
เชื่อผลพวงดูไบเวิลด์ไม่ลุกลามนายกฯสั่งสรุปยอดเสียหาย
"อภิสิทธิ์" สั่ง รมว.คลังสรุปความเสียหายจากปัญหาดูไบ เวิลด์ มั่นใจไม่ลุกลามเป็นวงกว้าง ธปท.ระบุเอกชนไทยลงทุนในตราสารแค่ 140 ล้านดอลล์ ถือว่าไม่มาก ด้านทีทีอาร์เร่งหาข้อมูลจากสมาคมก่อสร้างที่ไปรับงานในดูไบ มองธุรกิจได้รับผลกระทบไม่มาก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สรุปตัวเลขความเสียหายและรายงานให้ตนรับทราบ ผลกระทบที่มีบริษัทไทยบางแห่งเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาดูไบ เวิลด์ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะไม่มีผลกระทบมากนัก และไม่มีแนวโน้มว่าเหตุการณ์จะลุกลาม โดยขณะนี้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือเรื่องสภาพคล่องแก่สถาบันการเงินในดูไบแล้ว แต่ที่ตนเป็นห่วงมากกว่าคือการลดค่าเงินด่องของเวียดนาม เพราะอาจเสียเปรียบเรื่องราคาสินค้า
นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับดูไบ เวิลด์พบว่า มีเอกชนไทยไปลงทุนในตราสารแค่ 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าน้อยมาก และผู้ประกอบการไทยไปรับเหมาก่อสร้างที่ดูไบแต่ไม่มาก ยกเว้นกรณีที่คนไทยไปลงทุนเองในดูไบก็ต้องแก้ปัญหาเอง
นางอัจนา ไวความดี ในฐานะคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ บอร์ด กนง. กล่าวว่า กรณีของดูไบ เวิลด์ มีผลกระทบต่อไทยมีไม่มาก เพราะไทยไม่ได้ไปลงทุนในดูไบมาก แต่ดูไบมาลงทุนในไทยมากกว่า แต่ผลที่เกิดขึ้นกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน กระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก และกระทบต่อประเทศเกิดใหม่เท่านั้น ขออย่าให้ตกใจจนเกินเหตุ
ด้านนายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) กล่าวว่า ได้ประสานไปยังสมาคมก่อสร้างไทย ให้ช่วยตรวจสอบว่ามีผู้ประกอบการรายใดของไทย ที่ไปรับงานก่อสร้างในดูไบ ได้รับผลกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ คาดว่าเร็วนี้สมาคมก่อสร้างไทยจะรายงานให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เบื้องต้นคิดว่าไม่น่าจะมีผู้ประกอบการรายใด ได้รับผลกระทบ แต่ก็ต้องมีการจับตาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดว่า จะขยายผลไปยังโครงการอื่นๆ หรือไม่
ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ธนาคารมีเงินลงทุนในรูปของการให้สินเชื่อร่วม ให้บริษัทในกลุ่มดูไบ เวิลด์ จำนวน 25 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 837.5 ล้านบาท โดยที่ผ่านมา บริษัทได้ชำระดอกเบี้ยตามกำหนด โดยครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนตุลาคม 2552 และกำหนดชำระดอกเบี้ยครั้งต่อไปคือวันที่ 21 มกราคม 2553 โดยสินเชื่อนี้จะครบกำหนดชำระเงินต้นทั้งหมดคืนในเดือนมิถุนายน 2553
ส่วนธนาคารกรุงเทพ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ธนาคารได้ให้สินเชื่อในรูปของการให้สินเชื่อร่วม ให้แก่บริษัทในกลุ่มดูไบ เวิลด์ จำนวนเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 1.67 พันล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2552 ธนาคารมีสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 63.7 พันล้านบาท



