื่อดัง ย่านแยกคาวบอยพัทยา ก่อนซิ่งกระบะพร้อมปืน 2 กระบอกไล่ตามยิงหวังฆ่าอริขณะขับจยย.หนีตาย พร้อมกับรุมกระทืบจนฝ่ายอริ เจ็บสาหัส 2 ราย แต่สุดท้ายก็เผ่นหนีลอยนวล

แก๊งขาโจ๋คุมผับชื่อดัง ย่านแยกคาวบอยพัทยา เขม่นแย่งจีบสาวขาโจ๋ฝ้านอริ ซิ่งกระบะพร้อมปืน2 กระบอกไล่ยิงล่มกลุ่มโจ๋นักเที่ยวฝ่ายอริ เจ็บสาหัส 2 ราย เกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.20 น.วันที่ 1 ธันวาคม 2552  พ.ต.ท.สำเริง รัตนะนาม   พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี   ได้รับแจ้งเหตุวัยรุ่นยิงกันที่ร้านเดอะคอทเทจผับ   ตั้งอยู่ย่านแยกคาวบอย   ถนนเพชรตระกูล ตัดสายสามพัทยาเหนือ ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จงชลบุรี   จึงนำกำลังไปตรวจสอบ

 เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นผับชื่อดังย่านแยกคาวบอยพบวัยรุ่นนักเที่ยวจำนวนมากต่างพากันแตกตื่นออกมาจากร้านซึ่งเพิ่งจะปิดให้บริการ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบปลอกระสุนปืนจำนวนหนึ่งตกอยู่หน้าร้าน และสอบถามกับ ผู้ดูแลผับดังกล่าวก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ อ้างว่า กลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องกันนั้นไล่ยิงกันออกไปหมดแล้ว   เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบจาก ตำรวจอาสาแจ้งมาว่าพบเห็นแก๊งวัยรุ่นที่ก่อใช้อ่วุธปืนยิงกันนั้นได้ขับรถยนต์กระบะ สีขาวใช้อาวุธปืน ไล่ยิงคู่อริจนบาดเจ็บจากร้านดังกล่าวจำนวน 1 คน และกลุ่มผู้ที่บาดเจ็บก็ยังพายามขับรถจยย.หลบหนีออกจากร้าน แต่ถูกถูกแก๊งวัยรุ่นที่มีอาวุธปืนขับรถยนต์ไล่ติดตามไปยิงและรุมทำร้ายกลุ่มอริที่บริเวณ ถนนสุขุมวิทพัทยากลางจนได้รับบาดเจ็บสาหัส   ซึ่งมีผู้ที่ถูกยิงจำนวน 2 คน ได้เข้ารักษาตัวที่ รพ.พัทยาเมโมเรียล   ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นขับรถยนต์หลบหนีขึ้นถนนสุขุมวิทขาเข้าสัตหีบ   เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งสกัดจับแต่ก็หลบหนีรอดไปได้         

            ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจึงรีบไปตรวจสอบที่ รพ.พัทยาเมโมเรียลทันที ทราบชื่อผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย แพทย์กำลังรักษาตัวอยู่ในห้องฉุกเฉิน คือ นายสมหมาย ก้อนมณี หรือบอย อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 303/6 ม.10 ต.นาบ่อดำ อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร   ถูกยิงเข้าที่ บริเวณก้น 1 นัดกระสุนฝังในและที่ ขอบตาซ้ายมีรอยแผลแตกฉกรรจ์จากการูกปืนตบอาการสาหัส และ นายชาติวินัย จุดโน หรือตึ๋ง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 ม.1 ต.วังปลาป้อม อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ถูกยิงบริเวณ ไหล่ซ้าย 1 นัดกระสุนทะลุ ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้งสองคนยังอยู่ในอาการสาหัสเนื่องจากูกยิงและถูกกระทืบจนบอบช้ำทั่วร่างกาย โดยมีกลุ่มเพื่อน ๆ ซึ่งร้องไห้ด้วยความเสียใจเนื่องจากเป็นห่วงเพื่อนที่บาดเจ็บ

