ข่าว

ฆ่าหมู่ปิดปากความหน้ามืดของมาเฟีย

ฆ่าหมู่ปิดปากความหน้ามืดของมาเฟีย

01 ธ.ค. 2552

การสังหารหมู่ยกขบวนคณะนักการเมืองท้องถิ่น พ่วงด้วยผู้สื่อข่าวที่ตามไปทำข่าวอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่จนตายไปกว่าครึ่งร้อยที่ฟิลิปปินส์

เมื่อต้นสัปดาห์นั้นเป็นความน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้ตระหนักว่าในยุคที่การสื่อสารเจริญขึ้นมากอย่างทุกวันนี้ ยังมีผู้ทรงอิทธิพลที่คิดโง่ๆ ว่า แค่ฆ่าคนปิดปากให้หมดชนิดมาเท่าไหร่ตายเท่านั้นยังคงมีอยู่อีก แล้วเมื่อยิ่งย้อนมามองประเทศไทย นักการเมืองหรือผู้ทรงอิทธิพลท้องถิ่นแบบนี้ก็ยังมีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 ไทยกับฟิลิปปินส์มีความเหมือนกันตรงที่ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นจำนวนมากโตขึ้นมาได้ก็ต้องพัวพันกับเรื่องผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง และมักต้องเกี่ยวข้องกับการเมืองด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเล่นการเมืองเสียเองหรือเป็นหัวคะแนน เพื่อคุ้มหัวและต่อยอดธุรกิจทั้งสว่างและมืดของตน การใช้อำนาจบาตรใหญ่เป็นเรื่องปกติที่คนดีๆ ไม่กล้าตอแย การใช้กำลังเด็ดหัวกันเพราะขัดแย้งผลประโยชน์หรืองบประมาณท้องถิ่นเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งฤดูเลือกตั้งยิ่งตายกันเป็นพิเศษ ทางการบ้านเมืองก็ดูเหมือนจะไม่พยายามสาวสืบกันลงไปให้ลึกนัก ปล่อยให้คนเหล่านี้ชูคอชั่วในสังคมต่อไป แต่ที่ฟิลิปปินส์ดูเหมือนจะเกินไปหน่อย เป็นข่าวดังทั่วโลกอย่างนี้ คงไม่มีใครช่วยมาเฟียเช่นนี้ได้

 ความสามารถในการใช้ชายฉกรรจ์นับร้อยปิดล้อมขบวนคอนวอยแล้วฆ่าคนตระกูลมังกูดาตูตูซะเหี้ยน มองทั่วแล้วไม่เห็นว่าใครจะมีความสามารถเท่านายอันดัน อัมปาตวน ผู้ว่าราชการจังหวัดมากินดาเนา คู่แข่งของตระกูลที่ทรงอำนาจเหลือเกินในตอนใต้ของประเทศ ซุ้มมือปืนของตระกูลอัมปาตวลมีไม่ต่ำกว่า 350 คน ลูกหลานหลายคนกินเมืองเทียบได้กับระดับนายก อบจ. อบต.ของบ้านเรา บ้ากระทั่งตั้งชื่อเมืองเอกตามชื่อพ่อของตัว ข้อมูลทุจริตต่างๆ เพียบ แต่ก็ถูกฝ่ายความมั่นคงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพราะเขาเป็นนักการเมืองซีกรัฐบาลและเคยเป็น ส.ส. แต่พอเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอุ้มต่อไปก็ไม่ไหว มีการจับกุมดำเนินคดี ปลดอาวุธมือปืน และตัดสายสัมพันธ์ทางการเมืองกันแล้ว

 ในเมืองไทยการฆ่านักการเมืองและผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นอย่างอุกอาจนั้นมีเป็นประจำ มักยิงด้วยอาวุธสงครามกลางวันแสกๆ และอาจจับตัวผู้เกี่ยวข้องได้แต่ลิ่วล้อ สำหรับการฆ่าแบบยกครัวนั้นก็เคยมีเหมือนกัน ล่าสุดก็เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมนี้เอง ที่ผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยตัวยิงผู้กว้างขวางจังหวัดสระบุรีตายทั้งบ้านรวม 5 ศพ จับกันไม่ได้ทั้งที่เดาได้ว่าใครทำ อีกหน่อยคงจางหายไป ที่ดังมากคือเหตุการณ์เมื่อปี 2537 ที่หลานชายอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยพร้อมพวกโดนตำรวจกลุ่มหนึ่งยิงตายทั้งหมดที่ชะอำ ทั้งนี้เพราะฝ่ายคนตายก็ใหญ่เหมือนกัน หากรอดไปได้ก็เข้าปิ้งกันหมด พฤติการณ์กลัวกรรมอนาคตจะมาไล่ล่าเลยต้องฆ่าไว้ก่อนนั้น บ่งชี้ถึงความขี้ขลาดในสันดานของคนกร่างที่คิดว่าตนใหญ่เหนือคนอื่นอย่างชัดเจน

เรือรบ เมืองมั่น
www.ruarob.blogspot.com