ข่าว

ศึกล้างตระกูลในฟิลิปปินส์ (3)

ศึกล้างตระกูลในฟิลิปปินส์ (3)

30 พ.ย. 2552

บ่อยครั้งอีกเช่นกัน ที่คนในตระกูลเดียวกันก็เปิดศึกชิงอำนาจกันเองโดยไม่คำนึงว่าเป็นสายเลือดเดียวกันแท้ๆ ดังกรณีที่เกิดขึ้นกับส.ส.คนหนึ่งที่ถูกลอบสังหารหน้าโบสถ์คาทอลิกแห่งหนึ่งในกรุงมะนิลาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยผู้ต้องสงสัยคนสำคัญก็คือญาติสนิทคนหนึ่งซึ่งเป็

 และถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของฟิลิปปินส์จะระบุชัดไม่ให้มีการตั้งอาณาจักรการเมืองขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดในประเทศ แต่สืบเนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายข้อนี้ต้องขึ้นอยู่กับรัฐสภา ผลก็คือส.ส.ส่วนใหญ่ต่างส่งเสียงดังกระหึ่มคัดค้านการออกกฎหมายลูกเพื่อให้มาตรานี้ในรัฐธรรมนูญมีผลในทางปฏิบัติ ซึ่งชาวตากาล็อกส่วนใหญ่ก็เข้าใจดีถึงเหตุผลที่รัฐธรรมนูญมาตรานี้ไม่มีผลบังคับใช้เสียที ในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าส.ส.ส่วนใหญ่ล้วนมาจากตระกูลเจ้าพ่อดังทางการเมืองทั้งนั้น

 แม้กระทั่งประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโยเอง ซึ่งเป็นผลิตผลจากตระกูลการเมืองเก่าเช่นกัน เนื่องจากเป็นทายาทสายตรงของอดีตประธานาธิบดีดิออสดาโด มาคาปากัล ก็สุดจะอดกลั้นอีกต่อไปจนต้องออกปากวิพากษ์วิจารณ์ระบบการเมืองแบบเก่าในประเทศ

 "ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบบการเมืองของฟิลิปปินส์มีแต่เสื่อมทรามลงจนกลายเป็นปัญหาของทุกคนที่พร้อมจะเข้ามาเล่นการเมืองด้วยสองมือที่ใสสะอาด ไม่เปื้อนเลือด แต่ดูเหมือนว่าพวกเราคงจะต้องช่วยกันออกแรงเต็มที่เพื่อรั้งบังเหียนระบบการเมืองในขณะนี้ไม่ให้เตลิดเปิดเปิงนอกลู่นอกทางมากไปกว่านี้"

 อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าคำขู่ของเธอคงจะไม่ได้ผลนัก เห็นได้ชัดจากตระกูลอัมปาตวนกับตระกูลมานกูดาดาตูที่เปิดศึกล้างโคตรกันอยู่นี้ต่างเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของเธอทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน นักการเมืองจากตระกูลดังๆ ก็มักจะชักแม่น้ำทั้งห้าว่าจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อคงอำนาจไว้ต่อไป เนื่องจากต้องคอยดูแลคนของตัวเองไม่ได้ถูกรังแก

 ศูนย์ตรวจสอบความโปร่งใสในฟิลิปปินส์ให้ข้อสังเกตด้วยว่าการแผ่ขยายอาณาจักรการเมืองในประเทศนี้มักจะพุ่งสูงภายใต้เงื่อนไของสังคมกึ่งศักดินา เมื่อความมั่งคั่งร่ำรวยตกอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น

 "อาณาจักรการเมืองก็เป็นผลผลิตของสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำกันมากในเรื่องของรายได้และความมั่งคั่ง รวมไปถึงการที่คนส่วนใหญ่ในประเทศขาดโอกาสในทางสังคมและเศรษฐกิจ ยิ่งสังคมในชนบทเฉื่อยชามากเท่าใดก็ยิ่งทำให้มีการรวบอำนาจอย่ในมือของคนบางกลุ่มมากขึ้นเท่านั้น" ศูนย์ตรวจสอบความโปร่งใสให้ความเห็นตอนหนึ่ง

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์