ข่าว

รัฐสภาไม่ใช่ของเรา

รัฐสภาไม่ใช่ของเรา

01 ธ.ค. 2552

บ้านนี้เมืองนี้มีเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกแปลกแยกทางการเมืองได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับจุดยืน ความใฝ่ฝัน และผลประโยชน์

 แต่อย่างน้อยความแปลกแยกที่เรามีนั้นก็นำไปสู่การเผชิญหน้ากันที่ต่อสู้กันอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเรื่องของการเอาหรือไม่เอารัฐประหาร การเชียร์ทักษิณหรือไม่เชียร์ทักษิณ การลงประชามติรัฐธรรมนูญ การรับได้หรือรับไม่ได้กับคุณอภิสิทธิ์ และนโยบายของคุณอภิสิทธิ์ ตลอดจนการพยายามถกเถียงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 จะชอบหรือไม่ชอบก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่สังคมได้ก้าวมาสู่ยุคของการพยายามต่อสู้กันอย่างเอาจริงเอาจัง และก็พยายามอดทนซึ่งกันและกัน แม้ว่าจะมีลีลาการใช้ภาษาที่ออกจะล่อแหลมอยู่บ้าง แต่เราก็ยังพยายามที่จะอยู่กันไป

 ในอีกด้านหนึ่ง เราก็พบว่าสังคมนั้นก็ไม่ได้ให้ค่าของนักการเมืองสูงขึ้นไปจากความไม่ไว้วางใจที่มีอยู่เดิม อาทิข่าวที่นักการเมืองในสภาขอขึ้นเงินเดือน ซึ่งสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผยมาโดยตลอด

 เรื่องที่น่าประหลาดใจก็คือ ท่ามกลางสังคมที่ประชาชนติดตามตรวจสอบความเป็นไปในบ้านเมืองขนาดนี้ และความไม่ไว้วางใจนักการเมืองก็ยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอนี้ เหตุไฉนเราจึงละเลยที่จะเสนอข่าวและติดตามตรวจสอบเรื่องของการก่อสร้างและการประกวดแบบของรัฐสภาแห่งใหม่อย่างไร้ทิศไร้ทางและกระท่อนกระแท่นเช่นนี้จนกระทั่งผลของการพิจารณาออกมาแบบที่เราก็ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย

 ประเด็นสำคัญก็คือ เมื่อย้อนไปดูข่าวที่มีการเสนอเรื่องของการก่อสร้างรัฐสภานั้น เราพบว่าเรื่องสำคัญอยู่ที่ตัวค่าใช้จ่ายไม่มากเท่ากับเรื่องของพื้นที่ที่จะเลือกใหม่

 แต่เราไม่ได้สนใจว่าเราจะประเมินได้อย่างไรว่ารัฐสภาใหม่นั้นสะท้อนเจตนารมณ์และความใฝ่ฝันบันดาลใจของผู้คนในสังคม ในมิติที่ไม่น่าจะแตกต่างไปจากเรื่องของการถกเถียงหรือติดตามรัฐธรรมนูญ

 ถ้ารัฐธรรมนูญเป็นจิตวิญญาณของชุมชนการเมือง อาคารรัฐสภาก็เป็นเสมือนส่วนเรือนร่างกายภาพหนึ่งของชุมชนทางการเมือง ซึ่งไม่ควรจะได้รับการพิจารณาผ่านแค่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพียงไม่กี่คน

 เราเถียงกันแทบตายว่า การร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะมีค่าใช้จ่าย แต่ทำไมเราไม่สนใจเลยว่าการสร้างรัฐสภาใหม่ก็มีค่าใช้จ่ายมหาศาล และเราไม่ได้คิดว่ารัฐสภานั้นเป็นของเราด้วย ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงานของผู้แทนฯ

 และแม้จะเป็นสถานที่ทำงานของสภาผู้แทนฯ สิ่งที่ควรจะต้องพิจารณาต่อก็คือ เราควรจะกำหนดให้ผู้แทนฯ ทำงานในที่ที่เราต้องการไม่ใช่หรือ เพราะเราเป็นนายของเขา เงินก็เป็นเงินของเรา

 ที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น การถกเถียงอภิปรายเรื่องของแบบของสภาใหม่นี้ ควรจะมีการพูดคุยชัดเจนในสื่อสาธารณะต่างๆ อย่างน้อยเพื่อให้เราเข้าใจว่าการเมืองนั้นควรมีมิติของความงามได้ด้วย และความงามนั้นจะสร้างแรงบันดาลใจทางการเมืองแก่ชุมชนทางการเมืองที่ทุกคนรวมอยู่ในนั้นได้อย่างไร

 สังคมแบบที่เป็นอยู่นี้ไม่น่าแปลกใจเลยครับ ที่ไม่มีใครสนใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะว่าขนาดเรื่องของอาคารรัฐสภายังไม่มีใครสนใจเลย รวมทั้งอภิมหาซูเปอร์สื่อแท้ต่างๆ ที่ยังลุ่มหลงอยู่แต่กับการหาพล็อตว่าใครทุจริต จนลืมว่าเรื่องของการเมือง การออกแบบ ความงาม ความใฝ่ฝันนั้น เป็นเรื่องที่ยกระดับความเข้าใจการเมืองได้เหมือนกัน