            จากการสอบถาม น.ส.น้ำฝน (นามสมมุติ)   แฟนสาวของ นายสมหมาย ให้การว่า พวกตนและแฟนหนุ่มนั้นทำงานอยู่ร้าน เซ็น อาหารญี่ปุ่น ที่ห้างเซ็นทรัลเฟรสติวัลพัทยาบีช   หลังเลิกงานได้ชวนกันไปเที่ยวที่ผับดังกล่าวรวมกันประมาณ 10 คน   จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุนั้น กลุ่มคนร้ายเป็นแก๊งวัยรุ่นที่พวกตนไม่เคยรู้จักมาก่อน   แต่ทำตัวกร่างเพราะรู้จักกับเจ้าของผับ เที่ยวเต้นอยู่โต๊ะข้างๆ และทำตัวเป็นขาใหญ่ ได้เข้ามาขอเบอร์หญิงสาวเพื่อนในกลุ่มของตนและมีการเต้นเบียดกัน   จึงเกิดการเขม่นกันขึ้น    ซึ่งแก๊งวัยรุ่นขาใหญ่ ได้ชักปืนออกมายิงขู่พวกตนในผับเสียงดัง 1 นัด   แล้ว พวกการ์ดก็สั่งให้พวกตนออกจากผับทันทีเพราะมีเรื่องกัน พวกตนจึงพากันออกมาเอารถจยย.ที่จอดอยู่หน้าผับเพื่อพากันกลับ แต่ได้ถูกแก๊งวัยรุ่นขาใหญ่ พร้อมกับพวกปะมาณ 5 คน ได้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ดีแม็ก สีบรอนซ์   ขับตามออกมาจากลานจอดรถพร้อมกับชักปืนไล่ยิงกลุ่มพวกตน ซึ่งพากันกลัวต้องขับหลบหนีตาย กระสุนปืนถูก   นายสมหมาย   แฟนหนุ่มของตนซึ่งขับรถจยย.มากับ นายชาติวินัย   จนบาดเจ็บ

 แต่แก๊งวัยรุ่นก็ยังตามไม่ละจนกระทั่งพวกตนหนีมาจนมุมที่แยกไฟแดงถนนสุขุมวิทพัทยากลาง แก๊งวัยรุ่นที่ตามไล่ยิงพวกตนได้ขับรถยนต์ตามมาปาดหน้าจนรพวกตนล้ม และชักปืนออกมายิงใส่ นายสมหมาย   แฟนหนุ่มของตนและ นายชาติวินัย   อีกหลายนัด จนบาดเจ็บ ทั้งยังลงจากรถมารุมกระทืบทั้งสองคนอย่างป่าเถื่อน   ก่อนที่จะขับรถหลบหนี จากนั้นพวกตนจึงช่วยกันพาตัวคนเจ็บทั้งสองคนมาส่ง รพ.พัทยาเมโมเรียลดังกล่าว   

 ทั้งนี้แฟนสาวของผู้บาดเจ็บพร้อมเพื่อนๆยังบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า แก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นพวกอันธพาลมีปืนเข้าไปเที่ยวผับได้โดยที่ การ์ดคุมผับไม่ตรวจค้นและหาเรื่องคนอื่นไปทั่วทั้งๆที่พวกตนไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน และยังมาตามไล่ยิงพวกตนจนบาดเจ็บเช่นนี้ พฤติกรรมโหดเหี้ยมเย้ยกฎหมายมาก อยากให้ตำรวจจับกุมตัวแก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้มาดำเนินคดีให้ได้

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบผับที่เกิดเหตุและสอบปากคำ ผู้ดูแลผับเกิดเหตุ แต่ก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือเช่นเคย อ้างว่าแก๊งวัยรุ่นมีเรื่องกันนอกร้านทั้งๆที่พยานแวดล้อมและกลุ่มผู้บาดเจ็บบอกชัดเจนว่ามีเรื่องในผับและมีการยิงกันขึ้นในผับ   แต่เนื่องจากผับดังกล่าวมีเรื่องประจำและมีคนในพื้นที่เป็นคนดูแลให้ความคุ้มครองหนุนหลังอย่างดีจึงเปิดบริการเกินเวลาและทีเรื่องเป็นประจำ แต่พอเกิดเรื่องก็ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนกับที่ผ่านๆมาที่เคยเกิดเรื่องวัยรุ่นเที่ยวผับดังกล่าวแล้วยิงกันตายและบาดเจ็บบ่อยครั้งมาก    ตำรวจจึงทำงานโดยไม่ได้รับความร่วมมือแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำพยานผู้อยู่ในเหตุการณ์และกลุ่มผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องกลุ่มผู้บาดเจ็บนั้นจำใบหน้าคนร้ายที่ก่อเหตุได้ โดยกลุ่มผู้บาดเจ็บนั้นเชื่อว่าน่าจะเป็นขาโจ๋ในผับดังกล่าว    ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะเร่งติดตามสืบสวนและเร่งจับกุมตัวแก๊งวัยรุ่นที่ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป